ข้อ ๒ ภายใต้บังคับแห่งข้อ ๓
๒.๑ เครื่องแบบปฏิบัติราชการ ประกอบด้วย
(๑) หมวก
ข้าราชการชายให้ใช้หมวกได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑ หมวกทรงหม้อตาลสีกากี กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
สายรัดคางหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ
๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีกากี ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนกทำด้วยโลหะสีทอง สูง
๖.๕ เซนติเมตร
แบบที่ ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากี
หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ ปักดิ้นสีทอง สูง ๔.๕ เซนติเมตร
ข้าราชการหญิงให้ใช้หมวกได้ ๓ แบบ
แบบที่ ๑
อนุโลมตามแบบหมวกของข้าราชการชาย แต่เป็นทรงอ่อน
แบบที่ ๒
หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากี สายรัดคางสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ
๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีกากี หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง สูง ๔.๕ เซนติเมตร
บนหมอนสีกากี
แบบที่ ๓ หมวกหนีบสีกากี ด้านหน้ามีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก
๒ ดุม ติดซ้อนกัน มีตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนก สูง ๔.๕ เซนติเมตร
ติดที่ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้าหมวกประมาณ ๔ เซนติเมตร
การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร
(๒) เสื้อ
ข้าราชการชายให้ใช้เสื้อได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑ เสื้อคอพับสีประเภทสีกากีแขนยาวรัดข้อมือ
มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุมหรือแขนสั้น มีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อข้างละ ๑
กระเป๋า เป็นกระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่ง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร
มีใบปกกระเป๋ารูปมนชายกลางแหลม หรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋าและใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม
ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละหนึ่งดุมสำหรับขัดใบปกกระเป๋า
ตัดเสื้อผ่าอกตลอด มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม
ระยะห่างกันพอสมควร และติดเครื่องหมายสังกัดที่ปกเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ
ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร
ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
ในโอกาสไปงานพิธี
ให้ใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาว ผูกผ้าพันคอสีดำเงื่อนกลาสีสอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อภายใต้ดุมเม็ดที่สอง
แบบที่ ๒ เสื้อคอแบะปล่อยเอว
แบบคอตื้น สีประเภทสีกากีแขนสั้น ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีดุมที่อกเสื้อ ๔ ดุม
มีกระเป๋าเย็บติดภายนอกเป็นกระเป๋าบนและล่างอย่างละสองกระเป๋ากระเป๋าบนมีใบปกมนชายกลางแหลมมีแถบกว้าง
๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางกระเป๋าทางดิ่งกระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีใบปกรูปตัดที่ฝากระเป๋าทั้งสองกระเป๋าติดดุมข้างละ
๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า ที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับเสื้อขนาดกว้าง ๕
เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว
ติดเครื่องหมายสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๒
แทนเสื้อแบบที่ ๑ ในโอกาสอันควร
ดุมที่ใช้กับเสื้อทั้งสองแบบมีลักษณะเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ
ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย
ข้าราชการหญิง ให้ใช้เสื้อได้ ๔
แบบ
แบบที่ ๑
อนุโลมตามแบบเสื้อของข้าราชการชาย
แบบที่ ๒ เสื้อคอพับสีประเภทสีกากี
สีอ่อนกว่ากระโปรงหรือสีเดียวกับกระโปรง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ มีสาบกว้างประมาณ ๒.๕
เซนติเมตร แขนยาวรัดข้อมือ ขอบปลายแขนกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร หรือแขนสั้น เหนือข้อศอกเล็กน้อย
ตลบชาย กว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า มีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอดตัวทั้งสองด้าน
มีดุม ๕ ดุม ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลัง มีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้า
ติดเครื่องหมายสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อ
ยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายมน
ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
การสวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรง
แบบที่ ๓ เสื้อคอพับปล่อยเอว สีประเภทสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง
ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุม ๔ ดุม แขนยาวหรือแขนสั้น ตลบชายกว้างประมาณ
๕ เซนติเมตร มีคิ้วหน้าหลังเช่นเดียวกับแบบที่ ๒ และมีเส้นแนวตะเข็บเช่นเดียวกับแบบที่
๒ ทั้งหน้าหลัง ความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม ติดเครื่องหมายสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อ ยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ
ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
แบบที่ ๔ เสื้อคอแบะปล่อยเอว สีประเภทสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง
ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย
ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ด้านหน้าเป็นคิ้วตามสาบ ดุม ๓ ดุม ต่อด้านหน้าและด้านหลังยาวตามตัว
ติดเครื่องหมายสังกัดที่ปกคอแบะทั้งสองข้าง และมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า
เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋า
ดุมที่ใช้กับเสื้อแบบที่ ๒,๓ และ ๔
เป็นดุมสีน้ำตาลสีเดียวกับสีเสื้อ
การสวมเสื้อแบบที่ ๓ และแบบที่ ๔
ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกง และคาดเข็มขัดตาม (๕) แบบที่ ๒ ทับเอวเสื้อ
ในโอกาสไปงานพิธี
ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๑ หรือแบบที่ ๒ โดยใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาว ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกลาสี
สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง
ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย
(๓) อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูอ่อน
มีเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนู ดังต่อไปนี้
ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง มีแถบกว้าง
๓ เซนติเมตร ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงต่อไปอีก ๑
แถบ แถบบนขมวดเป็นวงกลม ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร
ข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งตั้งแต่ระดับ
๗ ขึ้นไป มีแถบกว้าง ๓ เซนติเมตร ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร
ติดเรียงต่อไปอีก ๑ แถบ แถบบนขมวดเป็นวงกลม ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑
เซนติเมตร
ข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งระดับ ๕
และระดับ ๖ มีแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ๓ แถบ แถบบนขมวดเป็นวงกลม
ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร
ข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งระดับ ๓
และระดับ ๔ มีแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ๒ แถบ แถบบนขมวดเป็นวงกลม
ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร
ข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งระดับ ๒
มีแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ ขมวดเป็นวงกลม ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๕
มิลลิเมตร
แถบดังกล่าวให้ใช้สีเหลืองหรือสีทอง
การติดแถบให้ติดตามขวางที่ต้นอินทรธนู แถบแรกห่างจากต้นอินทรธนู ๕ มิลลิเมตร
และแถบต่อไปเว้นระยะห่างกัน ๕ มิลลิเมตร
การใช้เครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนู
ให้ใช้กับเสื้อแบบที่ ๑ สำหรับข้าราชการชาย และแบบที่ ๑ แบบที่ ๒ และแบบที่ ๓
สำหรับข้าราชการหญิง
(๔) กางเกง กระโปรง
ข้าราชการชายให้ใช้กางเกงแบบราชการสีประเภทสีกากี
ไม่พับปลายขา
ข้าราชการหญิงให้ใช้กางเกงหรือกระโปรงสีประเภทสีกากี
ได้ ๕ แบบ
แบบที่ ๑ กางเกง
อนุโลมตามแบบของข้าราชการชาย
แบบที่ ๒ กางเกงขายาว ขาตรง
ไม่มีลวดลายขอบกางเกงกว้างประมาณ ๑ นิ้ว มีหรือไม่มีกระเป๋าก็ได้
มีซิปด้านหน้าหรือด้านข้าง ไม่พับปลายขา
แบบที่ ๓ กระโปรงยาวปิดเข่า
ปลายบานเล็กน้อย
แบบที่ ๔ กระโปรง มีตะเข็บหน้า ๒
ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ ยาวครึ่งเข่า ปลายบานเล็กน้อย
แบบที่ ๕ กระโปรงกางเกง
แบบกางเกงยาวครึ่งเข่า มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ
มีจีบกระทบด้านหน้าและด้านหลัง
(๕) เข็มขัด
ข้าราชการชาย ให้ใช้เข็มขัดทำด้วยด้ายถักสีกากีกว้าง
๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน ปลายมนกว้าง ๓.๕
เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีรูปครุฑดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด
ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู ปลายเข็มขัดหุ้มด้วยโลหะสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร
ข้าราชการหญิง ให้ใช้เข็มขัด ๒ แบบ
แบบที่ ๑ ใช้คาดทับขอบกระโปรง
โดยใช้เข็มขัดอนุโลมตามแบบข้าราชการชาย
แบบที่ ๒ ใช้คาดทับเสื้อ โดยใช้เข็มขัดผ้าสีประเภทสีกากีสีเดียวกับสีเสื้อ
กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้า
(๖) รองเท้า ถุงเท้า
ข้าราชการชาย ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
หรือสีน้ำตาล ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า
ข้าราชการหญิง ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
หรือสีน้ำตาลแบบปิดปลายเท้า ไม่มีลวดลายส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร
(๗) เครื่องหมายแสดงสังกัดของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา
ให้เป็นรูปตรารัฐธรรมนูญประดิษฐานบนพานสองชั้น ทำด้วยโลหะสีทองไม่มีขอบ สูง ๒
เซนติเมตร ติดที่คอเสื้อตอนหน้าทั้งสองข้าง
สำหรับข้าราชการหญิง ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์
(๘) ป้ายชื่อและตำแหน่ง
ให้มีป้ายชื่อพื้นสีดำ ขนาดกว้างไม่เกิน
๒.๕ เซนติเมตร ยาวไม่เกิน ๗.๕ เซนติเมตร แสดงชื่อตัว ชื่อสกุล
และชื่อตำแหน่งในการบริหารงานหรือชื่อตำแหน่งในสายงานตามที่คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภากำหนด
ประดับที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา
๒.๒ เครื่องแบบพิธีการ
ก. เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย
(๑) หมวก
ข้าราชการชายให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีขาว
กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สายรัดคางสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร
มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีขาว
ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีขาว
ข้าราชการหญิง ให้ใช้หมวกได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑
อนุโลมตามแบบหมวกของข้าราชการชาย แต่เป็นทรงอ่อน
แบบที่ ๒
หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีขาว สายรัดคางสีทองมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ
๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีขาว ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนติเมตร
บนหมอนสักหลาดสีขาว
การสวมหมวก ให้สวมในโอกาสอันควร
(๒) เสื้อ
ข้าราชการชาย
ให้ใช้เสื้อแบบราชการสีขาว ใช้ดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ ๕ ดุม ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย
ข้าราชการหญิง ให้ใช้เสื้อนอกคอแบะสีขาวแบบคอแหลมหรือคอป้านแขนยาวถึงข้อมือ
มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวสาบอกมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร ๓ ดุม สำหรับแบบเสื้อคอแหลม และ ๕ ดุม
สำหรับแบบเสื้อคอป้าน มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อยไม่มีใบปกกระเป๋าและให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาว
ผูกผ้าพันคอสีดำเงื่อนกลาสี ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายด้วย
(๓) อินทรธนู ให้มีอินทรธนูแข็งกว้าง
๔ เซนติเมตร ยาวตามความยาวของบ่า พื้นสักหลาดสีดำ ติดทับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ
ด้านคอปลายมนติดดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กอินทรธนูมีลายดังนี้
ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
มีแถบสีทองกว้าง ๕ มิลลิเมตร เป็นขอบและปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ยาวตลอดส่วนกลางของอินทรธนู
ข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งตั้งแต่ระดับ
๗ ขึ้นไป มีแถบสีทอง กว้าง ๕ มิลลิเมตร เป็นขอบ
และปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ยาวตลอดส่วนกลางของอินทรธนู
ข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งระดับ ๕
และระดับ ๖ มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร เป็นขอบ และปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์
มีดอก ๓ ดอก เรียงตามส่วนยาวของอินทรธนู ไม่เกิน ๓ ใน ๔ ส่วนของอินทรธนู
ข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งระดับ ๓
และระดับ ๔ มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร เป็นขอบ และปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์
มีดอก ๒ ดอก เรียงตามส่วนยาวของอินทรธนู ไม่เกินครึ่งหนึ่งของอินทรธนู
ข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งระดับ ๒
มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร เป็นขอบ และปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ มีดอก ๑ ดอก
ไม่เกิน ๑ ใน ๔ ส่วนของอินทรธนู
ข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งระดับ ๑
มีแถบสีทองกว้าง ๕ มิลลิเมตรเป็นขอบ
(๔) กางเกง กระโปรง
ข้าราชการชาย
ให้ใช้กางเกงแบบราชการสีขาวขายาว ไม่พับปลายขา
ข้าราชการหญิง ให้ใช้กระโปรงสีขาว
ตีเกล็ดด้านหน้า ๒ เกล็ด และด้านหลัง ๒ เกล็ด ยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย
ใช้กับแบบเสื้อคอแหลม หรือกระโปรงสีขาวยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อยใช้กับแบบเสื้อคอป้าน
(๕) รองเท้า ถุงเท้า
ข้าราชการชาย
ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำชนิดผูกถุงเท้าสีดำ
ข้าราชการหญิง ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำแบบปิดปลายเท้าไม่มีลวดลาย
ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร ถุงเท้ายาวสีเนื้อ
ข. เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง
ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว เว้นแต่สีของหมวก ผ้าพันหมวกหมอนสักหลาดสำหรับปักครุฑพ่าห์
เสื้อและกางเกงหรือกระโปรงเป็นสีประเภทสีกากี
ค. เครื่องแบบครึ่งยศ
ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว เว้นแต่กางเกงหรือกระโปรงให้ใช้ผ้าสักหลาดหรือเสิร์จสีดำ
ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ง. เครื่องแบบเต็มยศ
ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศสวมสายสะพาย
จ. เครื่องแบบสโมสร
เครื่องแบบสโมสรสำหรับข้าราชการชาย
มี ๓ แบบ คือ
(๑) เครื่องแบบสโมสร ก. ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศ
(๒) เครื่องแบบสโมสร ข.
ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร ก. เว้นแต่
เสื้อ ให้ใช้เสื้อสโมสรสีขาว
ทำด้วยผ้าสักหลาดหรือเสิร์จ เปิดอก ปาดเอว มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้อมือข้างละ
๓ ดุม ที่ระหว่างอกกับเอวข้างละ ๓ ดุม และที่บรรจบเสื้อมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ข้างละ
๑ ดุม ดุมคู่นี้มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกัน ประกอบด้วยเสื้อกั๊กสีขาว
ดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ๓ ดุม และเสื้อเชิ้ตสีขาวอกแข็ง ข้อมือแข็ง คอเชิ้ตชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อผูกผ้าผูกคอสีดำ
เงื่อนหูกระต่าย
เครื่องหมายสังกัด ให้ติดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ในฤดูร้อน ให้ใช้กางเกงสีขาวแทนกางเกงสีดำได้
(๓) เครื่องแบบสโมสร ค.
ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร ข. เว้นแต่เสื้อเชิ้ตอกแข็งให้ใช้เสื้อเชิ้ตอกอ่อนสีขาว
และเสื้อกั๊กให้ใช้แพรแถบสีเดียวกับกางเกงรัดเอวแทน
แพรแถบนี้ส่วนกลางด้านหน้ากว้าง ๑๒ เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้างเรียว กว้าง ๑๑ เซนติเมตร
ที่ปลายมีขอเกี่ยวติดกันในขณะคาดทางด้านหลัง
สำหรับข้าราชการหญิง
ให้แต่งตามสมัยนิยม