法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2532

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา

ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ

ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๓๒

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ เมษายน

พ.ศ.๒๕๓๒

เป็นปีที่ ๔๔

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า

ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกับมาตรา ๔๒

วรรคสอง และมาตรา ๔๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๓๐

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า

"พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขา วิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ

และเข็มวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๒"

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา

และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดังนี้

(๑) สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ

มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า

"บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "บธ.ด."

(ข) โท เรียกว่า

"บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "บธ.ม."

(ค) ตรี เรียกว่า "บริหารธุรกิจบัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ "บธ.บ."

(๒) สาขาวิชาการบัญชี

มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า "บัญชีดุษฎีบัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ บช.ด."

(ข) โท เรียกว่า "บัญชีมหาบัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ "บช.ม"

(ค) ตรี เรียกว่า

"บัญชีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "บช.บ"

(๓) สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์

มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า

"ทันตแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ท.ด."

(ข) ตรี เรียกว่า "ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ "ท.บ."

(๔) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์

มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า

"พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "พย.ด."

(ข) โท เรียกว่า "พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ "พย ม."

(ค) ตรี เรียกว่า "พยาบาลศาสตรบัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ "พย.บ."

(๕) สาขาวิชาแพทยศาสตร์

มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า

"แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "พ.ด."

(ข) ตรี เรียกว่า "แพทยศาสตรบัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ "พ.บ."

(๖) สาขาวิชาเภสัชศาสตร์

มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า "เภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ "ภ.ด."

(ข) โท เรียกว่า "เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ "ภ ม."

(ค) ตรี เรียกว่า "เภสัชศาสตรบัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ "ภ บ."

(๗) สาขาวิชารัฐศาสตร์

มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า "รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ "ร.ด."

(ข) โท เรียกว่า "รัฐศาสตรมหาบัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ "ร.ม."

(ค) ตรี เรียกว่า "รัฐศาสตร์บัณฑิต"

ใช้อักษรย่อ "ร.บ."

(๘) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์

มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) โท เรียกว่า

"ศิลปมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศป.ม."

(ข) ตรี เรียกว่า

"ศิลปบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศป.บ."

(๙) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์

มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า

"วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วท.ด."

(ข) โท เรียกว่า

"วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วท.ม."

(ค) ตรี เรียกว่า

"วิทยาศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วท.บ."

(๑๐) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น

คือ

(ก) เอก เรียกว่า

"วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วศ.ด."

(ข) โท เรียกว่า

"วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วศ.ม."

(ค) ตรี เรียกว่า

"วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "วศ.บ."

(๑๑) สาขาวิชาศิลปศาสตร์

มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า

"ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศศ.ด."

(ข) โท เรียกว่า

"ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศศ.ม."

(ค) ตรี เรียกว่า

"ศิลปศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศศ.บ."

(๑๒) สาขาวิชาศึกษาศาสตร์

มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า

"ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศษ.ด."

(ข) โท เรียกว่า

"ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศษ.ม."

(ค) ตรี เรียกว่า

"ศึกษาศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศษ.บ."

(๑๓) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์

มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า

"เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศ.ด."

(ข) โท เรียกว่า

"เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศ.ม."

(ค) ตรี เรียกว่า

"เศรษฐศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อ "ศ.บ."

ทั้งนี้ ให้ระบุชื่อวิชาเอกในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย ถ้ามี เว้นแต่ใน (๙)

ให้ระบุชื่อวิชาหลักหรือวิชาเอกในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วยแล้วแต่กรณี

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มีสามชั้น คือ

(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต

ทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุม ยาวเหนือข้อเท้าประมาณ ๑๕ เซนติเมตร

หลังจีบ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีแถบกำมะหยี่สีดำกว้าง ๑๐ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างและโอบรอบคอ

เสื้อแขนกว้างยาวตกข้อมือปลายแขนรวบติดข้อมือ

ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีดำกว้าง ๕ เซนติเมตร จำนวนสามแถบติดเรียงกันระยะห่าง

๕ เซนติเมตร มีผ้าคล้องคอ ด้านนอกทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำเช่นเดียวกับเสื้อด้านในทำด้วยผ้าหรือแพรสีม่วง

มีแถบกำมะหยี่สีประจำคณะกว้าง ๘ เซนติเมตร ทาบรอบคอ

ปลายนอกของผ้าคล้องคอขลิบด้วยผ้าหรือแพรสีม่วงกว้าง ๑ เซนติเมตร ประกอบด้วยหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจตุรัสยาวด้านละ

๒๔ เซนติเมตร ทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ มีพู่ทำด้วยดิ้นทองยาว ๒๒ เซนติเมตร

(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิตแต่แถบกำมะหยี่สีดำที่เย็บติดเป็นสาบกว้าง

๘ เซนติเมตร ต้นแขนกว้างปลายแขนแคบมีช่องสอดแขนออกที่ท้องแขน ทิ้งชายห้อย

ไม่มีแถบที่แขน หมวกมีพู่ทำด้วยไหมสีดำยาว ๒๒ เซนติเมตร

ครุยแพทยศาสตรบัณฑิต

และครุยทันตแพทยศาสตรบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต

(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต

แต่แถบกำมะหยี่สีดำที่เย็บติดเป็นสาบกว้าง ๖ เซนติเมตร แขนกว้างยาวถึงข้อมือ

มาตรา ๕

มาตรา ๕ สีประจำคณะ มีดังนี้

(๑) คณะเกษตรศาสตร์ สีเหลืองข้าวโพด

(๒) คณะทันตแพทยศาสตร์ สีม่วงแก่

(๓) คณะทันตแพทยศาสตร์ (วิทยาศาสตร์การแพทย์)

และคณะแพทยศาสตร์ (วิทยาศาสตร์การแพทย์) สีเขียวตองอ่อน

(๔) คณะเทคนิคการแพทย์ สีน้ำเงิน

(๕) คณะพยาบาลศาสตร์ สีแสด

(๖) คณะแพทยศาสตร์ สีเขียวแก่

(๗)

คณะเภสัชศาสตร์ สีเขียวมะกอก

(๘) คณะมนุษยศาสตร์ สีขาว

(๙) คณะวิจิตรศิลป์ สีแดงชาด

(๑๐) คณะวิทยาศาสตร์ สีเหลือง

(๑๑) คณะวิศวกรรมศาสตร์ สีเลือดหมู

(๑๒) คณะศึกษาศาสตร์ สีฟ้าอ่อน

(๑๓) คณะสังคมศาสตร์ สีฟ้าแก่

มาตรา ๖

มาตรา ๖ เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปลายด้านล่างมน ทำด้วยโลหะ พื้นลงยาสีม่วง

ขอบโดยรอบเป็นสีทอง มีตรามหาวิทยาลัยอยู่ตรงกลาง

สำหรับชายขนาด ๑.๕ x ๓ เซนติเมตร สำหรับหญิงขนาด ๑.๕ x ๒.๕

เซนติเมตร

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดทำครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เห็นควรเปลี่ยนชื่อปริญญาสำหรับสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์จากเดิมซึ่งใช้ชื่อปริญญาสาขาวิทยาศาสตร์

โดยระบุชื่อสาขาวิชาต่อท้ายในวงเล็บเป็นปริญญาสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ เพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัยที่ให้กลุ่มปริญญาเชิงวิชาชีพ

เช่น สาขาวิชาแพทยศาสตร์ และวิชาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัย

ซึ่งมุ่งศึกษาในเชิงประยุกต์เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติตามลักษณะของวิชาชีพนั้น ๆ

โดยเฉพาะ ใช้ชื่อปริญญาตามกลุ่มวิชาชีพสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เสียใหม่ประกอบกับมาตรา ๔๒ วรรคสอง และมาตรา ๔๖ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๓๐ บัญญัติว่าการกำหนดปริญญาในสาขาวิชาอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ

และเข็มวิทยฐานะ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พุทธชาด/แก้ไข

๒๔/๐๙/๔๕

ดำรง/ปรับปรุง

๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖/ ตอนที่๗๔/หน้า ๕พ/๘ พฤษภาคม ๒๕๓๒

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2532 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_53fe2c79df4718a2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com