ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง
ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒
แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
พ.ศ. ๒๕๕๒ และตามมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.
๒๕๔๘ กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
๑. กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ได้กู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๑ อายุ ๖ ปี วงเงินรวม ๘๒,๒๓๐,๒๙๐,๐๐๐
บาท (แปดหมื่นสองพันสองร้อยสามสิบล้านสองแสนเก้าหมื่นบาทถ้วน)
๒. พันธบัตรนี้เป็นพันธบัตรชนิดออกในนามผู้ทรงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร
และจดทะเบียนตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งหมื่นบาท โดยวงเงินซื้อขั้นต่ำ
๑๐,๐๐๐ บาท และซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ ๑๐,๐๐๐
บาท และจำกัดวงเงินซื้อขั้นสูงที่ ๑,๐๐๐,๐๐๐
บาท โดยมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายและการถือครอง ดังนี้
๒.๑ ผู้มีสิทธิ์ซื้อประกอบด้วย
บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ
สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ
โรงพยาบาลของรัฐและนิติบุคคลอื่นใดที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร
(ผู้ไม่มีสิทธิ์ซื้อ ประกอบด้วย ธนาคาร บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์
บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทประกัน
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กองทุนส่วนบุคคลที่บริหารโดยสถาบันการเงิน กองทุนรวม คณะบุคคล บรรษัท
สำนักงานประกันสังคม รัฐวิสาหกิจ บริษัท ห้างร้าน นิติบุคคลที่แสวงหากำไร
นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โรงพยาบาลเอกชนและสถานศึกษาเอกชน)
๒.๒
ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ต้องการโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรรัฐบาลก่อนกำหนดสามารถกระทำได้โดยไม่จำกัดประเภทบุคคล
ตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไป ยกเว้นผู้ที่ต้องการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อเป็นหลักประกันหรือโอนทางมรดก
หรือการแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า หรือล้มละลาย หรือการชำระบัญชี
และกรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์นั้นเสียชีวิต ให้กระทำได้หลังจากได้รับใบพันธบัตรแล้ว
แต่กระทำในระหว่างระยะเวลา ๓๐ วัน ก่อนถึงวันกำหนดชำระคืนต้นเงินมิได้
๒.๓
ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถใช้พันธบัตรรัฐบาลประเภทนี้
เป็นหลักประกันให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐ เช่น การประกันทางศาล
หรือการประกันไฟฟ้า
และสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินหรือบุคคลอื่น ๆ ได้
การโอนกรรมสิทธิ์ให้ปฏิบัติตามระเบียบและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเป็นนายทะเบียนของธนาคารแห่งประเทศไทย
การโอนกรรมสิทธิ์จะสมบูรณ์
เมื่อพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายได้แต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่นายทะเบียน
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรนั้นแล้ว
๓. วันจำหน่ายพันธบัตรรุ่นนี้
คือวันที่ ๗ - ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๓ โดยกำหนดวันจดทะเบียนเป็นวันที่ ๙ - ๑๘ มิถุนายน
๒๕๕๓ โดยมีรายละเอียดผู้ถือกรรมสิทธิ์ ดังนี้
ประเภทผู้ถือกรรมสิทธิ์
จำนวน
(ราย)
จำนวนเงิน
(ล้านบาท)
บุคคลธรรมดา
๑๒๒,๘๑๕
๘๑,๒๓๙.๖๗
สหกรณ์
๓๓๙
๓๓๖.๐๐
มูลนิธิ
๔๓๑
๓๗๕.๙๕
วัด
๕๕
๔๔.๑๖
อื่น
ๆ
๒๔๐
๒๓๔.๕๑
รวม
๑๒๓,๘๘๐
๘๒,๒๓๐.๒๙
๔. พันธบัตรรุ่นนี้
ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๙ หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดราชการ
หรือวันหยุดทำการของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำการถัดไป
๕. พันธบัตรรุ่นนี้
กำหนดอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรออมทรัพย์เป็นแบบขั้นบันได
โดยใช้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล อายุ ๖ ปี เป็นฐานในการกำหนดอัตราดอกเบี้ย + Spread
โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ลำดับ
ปีที่
๑
ปีที่
๒
ปีที่
๓
ปีที่
๔
ปีที่
๕
ปีที่
๖
อัตราดอกเบี้ย
(ร้อยละต่อปี)
๓
๓
๔
๔
๕
๖
การชำระดอกเบี้ยให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง
ในปีงบประมาณพ.ศ. ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๑ ที่ได้จดทะเบียนไว้
หรือตามคำร้องขอของผู้มีนามในพันธบัตรฉบับนั้นให้แบ่งชำระเงินเป็นสองงวด
คือในวันที่ ๙ มิถุนายน และ ๙ ธันวาคม ของทุกปี เป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ กัน
ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่
ยกเว้นงวดแรกและงวดที่สองจะคำนวณดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่ถือครองพันธบัตร
สำหรับดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระพร้อมกับต้นเงินของพันธบัตรในวันที่ไถ่ถอน
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดราชการ
หรือวันหยุดทำการของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำการถัดไป
และให้ถือว่าหนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวัน ทั้งนี้
การคำนวณดอกเบี้ยหากมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
การจ่ายดอกเบี้ยของพันธบัตรในแต่ละงวด
จะจ่ายให้แก่ผู้มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรในทะเบียน ณ
เวลาที่เริ่มต้นทำการในวันแรกแห่งระยะเวลา ๓๐ วัน ก่อนถึงกำหนดชำระดอกเบี้ย
๖. กระทรวงการคลังจะรับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรนี้ไว้ก็ได้
โดยพันธบัตรที่กระทรวงการคลังรับโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อนี้ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้คืนแล้ว
ตั้งแต่วันรับโอนกรรมสิทธิ์
๗. การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรประเภทนี้
จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตรในกรณีที่มีการออกใบตราสาร
หรือได้รับแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับคืนต้นเงินกู้จากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด ในกรณีที่ไร้ใบตราสาร
๘. ธนาคารกรุงเทพ
จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารนครหลวงไทย
จำกัด (มหาชน) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารธนชาต
จำกัด (มหาชน) ธนาคารซิตี้แบงก์ เอ็น.เอ. สาขากรุงเทพ ฯ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
และธนาคารออมสิน เป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรประเภทนี้ และจัดการอื่น ๆ
ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
๙. กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้แก่
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด
(มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
จำกัด (มหาชน) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารซิตี้แบงก์ เอ็น.เอ. สาขากรุงเทพ ฯ
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน ดังนี้
๙.๑
ค่าธรรมเนียมในการจัดจำหน่ายพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๐๐
ของมูลค่าพันธบัตรที่จำหน่ายได้ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
เพิ่มเติม
๙.๒ ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ตามที่จ่ายจริง
ไม่เกินวงเงินที่กระทรวงการคลังกำหนด
๑๐. ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียน
และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรประเภทนี้และจัดการอื่น ๆ
ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
๑๑. กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย
ดังนี้
๑๑.๑
ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๑ ของดอกเบี้ยที่ชำระและต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
๑๑.๒
ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง
ประกาศ
ณ วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓
นริศ
ชัยสูตร
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๑
ตุลาคม ๒๕๕๓
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๑๑
ตุลาคม ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๑๑๗ ง/หน้า ๓/๕ ตุลาคม ๒๕๕๓