ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนช. 7/2561
เรื่อง หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
เนื่องจากการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ มีลักษณะเป็นการรับเงินรับล่วงหน้ามาจากผู้ใช้บริการเพื่อนําไปชําระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าอื่นใดแทนการชําระด้วยเงินสด ดังนั้น การกํากับดูแลการให้บริการดังกล่าวจําเป็นต้องมีหลักเกณฑ์ในการกํากับดูแลเงินรับล่วงหน้าเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์มีฐานะทางการเงินที่น่าเชื่อถือ มีการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยด้านระบบสารสนเทศในการประกอบธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ และมีการคุ้มครองผู้ใช้บริการ
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกําหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ถือปฏิบัติเพิ่มเติมนอกเหนือจากการปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์ทั่วไปในการกํากับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 19 และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชําระเงิน พ.ศ. 2560 ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ตามความในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้การกํากับตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน
อื่นๆ - 4. เนื้อหา
4.1 นิยาม
ในประกาศฉบับนี้
"เงินอิเล็กทรอนิกส์" หมายความว่า บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ประกอบธุรกิจออกให้แก่ผู้ใช้บริการซึ่งจะระบุชื่อหรือไม่ก็ตาม โดยมีการชําระเงินให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจไว้ล่วงหน้าเพื่อนําไปใช้ชําระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าอื่นใดแทนการชําระด้วยเงินสด และได้มีการบันทึกมูลค่าหรือจํานวนเงินที่ชําระไว้ล่วงหน้า
"บัตรอิเล็กทรอนิกส์" หมายความว่า บัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามประมวลกฎหมายอาญา
"ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์" หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนให้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้การกํากับตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน
"สถาบันการเงิน" หมายความว่า สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
"ธนาคารพาณิชย์" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
"สถาบันการเงินเฉพาะกิจ " หมายความว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
"รัฐวิสาหกิจ" หมายความว่า รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
"อํานาจควบคุมกิจการ" หมายความว่า การมีความสัมพันธ์ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังนี้
1) การถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทเกินกว่าร้อยละ 50 ของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น โดยรวมถึงการถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทของคู่สมรส บุตรหรือบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย
2) การมีอํานาจควบคุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทโดยรวมถึงการมีอํานาจควบคุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทของคู่สมรสบุตรหรือบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย
"ธปท." หมายความว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
4.2 หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์
ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
4.2.1 การให้บริการต้องไม่มีลักษณะเป็นการให้สินเชื่อ
4.2.2 การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องบันทึกมูลค่าเป็นเงินสกุลบาท หรือเงินสกุลต่างประเทศ
4.2.3 จัดทําบัญชีเงินรับล่วงหน้าที่ได้รับจากผู้ใช้บริการแยกไว้ต่างหากจากบัญชีอื่นของผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ และจัดทําข้อมูลให้มีความถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยต้องจัดทําบัญชีเงินรับล่วงหน้าที่ได้รับจากผู้ใช้บริการแยกแต่ละราย รวมทั้งแสดงบัญชีเงินรับล่วงหน้าไว้ในงบการเงินต่างหากให้ชัดเจน หรือแสดงไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินให้ชัดเจนก็ได้
4.2.4 การเก็บรักษาเงินรับล่วงหน้าที่ได้รับจากผู้ใช้บริการต้องแยกไว้ต่างหากจากเงินทุนหมุนเวียนอื่นของผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ และให้ฝากไว้ที่ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่น้อยกว่ายอดคงค้างของเงินรับล่วงหน้า โดยเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารแยกต่างหากจากบัญชีเงินฝากอื่น ๆ ของผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งต้องปราศจากภาระผูกพัน และใช้สําหรับการชําระบัญชีอันเนื่องมาจากการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
นอกจากนี้ การเปิดบัญชีเงินฝากสําหรับใช้ในการเก็บรักษาเงินรับล่วงหน้าข้างต้นนั้น ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องระบุชื่อบัญชีเงินฝากให้ชัดเจนว่าเป็นบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้เพื่อเก็บรักษาเงินรับล่วงหน้าของผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองเงินรับล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน
กรณีผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ อาจเก็บรักษาเงินรับล่วงหน้าไว้ที่สถาบันตนเองก็ได้ โดยแยกออกจากทรัพย์สินของตน และไม่อาจนําไปใช้เพื่อการอื่นใดได้
4.2.5 ส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ํากว่าทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วตามที่กฎหมายกําหนด โดยให้คํานวณ ณ วันสิ้นไตรมาส พร้อมจัดทํารายงานส่ง ธปท. ภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นไตรมาส ตามหลักเกณฑ์วิธีการคํานวณและเงื่อนไขที่ ธบ่ท. กําหนดตามแบบรายงานแนบท้ายประกาศนี้
กรณีส่วนของผู้ถือหุ้นต่ํากว่าทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วตามที่กฎหมายกําหนด ธปท. จะพิจารณาลงโทษปรับ และหรือจะสั่งการเป็นรายกรณี เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการและสาธารณชน หรือเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์มีการปรับปรุงหรือแก้ไขฐานะทางการเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
นอกจากนี้ เพื่อดูแลฐานะทางการเงินของผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีความมั่นคงน่าเชื่อถือ รวมถึงป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ ธปท. เห็นควรกําหนดมาตรการในการกํากับดูแลกรณีผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์มีส่วนของผู้ถือหุ้นต่ํากว่าทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วตามที่กฎหมายกําหนด ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) เมื่อส่วนของผู้ถือหุ้นต่ํากว่าทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วตามที่กฎหมายกําหนด ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์มีหนังสือชี้แจงเหตุผลต่อ ธปท. ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นและแนวทางการแก้ไขภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นไตรมาส ทั้งนี้ ธปท. อาจสั่งการให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์จัดทําแผนการปรับปรุงหรือแก้ไขฐานะและผลการดําเนินงาน พร้อมกําหนดเงื่อนไขอื่นด้วยก็ได้
(2) เมื่อส่วนของผู้ถือหุ้นต่ํากว่าร้อยละ 75 ของทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วตามที่กฎหมายกําหนด ธปท. จะพิจารณาสั่งการให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์จัดทําแผนการปรับปรุงหรือแก้ไขฐานะและผลการดําเนินงานภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นไตรมาส พร้อมเสนอแผนการดังกล่าวต่อ ธปท. เพื่อให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ธปท. อาจพิจารณาสั่งการเพิ่มเติมหรือกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขอื่นไว้ด้วยก็ได้
ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ไม่จัดทําแผนแก้ไขฐานะ หรือแผนไม่ได้รับความเห็นชอบจาก ธปท. หรือไม่สามารถดําเนินการตามแผนหรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ ธปท. กําหนด ธปท. จะพิจารณาสั่งการให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควร ภายในระยะเวลาที่กําหนด
(3) เมื่อส่วนของผู้ถือหุ้นต่ํากว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วตามที่กฎหมายกําหนด ธปท. อาจพิจารณาสั่งระงับการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวในกรณีที่ ธปท. พิจารณาเห็นว่าผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์มีฐานะทางการเงินหรือมีการดําเนินงานที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือระบบการชําระเงินโดยรวมของประเทศ ธปท. จะเสนอรัฐมนตรีพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต
สําหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ขึ้นทะเบียน ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อนี้
4.2.6 กําหนดมูลค่าสูงสุดของเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้ได้ต่อบัตรหรือต่อบัญชี โดยต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของผู้ใช้บริการและต้องมีการบริหารความเสี่ยงที่ดี
4.2.7 จัดให้มีระบบ กระบวนการหรือเครื่องมือการลงทะเบียนหรือวิธีการอื่นใดในการใช้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อดูแลผู้ใช้บริการและจํากัดความเสียหายขั้นสูงของมูลค่าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หากเกิดกรณีบัตรสูญหายหรือถูกขโมย เมื่อผู้ใช้บริการร้องขอ โดยผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องชี้แจงระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าวให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า
4.2.8 เปิดเผยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขอแลกเงินคืนให้ผู้ใช้บริการทราบ และหากการขอแลกเงินคืนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์จะต้องจัดให้มีการคืนเงินภายใน 15 วันนับแต่วันที่ผู้ใช้บริการได้ดําเนินการขอแลกเงินคืน
4.2.9 จัดให้มีวิธีการที่ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ วันหมดอายุและแจ้งวิธีการดังกล่าวให้ผู้ใช้บริการทราบ
4.2.10 จัดให้มีระบบงานที่สามารถป้องกันไม่ให้ผู้ใช้บริการโอนเงินระหว่างกันโดยไม่ผ่านระบบของผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์
4.2.11 การประกอบธุรกิจอื่นเพิ่มเติม นอกเหนือจากการประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ สามารถทําได้เฉพาะธุรกิจดังต่อไปนี้เท่านั้น
(1) ธุรกิจที่บางส่วนหรือทั้งหมดเกี่ยวกับหรือเนื่องจากการบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยหากธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจระบบการชําระเงินหรือบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับประเภทอื่น ให้ดําเนินการขอขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาต แล้วแต่กรณี
(2) ธุรกิจอื่นที่สนับสนุนธุรกิจระบบหรือบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ตราบเท่าที่ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงอันจะกระทบต่อการดําเนินธุรกิจหลัก และเงินที่ได้รับล่วงหน้าจากผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้ หากผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ประสงค์จะประกอบธุรกิจตามข้อ (1) และหรือข้อ (2) ต้องขออนุญาตเป็นรายกรณี โดยชี้แจงหลักการ เหตุผล และการประเมินความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดส่งข้อมูลและเอกสารประกอบการพิจารณาให้ ธปท. โดย ธปท. จะพิจารณาภายใน 45 วันทําการนับแต่วันที่ได้รับคําขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วนอย่างไรก็ตาม ธปท. อาจพิจารณาอนุญาตหรือไม่ก็ได้ หรืออาจพิจารณาอนุญาตโดยกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้เป็นรายกรณีด้วยก็ได้ หรือสั่งระงับเป็นการชั่วคราว หรือเพิกถอนการอนุญาตในภายหลังด้วยก็ได้หากพบว่ามีการดําเนินการที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่แจ้งเพื่อขออนุญาตหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ ธปท. กําหนด
สําหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ขึ้นทะเบียน ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อนี้
4.2.12 ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์จะมีการเปลี่ยนแปลงอํานาจควบคุมกิจการ เช่น ผู้ถือหุ้นมีความประสงค์ขายหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทจนทําให้มีการถือหุ้นที่ทําให้มีบุคคลอื่นมีสิทธิออกเสียงในบริษัทเกินกว่าร้อยละ 50 ของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดเป็นต้น ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์จะต้องขอความเห็นชอบจาก ธปท. ก่อนดําเนินการเป็นหนังสือ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนด โดยต้องชี้แจงรายละเอียดการประเมินผลกระทบ และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมจัดส่งข้อมูลและเอกสารประกอบ โดย ธปท. จะพิจารณาภายใน 45 วันทําการนับแต่วันที่ได้รับคําขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน
ทั้งนี้ ธปท. อาจพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ก็ได้ หรืออาจพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้เป็นรายกรณีด้วยก็ได้ หรือสั่งระงับเป็นการชั่วคราว หรือเพิกถอนความเห็นชอบในภายหลังด้วยก็ได้ หากพบว่ามีการดําเนินการที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่แจ้งไว้ต่อ ธปท. หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ ธปท. กําหนด
สําหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ขึ้นทะเบียน ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อนี้
4.3 การยกเว้นหลักเกณฑ์เฉพาะในการกํากับดูแล สําหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากมีกฎหมายในการกํากับดูแลเป็นการเฉพาะแล้ว
ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) การมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ํากว่าทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วตามที่กฎหมายกําหนด ตามข้อ 4.2.5
(2) การประกอบธุรกิจอื่นเพิ่มเติม นอกเหนือจากการประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ตามข้อ 4.2.11
(3) การเปลี่ยนแปลงอํานาจควบคุมกิจการ ตามข้อ 4.2.12
4.4 การผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดตามประกาศฉบับนี้ โดยมีเหตุจําเป็นหรือพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งอาจส่งผลกระทบในการให้บริการอย่างต่อเนื่องหรือต่อความน่าเชื่อถือของบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์สามารถยืนขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว พร้อมชี้แจงเหตุผลและความจําเป็นต่อ ธปท. เป็นหนังสือหรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนด โดย ธปท.อาจจะพิจารณาอนุญาตหรือไม่ก็ได้ หรือกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมด้วยก็ได้
อื่นๆ - 5. บทเฉพาะกาล
ผู้ซึ่งประกอบกิจการบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์อยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับหากมีส่วนของผู้ถือหุ้นต่ํากว่าทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วตามที่กฎหมายกําหนดตามข้อ 4.2.5 ให้ได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ต้องดําเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2561 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 16 เมษายน 2561
(นางฤชุกร สิริโยธิน)
รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน
ผู้ว่าการแทน
ธนาคารแห่งประเทศไทย