法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้งและการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2545 (ฉบับ Update ณ วันที่ 18/02/2551)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
39
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ

พ.ศ. ๒๕๔๕

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ หากข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“ก.ต.” หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

“เลขานุการ ก.ต.” หมายความว่า เลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

“อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล” หมายความว่า คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจำชั้นศาล

“เลขานุการ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล” หมายความว่า เลขานุการคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจำชั้นศาล

“จังหวัด” หมายความว่า พื้นที่ในเขตอำนาจศาล

“ภูมิลำเนา” หมายความว่า บ้านที่เกิดหรือเป็นพื้นเพเดิม ซึ่งอาจจะเป็นจังหวัดอื่นที่มิใช่บ้านเกิดก็ได้

“ปริมณฑล” หมายความว่า จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดปทุมธานีจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เลขานุการ ก.ต. เสนอเรื่องการแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง และการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลพิจารณาจัดทำความเห็นโดยเร็ว

ในกรณีการเลื่อนตำแหน่ง หากมีการเสนอชื่อข้ามลำดับอาวุโสให้ระบุเหตุผลของการดำเนินการเช่นว่านั้นไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การพิจารณาของ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลในเรื่องการแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง และการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลดำเนินการตามหมวด ๔ แห่งระเบียบนี้

การแต่งตั้งและการเลื่อนตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ให้พิจารณาถึงความรู้ความสามารถพื้นฐาน ได้แก่ การพิจารณาพิพากษาคดี การเรียงคำพิพากษา การบริหารงานคดี ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต ความไว้วางใจได้ ความวิริยะอุตสาหะ ชื่อเสียงเกียรติคุณ ประวัติการศึกษาอบรมและการรับราชการ การดำรงตนของตนเองและคู่ครอง มารยาทสังคม และทัศนคติ ประกอบกับแบบการประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการผู้นั้นว่ามีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่จะแต่งตั้งตามที่ระบุไว้ท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารงานศาล นอกจากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๗ แล้ว ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถในการบริหาร ความเป็นผู้นำ การแก้ปัญหา การตัดสินใจ มนุษยสัมพันธ์ ความเอาใจใส่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการและประชาชน ประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับคดีสำคัญ ความเสียสละ และการอุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรมรวมทั้งผลงานของผู้นั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งในศาลชำนัญพิเศษตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค และผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา นอกจากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๗ แล้ว ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานของศาลนั้นและความเหมาะสมกับตำแหน่งประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ให้เสนอแต่งตั้งจากข้าราชการตุลาการที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาลมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี และผ่านการประเมินความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนดอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาล

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๒] การเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ผู้พิพากษาศาลฎีกา หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า ให้เลขานุการ ก.ต. จัดทำรายงานสรุปผลงานการทำสำนวนคดีและผลการประเมินการปฏิบัติราชการย้อนหลัง ๓ ปี ของผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้งเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

ในกรณีที่ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลมีข้อสังเกตเกี่ยวกับผลการปฏิบัติราชการของผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้ง อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลอาจสุ่มตัวอย่างผลงานการพิจารณาพิพากษาคดีหรืองานอื่นในหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้งมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้เลขานุการ ก.ต. จัดให้มีการประเมินบุคคลตามแบบการประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการท้ายระเบียบนี้เป็นประจำทุกปี โดยให้ผู้ที่รับผิดชอบการประเมินส่งผลการประเมินไปถึงสำนักงานศาลยุติธรรมภายในเดือนเมษายนของแต่ละปี

ผู้รับการประเมินมีสิทธิขอตรวจดูการประเมินและผลการประเมินได้ตามวิธีการที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนด

การโยกย้ายแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการประจำปีมีสองวาระ ดังนี้

วาระปกติ พิจารณาดำเนินการประมาณเดือนสิงหาคมของแต่ละปี สำหรับข้าราชการตุลาการทุกตำแหน่ง ทั้งการโยกย้ายแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนผู้มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ในแต่ละปีงบประมาณ และการโยกย้ายแต่งตั้งเพื่อสับเปลี่ยนตำแหน่งโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมของปีนั้นสำหรับผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนผู้มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ของปีถัดไปสำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลและผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

วาระพิเศษ พิจารณาดำเนินการประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไปสำหรับการโยกย้ายแต่งตั้งเพิ่มเติมตามความจำเป็น ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการโยกย้ายแต่งตั้งตามวาระปกติ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๓ (๑) (ข) ได้แก่ รองประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า สามารถสับเปลี่ยนตำแหน่งกันได้ทุกตำแหน่งโดยไม่มีผลกระทบต่อลำดับอาวุโส

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕[๓] ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๓ (๑) (ข) ได้แก่ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และผู้พิพากษาศาลฎีกา สามารถสับเปลี่ยนกับตำแหน่งตามมาตรา ๑๓ (๒) (ก) ได้แก่ ประธานศาลอุทธรณ์ และประธานศาลอุทธรณ์ภาค ได้ทุกตำแหน่งโดยไม่มีผลกระทบต่อลำดับอาวุโส

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๓ (๒) (ข) ได้แก่ รองประธานศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า สามารถสับเปลี่ยนตำแหน่งกันได้ทุกตำแหน่งโดยไม่มีผลกระทบต่อลำดับอาวุโส

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๓ (๓) (ก) ได้แก่ อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้น หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า สามารถสับเปลี่ยนตำแหน่งกันได้ทุกตำแหน่งโดยไม่มีผลกระทบต่อลำดับอาวุโส

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๔] การพิจารณาโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งในศาลจังหวัด ศาลแขวง ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในจังหวัดใด ให้คำนึงถึงลำดับอาวุโสและความเหมาะสมในจังหวัดนั้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙[๕] การแต่งตั้งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลหรือผู้พิพากษาศาลชั้นต้นไปดำรงตำแหน่งในจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาของผู้นั้นหรือของคู่สมรสจะกระทำมิได้ เว้นแต่ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงศาลจังหวัดซึ่งศาลตั้งอยู่ที่อำเภอ หรือกรณีมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งเป็นพิเศษเฉพาะราย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐[๖] ให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลรับราชการในจังหวัดที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครได้จังหวัดละไม่เกินสี่ปี สำหรับผู้พิพากษาศาลชั้นต้นให้รับราชการในจังหวัดที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครได้จังหวัดละไม่เกินห้าปี โดยให้นับระยะเวลารวมถึงการช่วยราชการในจังหวัดนั้นด้วย

กรณีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ดำรงตำแหน่งในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด ศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว และศาลแขวง ให้ดำรงตำแหน่งในศาลดังกล่าว ศาลใดศาลหนึ่งหรือหลายศาลเป็นระยะเวลาติดต่อกันรวมแล้วไม่เกินห้าปี โดยให้นับระยะเวลารวมถึงการช่วยราชการในจังหวัดนั้นด้วย

กรณีผู้ที่รับราชการในศาลแขวง ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด และศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวครบสองปี หากมีตำแหน่งในศาลจังหวัดว่างลงอาจได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งในศาลจังหวัด

สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการประธานศาลฎีกา รองเลขาธิการประธานศาลฎีกา เลขานุการและรองเลขานุการศาลสูง เลขานุการศาลชั้นต้น และเลขานุการศาลยุติธรรมประจำภาคให้มีวาระในการดำรงตำแหน่งทุกตำแหน่งดังกล่าวรวมกันไม่เกินสี่ปี

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ (ยกเลิก)[๗]

การแต่งตั้งให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลไปดำรงตำแหน่งในศาลชั้นต้นในจังหวัดที่ผู้นั้นเคยดำรงตำแหน่งหรือเคยช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลมาก่อนจะกระทำมิได้ เว้นแต่ศาลในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลและผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่รับราชการในศาลภูมิภาคยังไม่ครบระยะเวลาตามข้อ ๒๑ หากมีความจำเป็นอาจได้รับการพิจารณาให้โยกย้ายมารับราชการที่ศาลในเขตกรุงเทพมหานครได้ แต่จะขอโยกย้ายไปรับราชการในศาลภูมิภาคอีกไม่ได้จนกว่าจะครบสี่ปี หรือจนกว่าจะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่มีความจำเป็นและประสงค์ไม่ออกไปดำรงตำแหน่งในศาลภูมิภาคอาจได้รับการพิจารณาให้รับราชการที่ศาลในเขตกรุงเทพมหานครได้ แต่จะขอโยกย้ายไปรับราชการในศาลภูมิภาคอีกไม่ได้จนกว่าจะครบสี่ปี หรือจนกว่าจะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔[๘] ให้ผู้พิพากษาประจำศาลรับราชการในศาลชั้นต้น ยกเว้นศาลแขวง ศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ตามระยะเวลาที่ ก.ต. เห็นสมควรกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การแต่งตั้งผู้พิพากษาอาวุโสไปดำรงตำแหน่งในจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาของผู้นั้นหรือของคู่สมรสจะกระทำมิได้ เว้นแต่ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค หรือกรณีมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งเป็นพิเศษเฉพาะราย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖[๙] ผู้พิพากษาอาวุโสให้รับราชการในจังหวัดที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครได้จังหวัดละไม่เกินห้าปี โดยให้นับระยะเวลารวมถึงการช่วยราชการในจังหวัดนั้นด้วย

ผู้พิพากษาอาวุโสให้รับราชการที่ศาลในเขตกรุงเทพมหานครได้ศาลละไม่เกินห้าปี โดยให้นับระยะเวลารวมถึงการช่วยราชการในศาลนั้นด้วย เว้นแต่ในศาลชำนัญพิเศษ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗[๑๐] (ยกเลิก)

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้พิพากษาอาวุโสที่รับราชการในศาลภูมิภาคยังไม่ครบระยะเวลาตามข้อ ๒๗ หากมีความจำเป็นอาจได้รับการพิจารณาให้โยกย้ายมารับราชการที่ศาลในเขตกรุงเทพมหานครได้ แต่จะขอโยกย้ายไปรับราชการในศาลภูมิภาคอีกไม่ได้จนกว่าจะครบสี่ปี เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ในกรณีที่มีความเหมาะสมและเพื่อประโยชน์อย่างยิ่งแก่ราชการ ศาลยุติธรรม ก.ต. อาจมีมติด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ยกเว้นหลักเกณฑ์ในการโยกย้ายแต่งตั้งตามระเบียบนี้ได้

วิธีดำเนินการของ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การพิจารณาของ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลในเรื่องการแต่งตั้งและการเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) การแต่งตั้งประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาอาวุโส หรือตำแหน่งอื่นตามที่ก.ต. เห็นสมควรให้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่าง อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลทุกชั้นศาล โดยให้ประธาน อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลผู้มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้เรียกประชุม

(๒) การเลื่อนตำแหน่งผู้พิพากษาในศาลชั้นอุทธรณ์ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาในศาลฎีกาและการแต่งตั้งประธานศาลอุทธรณ์และประธานศาลอุทธรณ์ภาค ให้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่าง อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา โดยให้ประธาน อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลนั้นผู้มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้เรียกประชุม

(๓) การเลื่อนตำแหน่งผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาในศาลชั้นอุทธรณ์ให้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่าง อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นโดยให้ประธาน อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลนั้นผู้มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้เรียกประชุม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การประชุมของ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล หากมีข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่ไม่ชัดเจน ที่ประชุมอาจเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้

ในกรณีที่มีการอภิปรายไปในทางที่เป็นผลร้ายแก่บุคคลใดจะต้องดำเนินการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนั้น รวมทั้งให้โอกาสบุคคลนั้นชี้แจงก่อน เว้นแต่จะปรากฏพยานหลักฐานเป็นที่ชัดแจ้งอยู่แล้ว

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลมีสิทธิแสวงหาข้อมูลในด้านต่าง ๆ ของบุคคลที่เลขานุการ ก.ต. เสนอชื่อเพื่อประกอบการพิจารณาได้

ให้เลขานุการ ก.ต. อำนวยความสะดวกแก่ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลในการที่จะเข้าตรวจดูข้อมูลภายในศาลยุติธรรม และให้ความร่วมมือในการให้ได้มาซึ่งข้อมูลภายนอกศาลยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในการประชุม อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล ให้อนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจำชั้นศาลทุกคนลงความเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่กับบุคคลที่เลขานุการ ก.ต. เสนอชื่อให้พิจารณาพร้อมระบุเหตุผลเพื่อประกอบการพิจารณาของ ก.ต.

อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลอาจเสนอข้อมูลของบุคคลอื่นที่เห็นว่าเป็นผู้ที่เหมาะสมกว่าบุคคลที่เลขานุการ ก.ต. เสนอชื่อเพื่อประกอบการพิจารณาของ ก.ต. ด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้เลขานุการ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลจัดทำรายงานสรุปผลการพิจารณาของ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล โดยมีสาระสำคัญครบถ้วนเสนอต่อ ก.ต.

การเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า เมื่ออยู่ในชั้น ๒ มาครบห้าปีนับแต่วันที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เลื่อนชั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเป็นชั้น ๓ ขั้นต่ำ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือตำแหน่งอื่นที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นเมื่ออยู่ในชั้น ๓ ขั้นต่ำมาครบสามปีนับแต่วันที่ได้รับการเลื่อนชั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเป็นชั้น ๓ ขั้นต่ำตามข้อ ๓๕ แล้ว ให้เลขานุการ ก.ต. เสนอให้เลื่อนขั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเป็นชั้น ๓ ขั้นสูงสุดต่อ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลเพื่อจัดทำความเห็นประกอบการพิจารณาของ ก.ต. โดยเร็ว

การพิจารณาของ ก.ต. ตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณารายงานการประเมินบุคคลและการปฏิบัติราชการประจำปีของข้าราชการตุลาการผู้นั้นประกอบด้วย หากจะพิจารณาไม่ให้ผู้ใดเลื่อนขั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเป็นชั้น ๓ ขั้นสูงสุด ให้เลขานุการ ก.ต. ดำเนินการให้มีการสุ่มตัวอย่างผลงานการพิจารณาพิพากษาคดีของผู้นั้นย้อนหลังไปไม่เกินสามปีมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

การประเมินสมรรถภาพของผู้พิพากษาอาวุโส

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้เลขานุการ ก.ต. จัดให้มีการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการประเมินบุคคลและผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาอาวุโสว่ามีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสต่อไปหรือไม่ โดยให้เสนอรายชื่อบุคคลให้ ก.ต. แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประเมินจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่เกินสิบสองคน ซึ่งในจำนวนนี้ต้องเป็นคณะกรรมการแพทย์จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน แล้วเสนอผลการประเมินต่อ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลทุกชั้นศาลเพื่อจัดทำความเห็นประกอบการพิจารณาของ ก.ต. ให้แล้วเสร็จก่อนวันสิ้นปีงบประมาณที่ผู้พิพากษาอาวุโสผู้นั้นจะมีอายุครบหกสิบห้าปีบริบูรณ์ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลตามแบบการประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการตามข้อ ๑๒ มาใช้แก่การประเมินบุคคลของผู้พิพากษาอาวุโสด้วยโดยอนุโลม

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ มิให้นำความในข้อ ๑๑ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๕

ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

สันติ ทักราล

ประธานศาลฎีกา

ประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. การประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการประจำปี พ.ศ. ....

๒.[๑๑] มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖[๑๒]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗[๑๓]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘[๑๔]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๘[๑๕]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๙[๑๖]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๙[๑๗]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๐[๑๘]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เพื่อประโยชน์แห่งข้อ ๒๖ ให้เริ่มนับระยะเวลารับราชการของผู้พิพากษาอาวุโสในจังหวัดที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครและศาลในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๕๐[๑๙]

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรณีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลและผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่รับราชการในศาลปริมณฑลให้ใช้บังคับข้อ ๒๐ วรรคหนึ่ง เมื่อผู้พิพากษาหัวหน้าศาลและผู้พิพากษาศาลชั้นต้น รับราชการในศาลปริมณฑลนั้นครบหรือเกินกว่าสี่ปี หรือห้าปี แล้วแต่กรณี ในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๒

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ใช้บังคับข้อ ๒๐ วรรคสอง แก่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ดำรงตำแหน่ง หรือช่วยราชการ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๑ เป็นต้นไป

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๑[๒๐]

วิมล/ผู้จัดทำ

๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๗๕ ก/หน้า ๔/๘ สิงหาคม ๒๕๔๕

[๒] ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๐

[๓] ข้อ ๑๕ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๙

[๔] ข้อ ๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

[๕] ข้อ ๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๖] ข้อ ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๕๐

[๗] ข้อ ๒๑ วรรคหนึ่ง ยกเลิกโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๙

[๘] ข้อ ๒๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๑

[๙] ข้อ ๒๖ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๐

[๑๐] ข้อ ๒๗ ยกเลิกโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๙

[๑๑] มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๐

[๑๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๓๕ ก/หน้า ๗/๒๙ เมษายน ๒๕๔๖

[๑๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๑๐ ก/หน้า ๕๒/๒๒ มกราคม ๒๕๔๗

[๑๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๑๖ ก/หน้า ๔๘/๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

[๑๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๑๒๓ ก/หน้า ๑๒/๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๘

[๑๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้า ๑๗/๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙

[๑๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๘๑ ก/หน้า ๘/๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๙

[๑๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๖๒ ก/หน้า ๑๘/๒๘ กันยายน ๒๕๕๐

[๑๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๑๒ ก/หน้า ๓๒/๑๖ มกราคม ๒๕๕๑

[๒๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๓๔ ก/หน้า ๑/๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

39 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้งและการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2545 (ฉบับ Update ณ วันที่ 18/02/2551) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_525549f3d686debe

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com