法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรว่าด้วยภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเสียภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

ว่าด้วยภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเสียภาษี

การเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ วรรคสอง แห่งพระราชกำหนดภาษี

การเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๒๖ อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์และ

วิธีการเสียภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ผู้เดินทางที่มีหน้าที่เสียภาษีการเดินทางซึ่งจะเดินทางออกนอก

ราชอาณาจักรเสียภาษีก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ดังนี้

(๑) กรณีผู้เดินทางซึ่งจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยทางอากาศยาน

ให้ผู้เดินทางชำระภาษีต่อผู้ประกอบการขนส่งทางอากาศหรือตัวแทนซึ่งจำหน่ายตั๋วโดยสาร

ให้ทันทีที่ซื้อตั๋วโดยสาร เว้นแต่กรณีไม่มีการซื้อตั๋วโดยสารในประเทศไทย ให้ผู้เดินทาง

ชำระภาษีต่อผู้ประกอบการขนส่งหรือตัวแทนดังกล่าวในประเทศไทย หรือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(ก) พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพ

(ข) พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ ท่าอากาศยาน

เชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต หรือท่าอากาศยานหาดใหญ่ตั้งอยู่

(ค) พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านศุลกากรประจำท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศ

ยานภูเก็ต หรือท่าอากาศยานหาดใหญ่

(๒) กรณีผู้เดินทางซึ่งจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยทางเรือให้ผู้เดินทาง

ชำระภาษีต่อผู้ประกอบการขนส่งทางเรือหรือตัวแทนซึ่งจำหน่ายตั๋วโดยสารให้ทันทีที่ซื้อตั๋วโดยสาร เว้นแต่กรณีไม่มีการซื้อตั๋วโดยสารในประเทศไทย ให้ผู้เดินทางชำระภาษีต่อผู้ประกอบการขนส่ง

หรือตัวแทนดังกล่าวในประเทศไทย หรือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านศุลกากรประจำท่าเรือ

ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ (เว้นท้องที่ในเขตกรุงเทพมหานคร) ที่ด่านศุลกากรประจำ

ท่าเรือตั้งอยู่

(๓) กรณีผู้เดินทางซึ่งจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยทางรถไฟให้ผู้

เดินทางชำระภาษีต่อพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ ณ สถานี

รถไฟหาดใหญ่ ซึ่งจำหน่ายตั๋วโดยสารให้ ทันทีที่ซื้อตั๋วโดยสาร เว้นแต่กรณีไม่มีการซื้อตั๋วโดยสาร

จากสถานีรถไฟดังกล่าว ให้ผู้เดินทางชำระภาษีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านศุลกากรประจำ

พรมแดน หรือ ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ที่ด่านศุลกากรประจำพรมแดนตั้งอยู่

(๔) กรณีผู้เดินทางซึ่งจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยทางอื่นนอกจาก (๑)

(๒) หรือ (๓) ให้ผู้เดินทางชำระภาษีต่อผู้ประกอบการขนส่งซึ่งจำหน่ายตั๋วโดยสารให้ ทันทีที่ซื้อ

ตั๋วโดยสาร เว้นแต่กรณีไม่มีการซื้อตั๋วโดยสาร ให้ผู้เดินทางชำระภาษีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ณ ด่านศุลกากรประจำพรมแดน หรือ ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ที่ด่านศุลกากรประจำ

พรมแดนตั้งอยู่

ในกรณีผู้เดินทางมิได้ชำระภาษีตามเกณฑ์ใน (๑) ถึง (๔) ให้ชำระภาษีพร้อมกับ

เบี้ยปรับและเงินเพิ่มต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพ ณ ด่านศุลกากร ประจำ

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ณ ด่านศุลกากร ประจำ

พรมแดน หรือ ณ ด่านศุลกากรประจำท่าเรือแล้วแต่กรณี

การชำระภาษีตามความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ชำระเป็นรายบุคคลไม่ว่า

จะมีการออกตั๋วโดยสารให้เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ผู้รับชำระภาษีตามข้อ ๑ เรียกเก็บภาษีการเดินทางโดยใช้บัตรภาษี

การเดินทางออกนอกราชอาณาจักร (ภ.ด.ท. ๑๑ หรือ ภ.ด.ท. ๑๒) ที่กรมสรรพากรจัดพิมพ์

เป็นหลักฐานการรับชำระภาษี โดยกรอกชื่อตัว ชื่อสกุล สัญชาติ หมายเลขหนังสือเดินทางของ

ผู้เดินทาง วัน เดือน ปี ที่รับชำระภาษี และชื่อผู้ออกบัตรภาษี (ผู้ประกอบการขนส่ง การรถไฟ

แห่งประเทศไทยหรือส่วนราชการที่รับชำระภาษี) ลงบนบัตรภาษีการเดินทางตอนที่ ๑ และ ๒

ส่วนตอนที่ ๓ ให้กรอกวันเดือนปีที่รับชำระภาษี แล้วให้มอบบัตรภาษีการเดินทางตอนที่ ๒ และ

๓ แก่ผู้เดินทางทันทีที่รับชำระภาษี

การใช้บัตรภาษีการเดินทางตามวรรคหนึ่งต้องใช้จากเลขที่ตามลำดับของบัตร

ภาษีการเดินทางตั้งแต่เลขต่ำไปหาเลขสูง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้เดินทางแสดงบัตรภาษีการเดินทางตอนที่ ๒ และ ๓ หรือหลักฐาน

การได้รับยกเว้นภาษีการเดินทางต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองประจำด่าน

ตรวจคนเข้าเมือง ก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๓ ตรวจสอบบัตรภาษีการเดินทางหรือ

หลักฐานการได้รับยกเว้นภาษีการเดินทางว่าเป็นของผู้เดินทางถูกต้องแล้ว ให้ฉีกบัตรภาษี

การเดินทางตอนที่ ๓ มอบให้ผู้เดินทาง และอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้

บัตรภาษีการเดินทางตอนที่ ๒ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมนำส่งกรมสรรพากร

สำหรับท้องที่ในเขตกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

ตั้งอยู่สำหรับจังหวัดอื่น ภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ได้รับบัตรภาษีการเดินทางนั้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้รับชำระภาษีตามข้อ ๑ เฉพาะผู้ประกอบการขนส่งและการรถไฟ

แห่งประเทศไทย ปฏิบัติดังนี้

(๑) ยื่นแบบแจ้งรายการประกอบการขนส่งตามแบบ ภ.ด.ท. ๒๐ พร้อมทั้งบัตร

ตัวอย่างลายมือชื่อ ผู้ขอรับบัตรภาษีการเดินทางตามแบบ ภ.ด.ท. ๒๒ เมื่อขอรับบัตรภาษี

การเดินทางตาม (๒) ครั้งแรก และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ขอรับบัตรภาษีการเดินทาง

สำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ส่งเฉพาะแบบ ภ.ด.ท. ๒๒

(๒) ยื่นคำขอรับบัตรภาษีการเดินทางตามแบบ ภ.ด.ท. ๒๑ จำนวน ๑ ฉบับ

เพื่อขอรับบัตรภาษีการเดินทางในจำนวนเท่าที่จำเป็นต้องใช้ในการรับชำระภาษีในระยะเวลา ๑๐ วัน สำหรับกรณีในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อกองอากรและพัสดุ กรมสรรพากร สำหรับ

กรณีจังหวัดอื่นให้ยื่นต่อสำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ที่ผู้รับชำระภาษีมีสำนักงานตั้งอยู่ โดย

ให้นำบัญชี (๓) มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย

การยื่นคำขอรับบัตรภาษีการเดินทางตามวรรคหนึ่งให้ส่งต้นขั้วบัตรภาษีการ

เดินทางที่รับชำระภาษีไว้หมดเล่มแล้วไปพร้อมกับคำขอรับบัตรภาษีการเดินทางด้วย

(๓) จัดทำบัญชีรับจ่ายบัตรภาษีการเดินทางตามแบบ ภ.ด.ท. ๓๑ เพื่อแสดง

จำนวนบัตรภาษีการเดินทางที่มีอยู่ รับมา จ่ายไป และคงเหลือ เป็นรายวัน และต้องลงรายการให้

แล้วเสร็จภายใน ๓ วันนับแต่วันที่รับมาหรือจ่ายไป

(๔) ยื่นแบบแสดงรายการนำส่งภาษีการเดินทางตามแบบ ภ.ด.ท. ๔๑ พร้อมกับ

นำส่งเงินภาษีที่ต้องรับชำระต่อกองคลัง กรมสรรพากร สำหรับผู้รับชำระภาษีซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่

ในเขตกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ตาม (๒) สำหรับผู้รับชำระภาษีซึ่ง

มีสำนักงานตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นตามกำหนดเวลา ดังนี้

(ก) เงินภาษีที่ต้องรับชำระไว้ตั้งแต่วันที่ ๑ ถึงวันที่ ๑๐ ของเดือนให้นำส่งภายใน

วันที่ ๑๕ ของเดือนนั้น

(ข) เงินภาษีที่ต้องรับชำระไว้ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๒๐ ของเดือนให้นำส่ง

ภายในวันที่ ๒๕ ของเดือนนั้น

(ค) เงินภาษีที่ต้องรับชำระไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๑ ถึงวันสิ้นเดือน ให้นำส่งภายใน

วันที่ ๕ ของเดือนถัดไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้หน่วยงานผู้รับชำระภาษีตามข้อ ๑ ที่สังกัดกรมศุลกากรปฏิบัติดังนี้

(๑) ยื่นบัตรตัวอย่างลายมือชื่อผู้ขอรับบัตรภาษีการเดินทาง คำขอรับบัตรภาษี

การเดินทาง และจัดทำบัญชีรับจ่ายบัตรภาษีการเดินทางตามนัยข้อ ๕ (๒) และ (๓) โดยอนุโลม

(๒) นำเงินภาษีที่ได้รับชำระไว้ส่งคลังตามระเบียบกระทรวงการคลังที่เกี่ยวกับ

การเก็บรักษาและการนำเงินส่งคลัง

(๓) แจ้งการนำเงินส่งคลังตามแบบ ภ.ด.ท. ๔๒ พร้อมด้วยคู่ฉบับใบนำส่งเงิน

รายได้แผ่นดินต่อกองคลัง กรมสรรพากร หรือสำนักงานสรรพากรอำเภอท้องที่ที่จ่ายบัตรภาษี

การเดินทางให้ แล้วแต่กรณี ภายใน ๓ วันนับแต่วันนำเงินส่งคลัง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีบัตรภาษีการเดินทางที่ผู้รับชำระภาษีตามข้อ ๕ และข้อ ๖

รับไปนั้นสูญหาย หรือขาดจำนวนไปด้วยเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดอันมิใช่เหตุสุดวิสัย ให้ถือว่าได้ใช้

รับชำระภาษีไปแล้ว และให้ผู้รับชำระภาษีดังกล่าวรับผิดเสียภาษีการเดินทางตามจำนวนและ

ประเภทของบัตรภาษีการเดินทางที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บัตรภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร (ภ.ด.ท. ๑๑ หรือ

ภ.ด.ท. ๑๒) ให้ใช้ได้สำหรับการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรภายใน ๓ เดือนนับแต่วันที่ได้

ชำระภาษีการเดินทาง

กรณีมิได้มีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ผู้เดินทางมีสิทธิขอคืนภาษีการ

เดินทางได้ ตามระเบียบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีผู้เดินทางที่มีหน้าที่เสียภาษีการเดินทางได้ซื้อตั๋วโดยสารจาก

ผู้ประกอบการขนส่ง หรือตัวแทนหรือการรถไฟแห่งประเทศไทยไว้ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ให้ผู้เดินทางชำระภาษีการเดินทางต่อผู้รับชำระภาษีตามข้อ ๑ ก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ หลักเกณฑ์และวิธีการเสียภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรตาม

ประกาศนี้ เมื่ออธิบดีกรมสรรพากรเห็นเป็นการสมควรจะสั่งเป็นอย่างอื่นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๒๖

วิทย์ ตันตยกุล

อธิบดีกรมสรรพากร

[รก.๒๕๒๖/๒๐๒/๑๖พ/๒๘ ธันวาคม ๒๕๒๖]

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรว่าด้วยภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเสียภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_522fa8a7eaa71e6c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com