ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรว่าด้วยภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเสียภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 28 ธ.ค. 2526 (1983-12-28) · 12 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
ว่าด้วยภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเสียภาษี
การเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ วรรคสอง แห่งพระราชกำหนดภาษี
การเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๒๖ อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์และ
วิธีการเสียภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑ ให้ผู้เดินทางที่มีหน้าที่เสียภาษีการเดินทางซึ่งจะเดินทางออกนอก
ราชอาณาจักรเสียภาษีก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ดังนี้
(๑) กรณีผู้เดินทางซึ่งจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยทางอากาศยาน
ให้ผู้เดินทางชำระภาษีต่อผู้ประกอบการขนส่งทางอากาศหรือตัวแทนซึ่งจำหน่ายตั๋วโดยสาร
ให้ทันทีที่ซื้อตั๋วโดยสาร เว้นแต่กรณีไม่มีการซื้อตั๋วโดยสารในประเทศไทย ให้ผู้เดินทาง
ชำระภาษีต่อผู้ประกอบการขนส่งหรือตัวแทนดังกล่าวในประเทศไทย หรือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(ก) พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพ
(ข) พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ ท่าอากาศยาน
เชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต หรือท่าอากาศยานหาดใหญ่ตั้งอยู่
(ค) พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านศุลกากรประจำท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศ
ยานภูเก็ต หรือท่าอากาศยานหาดใหญ่
(๒) กรณีผู้เดินทางซึ่งจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยทางเรือให้ผู้เดินทาง
ชำระภาษีต่อผู้ประกอบการขนส่งทางเรือหรือตัวแทนซึ่งจำหน่ายตั๋วโดยสารให้ทันทีที่ซื้อตั๋วโดยสาร เว้นแต่กรณีไม่มีการซื้อตั๋วโดยสารในประเทศไทย ให้ผู้เดินทางชำระภาษีต่อผู้ประกอบการขนส่ง
หรือตัวแทนดังกล่าวในประเทศไทย หรือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านศุลกากรประจำท่าเรือ
ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ (เว้นท้องที่ในเขตกรุงเทพมหานคร) ที่ด่านศุลกากรประจำ
ท่าเรือตั้งอยู่
(๓) กรณีผู้เดินทางซึ่งจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยทางรถไฟให้ผู้
เดินทางชำระภาษีต่อพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ ณ สถานี
รถไฟหาดใหญ่ ซึ่งจำหน่ายตั๋วโดยสารให้ ทันทีที่ซื้อตั๋วโดยสาร เว้นแต่กรณีไม่มีการซื้อตั๋วโดยสาร
จากสถานีรถไฟดังกล่าว ให้ผู้เดินทางชำระภาษีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านศุลกากรประจำ
พรมแดน หรือ ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ที่ด่านศุลกากรประจำพรมแดนตั้งอยู่
(๔) กรณีผู้เดินทางซึ่งจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยทางอื่นนอกจาก (๑)
(๒) หรือ (๓) ให้ผู้เดินทางชำระภาษีต่อผู้ประกอบการขนส่งซึ่งจำหน่ายตั๋วโดยสารให้ ทันทีที่ซื้อ
ตั๋วโดยสาร เว้นแต่กรณีไม่มีการซื้อตั๋วโดยสาร ให้ผู้เดินทางชำระภาษีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ณ ด่านศุลกากรประจำพรมแดน หรือ ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ที่ด่านศุลกากรประจำ
พรมแดนตั้งอยู่
ในกรณีผู้เดินทางมิได้ชำระภาษีตามเกณฑ์ใน (๑) ถึง (๔) ให้ชำระภาษีพร้อมกับ
เบี้ยปรับและเงินเพิ่มต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพ ณ ด่านศุลกากร ประจำ
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ณ ด่านศุลกากร ประจำ
พรมแดน หรือ ณ ด่านศุลกากรประจำท่าเรือแล้วแต่กรณี
การชำระภาษีตามความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ชำระเป็นรายบุคคลไม่ว่า
จะมีการออกตั๋วโดยสารให้เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒ ให้ผู้รับชำระภาษีตามข้อ ๑ เรียกเก็บภาษีการเดินทางโดยใช้บัตรภาษี
การเดินทางออกนอกราชอาณาจักร (ภ.ด.ท. ๑๑ หรือ ภ.ด.ท. ๑๒) ที่กรมสรรพากรจัดพิมพ์
เป็นหลักฐานการรับชำระภาษี โดยกรอกชื่อตัว ชื่อสกุล สัญชาติ หมายเลขหนังสือเดินทางของ
ผู้เดินทาง วัน เดือน ปี ที่รับชำระภาษี และชื่อผู้ออกบัตรภาษี (ผู้ประกอบการขนส่ง การรถไฟ
แห่งประเทศไทยหรือส่วนราชการที่รับชำระภาษี) ลงบนบัตรภาษีการเดินทางตอนที่ ๑ และ ๒
ส่วนตอนที่ ๓ ให้กรอกวันเดือนปีที่รับชำระภาษี แล้วให้มอบบัตรภาษีการเดินทางตอนที่ ๒ และ
๓ แก่ผู้เดินทางทันทีที่รับชำระภาษี
การใช้บัตรภาษีการเดินทางตามวรรคหนึ่งต้องใช้จากเลขที่ตามลำดับของบัตร
ภาษีการเดินทางตั้งแต่เลขต่ำไปหาเลขสูง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ ให้ผู้เดินทางแสดงบัตรภาษีการเดินทางตอนที่ ๒ และ ๓ หรือหลักฐาน
การได้รับยกเว้นภาษีการเดินทางต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองประจำด่าน
ตรวจคนเข้าเมือง ก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๓ ตรวจสอบบัตรภาษีการเดินทางหรือ
หลักฐานการได้รับยกเว้นภาษีการเดินทางว่าเป็นของผู้เดินทางถูกต้องแล้ว ให้ฉีกบัตรภาษี
การเดินทางตอนที่ ๓ มอบให้ผู้เดินทาง และอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้
บัตรภาษีการเดินทางตอนที่ ๒ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมนำส่งกรมสรรพากร
สำหรับท้องที่ในเขตกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ตั้งอยู่สำหรับจังหวัดอื่น ภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ได้รับบัตรภาษีการเดินทางนั้น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕ ให้ผู้รับชำระภาษีตามข้อ ๑ เฉพาะผู้ประกอบการขนส่งและการรถไฟ
แห่งประเทศไทย ปฏิบัติดังนี้
(๑) ยื่นแบบแจ้งรายการประกอบการขนส่งตามแบบ ภ.ด.ท. ๒๐ พร้อมทั้งบัตร
ตัวอย่างลายมือชื่อ ผู้ขอรับบัตรภาษีการเดินทางตามแบบ ภ.ด.ท. ๒๒ เมื่อขอรับบัตรภาษี
การเดินทางตาม (๒) ครั้งแรก และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ขอรับบัตรภาษีการเดินทาง
สำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ส่งเฉพาะแบบ ภ.ด.ท. ๒๒
(๒) ยื่นคำขอรับบัตรภาษีการเดินทางตามแบบ ภ.ด.ท. ๒๑ จำนวน ๑ ฉบับ
เพื่อขอรับบัตรภาษีการเดินทางในจำนวนเท่าที่จำเป็นต้องใช้ในการรับชำระภาษีในระยะเวลา ๑๐ วัน สำหรับกรณีในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อกองอากรและพัสดุ กรมสรรพากร สำหรับ
กรณีจังหวัดอื่นให้ยื่นต่อสำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ที่ผู้รับชำระภาษีมีสำนักงานตั้งอยู่ โดย
ให้นำบัญชี (๓) มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย
การยื่นคำขอรับบัตรภาษีการเดินทางตามวรรคหนึ่งให้ส่งต้นขั้วบัตรภาษีการ
เดินทางที่รับชำระภาษีไว้หมดเล่มแล้วไปพร้อมกับคำขอรับบัตรภาษีการเดินทางด้วย
(๓) จัดทำบัญชีรับจ่ายบัตรภาษีการเดินทางตามแบบ ภ.ด.ท. ๓๑ เพื่อแสดง
จำนวนบัตรภาษีการเดินทางที่มีอยู่ รับมา จ่ายไป และคงเหลือ เป็นรายวัน และต้องลงรายการให้
แล้วเสร็จภายใน ๓ วันนับแต่วันที่รับมาหรือจ่ายไป
(๔) ยื่นแบบแสดงรายการนำส่งภาษีการเดินทางตามแบบ ภ.ด.ท. ๔๑ พร้อมกับ
นำส่งเงินภาษีที่ต้องรับชำระต่อกองคลัง กรมสรรพากร สำหรับผู้รับชำระภาษีซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่
ในเขตกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ตาม (๒) สำหรับผู้รับชำระภาษีซึ่ง
มีสำนักงานตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นตามกำหนดเวลา ดังนี้
(ก) เงินภาษีที่ต้องรับชำระไว้ตั้งแต่วันที่ ๑ ถึงวันที่ ๑๐ ของเดือนให้นำส่งภายใน
วันที่ ๑๕ ของเดือนนั้น
(ข) เงินภาษีที่ต้องรับชำระไว้ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๒๐ ของเดือนให้นำส่ง
ภายในวันที่ ๒๕ ของเดือนนั้น
(ค) เงินภาษีที่ต้องรับชำระไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๑ ถึงวันสิ้นเดือน ให้นำส่งภายใน
วันที่ ๕ ของเดือนถัดไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖ ให้หน่วยงานผู้รับชำระภาษีตามข้อ ๑ ที่สังกัดกรมศุลกากรปฏิบัติดังนี้
(๑) ยื่นบัตรตัวอย่างลายมือชื่อผู้ขอรับบัตรภาษีการเดินทาง คำขอรับบัตรภาษี
การเดินทาง และจัดทำบัญชีรับจ่ายบัตรภาษีการเดินทางตามนัยข้อ ๕ (๒) และ (๓) โดยอนุโลม
(๒) นำเงินภาษีที่ได้รับชำระไว้ส่งคลังตามระเบียบกระทรวงการคลังที่เกี่ยวกับ
การเก็บรักษาและการนำเงินส่งคลัง
(๓) แจ้งการนำเงินส่งคลังตามแบบ ภ.ด.ท. ๔๒ พร้อมด้วยคู่ฉบับใบนำส่งเงิน
รายได้แผ่นดินต่อกองคลัง กรมสรรพากร หรือสำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ที่จ่ายบัตรภาษี
การเดินทางให้ แล้วแต่กรณี ภายใน ๓ วันนับแต่วันนำเงินส่งคลัง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗ ในกรณีบัตรภาษีการเดินทางที่ผู้รับชำระภาษีตามข้อ ๕ และข้อ ๖
รับไปนั้นสูญหาย หรือขาดจำนวนไปด้วยเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดอันมิใช่เหตุสุดวิสัย ให้ถือว่าได้ใช้
รับชำระภาษีไปแล้ว และให้ผู้รับชำระภาษีดังกล่าวรับผิดเสียภาษีการเดินทางตามจำนวนและ
ประเภทของบัตรภาษีการเดินทางที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘ บัตรภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร (ภ.ด.ท. ๑๑ หรือ
ภ.ด.ท. ๑๒) ให้ใช้ได้สำหรับการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรภายใน ๓ เดือนนับแต่วันที่ได้
ชำระภาษีการเดินทาง
กรณีมิได้มีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ผู้เดินทางมีสิทธิขอคืนภาษีการ
เดินทางได้ ตามระเบียบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๙ ในกรณีผู้เดินทางที่มีหน้าที่เสียภาษีการเดินทางได้ซื้อตั๋วโดยสารจาก
ผู้ประกอบการขนส่ง หรือตัวแทนหรือการรถไฟแห่งประเทศไทยไว้ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ
ให้ผู้เดินทางชำระภาษีการเดินทางต่อผู้รับชำระภาษีตามข้อ ๑ ก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๐ หลักเกณฑ์และวิธีการเสียภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรตาม
ประกาศนี้ เมื่ออธิบดีกรมสรรพากรเห็นเป็นการสมควรจะสั่งเป็นอย่างอื่นก็ได้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๒๖
วิทย์ ตันตยกุล
อธิบดีกรมสรรพากร
[รก.๒๕๒๖/๒๐๒/๑๖พ/๒๘ ธันวาคม ๒๕๒๖]
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).