ข้อกำหนด
ข้อกำหนด
ออกตามมาตรา
๙ แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
ในเขตพื้นที่เขตลาดกระบัง
กรุงเทพมหานคร
และอำเภอบางพลี
และอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
(ฉบับที่
๒)[๑]
ตามที่นายกรัฐมนตรี
ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่เขตดอนเมือง
และเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร และอำเภอบางพลี และอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ มีประกาศตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๔๘ ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ และมีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่
๓๐๑/๒๕๕๑ เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ
และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ลงวันที่ ๒๗
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้น
เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่รับผิดชอบยุติลงได้
และป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑
ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงจึงออกข้อกำหนด
ดังต่อไปนี้
๑. ห้ามผู้ใดชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป
หรือกระทำการใดเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในท้องที่เขตลาดกระบัง
กรุงเทพมหานคร ท้องที่อำเภอบางพลีและอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
๒. ห้ามผู้ใดที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน
หรือปฏิบัติหน้าที่ในท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เส้นทางคมนาคม
และหรือใช้ยานพาหนะในบริเวณท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิในถนนกิ่งแก้ว
และในทางเข้าออกท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ จากถนนบางนา - ตราด จากถนนอ่อนนุช -
ลาดกระบัง จากทางหลวงกรุงเทพ - ชลบุรี (มอเตอร์เวย์) ทุกเส้นทาง
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
๓. ห้ามผู้ใดใช้อาคาร
หรือเข้าไป หรืออยู่ในสถานที่ หรือพื้นที่ใด ๆ ในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
๔. ให้อพยพประชาชนที่ร่วมชุมนุมออกจากพื้นที่อาคารผู้โดยสารและพื้นที่รอบบริเวณในท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ
และเมื่อได้อพยพออกไปแล้วห้ามมิให้กลับเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอีก
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
จนถึงวันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ประกาศ
ณ วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
พลตำรวจโท
ฉลอง สนใจ
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค
๑
หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๔
ธันวาคม ๒๕๕๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๑๘๔ ง/หน้า ๕๙/๑ ธันวาคม ๒๕๕๑