法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ข้อบังคับสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ ให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ ๒๕๔๗ และระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๐

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ (๒) และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๑ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และประกาศอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในข้อบังคับนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“สภามหาวิทยาลัย” หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“คณะ” หมายความว่า คณะตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. ๒๕๔๙

“คณาจารย์ประจำ” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ดำรงตำแหน่งวิชาการ ซึ่งทำหน้าที่สอนและวิจัย หรือทำหน้าที่วิจัยโดยเฉพาะ ได้แก่ ตำแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาจารย์ หรือตำแหน่งอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษากำหนด

“ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการในตำแหน่งทั่วไป วิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษากำหนด

“ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร” หมายความว่า ตำแหน่งผู้บริหารตามที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ ๒๕๔๗ มาตรา ๑๘ (ข) กำหนดและตำแหน่งผู้บริหารในหน่วยงานที่สภามหาวิทยาลัยมีมติให้จัดตั้งขึ้น

“พนักงานมหาวิทยาลัย” หมายความว่า พนักงานประจำ ตามระเบียบสภามหาวิทยาลัยว่าด้วยพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๐

“พนักงานราชการ” หมายความว่า พนักงานราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งปฏิบัติงานต่อเนื่องที่มหาวิทยาลัยในตำแหน่งนั้นมาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

“ประธาน” หมายความว่า ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการ

“คณะกรรมการเลือกตั้ง” หมายความว่า คณะกรรมการเลือกตั้งสภาคณาจารย์และข้าราชการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจออกระเบียบ ประกาศหรือคำสั่ง เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยมีอำนาจตีความวินิจฉัย

สภาคณาจารย์และข้าราชการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ องค์ประกอบและหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งสภาคณาจารย์และข้าราชการให้เป็นไปดังนี้

(๑) ประธานซึ่งมาจากการเลือกตั้งทั่วไป โดยคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัยเป็นผู้มีสิทธิเลือก

(๒) กรรมการจากคณะคณะละหนึ่งคน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยคณาจารย์ประจำในคณะนั้นเป็นผู้มีสิทธิเลือก

(๓) กรรมการจากข้าราชการจำนวนหนึ่งคน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยข้าราชการเป็นผู้มีสิทธิเลือก

(๔) กรรมการจากคณาจารย์ประจำ และข้าราชการ จำนวนสิบสามคน ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง โดยคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ เป็นผู้มีสิทธิเลือก

(๕) กรรมการจากพนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัยจำนวนสองคนซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดย

(ก) เลือกตั้งมาจากพนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัยตำแหน่งวิชาการจำนวนหนึ่งคน

(ข) เลือกตั้งมาจากพนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัยตำแหน่งสนับสนุนวิชาการจำนวนหนึ่งคน

กรรมการตาม (๕) เป็นผู้เข้าร่วมประชุม และเป็นผู้มีสิทธิแสดงความคิดเห็นและให้มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมกรรมการ ตามระเบียบสภามหาวิทยาลัย ว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการ

การคำนวณสัดส่วนกรรมการตาม (๔) ให้คำนวณตามสัดส่วนของคณาจารย์ประจำและจำนวนข้าราชการ ถ้าเศษส่วนของจำนวนคณาจารย์และข้าราชการกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเหลือมากกว่าให้คิดเป็นหนึ่งคน หากเศษส่วนของจำนวนคณาจารย์ประจำและข้าราชการเหลือเท่ากันให้ใช้วิธีจับฉลาก ทั้งนี้ รวมแล้วต้องไม่เกินสิบสามคน

ให้สภาคณาจารย์และข้าราชการเลือกกรรมการ เป็นรองประธานคนที่หนึ่ง และรองประธานคนที่สอง และเลือกกรรมการอีกคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ดำรงตำแหน่งประธาน ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) เป็นคณาจารย์ประจำหรือข้าราชการในสังกัดมหาวิทยาลัย

(๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

(๓) เป็นผู้สอนหรือมีประสบการณ์ทางการบริหารในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัคร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการทุกประเภทต้องเป็นคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการหรือพนักงานมหาวิทยาลัยในสังกัดมหาวิทยาลัย แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ประธานและกรรมการต้องมิได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารอยู่ในวันที่สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ประธานและกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปีนับแต่วันที่มหาวิทยาลัยประกาศผลการเลือกตั้งและอาจได้รับการเลือกตั้งอีกได้ ทั้งนี้ ประธานจะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระในวรรคหนึ่งแล้ว ประธานและกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) พ้นจากการเป็นคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการหรือพนักงานมหาวิทยาลัยในสังกัดมหาวิทยาลัย

(๔) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๒๑

(๕) สภาคณาจารย์และข้าราชการโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการเท่าที่มีอยู่มีมติให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ

(๖) ขาดการประชุมติดต่อกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุอันสมควร และไม่ได้แจ้งต่อประธานเป็นลายลักษณ์อักษร

(๗) ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งประธานและกรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ให้มหาวิทยาลัยดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการเลือกตั้ง จำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน โดยมีอธิการบดีเป็นประธาน ทำหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งประธานและกรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการตามข้อ ๖

การเลือกตั้งสภาคณาจารย์และข้าราชการให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑) การเลือกตั้งประธานและกรรมการให้มีขึ้นในวันเดียวกัน

(๒) การรับสมัครเลือกตั้ง การกำหนดคุณสมบัติ การอำนวยการเลือกตั้ง การออกเสียงเลือกตั้งและการตรวจนับคะแนน ให้คณะกรรมการเลือกตั้งเป็นผู้กำหนดและเสนออธิการบดีประกาศภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง

(๓) การออกเสียงเลือกตั้งให้ใช้วิธีการเลือกตั้งโดยตรงและลับ

(๔) ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารไม่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งประธานและกรรมการ

(๕) การนับคะแนนให้กระทำโดยเปิดเผยและทันทีเมื่อสิ้นสุดการลงคะแนน

(๖) การนับคะแนนเสียงถือเสียงข้างมากในแต่ละประเภท ถ้าคะแนนในประเภทเดียวกันเสียงเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับฉลากเฉพาะผู้ที่ได้รับคะแนนเท่ากัน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้อธิการบดีประกาศผลการเลือกตั้ง นำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อรับทราบ และนำเสนอนายกสภามหาวิทยาลัยลงนามในคำสั่งแต่งตั้งประธานและกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การเป็นประธานหรือกรรมการตามข้อบังคับนี้ ให้มีผลสมบูรณ์นับแต่วันประกาศผลเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ประธานหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้อธิการบดีประกาศให้ผู้ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งในประเภทเดียวกันกับผู้ที่พ้นจากตำแหน่งในลำดับถัดไปเข้าดำรงตำแหน่งแทน หากไม่มีผู้ได้รับคะแนนเลือกตั้งในลำดับถัดไปให้ดำเนินการเลือกตั้งซ่อมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประธานหรือกรรมการผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของประธานหรือกรรมการจะเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวัน มหาวิทยาลัยจะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ ทั้งนี้ โดยให้กรรมการเท่าที่มีอยู่เลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธาน

ให้ผู้ที่เข้าดำรงตำแหน่งประธานหรือกรรมการตามวรรคหนึ่งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่ประธานหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้สภาคณาจารย์และข้าราชการ ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่มีอำนาจและปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

การดำเนินงานและการประชุม

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การใดที่มิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาว่าด้วย การประชุมสภามหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๗ มาใช้บังคับ โดยอนุโลมตามความจำเป็น และเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ประธานเรียกประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

เมื่อกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด ร้องขอให้มีการประชุมเพื่อกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้ประธานเรียกประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการภายในสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้สภาคณาจารย์และข้าราชการ ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นตามความเหมาะสมและจำเป็น เพื่อพิจารณาหรือดำเนินการเรื่องต่าง ๆ ตามที่สภาคณาจารย์และข้าราชการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้การดำเนินงานของสภาคณาจารย์และข้าราชการตามข้อบังคับนี้ถือเป็นการปฏิบัติราชการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อมีปัญหาสำคัญที่จำเป็นต้องเรียกประชุมคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยเพื่อปรึกษาหารือ หรือขอมติ สภาคณาจารย์และข้าราชการอาจมีมติให้เรียกประชุมคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยก็ได้ ให้ประธานเรียกประชุมคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยภายในสิบวัน นับแต่วันที่สภาคณาจารย์และข้าราชการมีมติเช่นว่านั้น

คณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการหรือ พนักงานมหาวิทยาลัย จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งหมดอาจเข้าชื่อกันเพื่อร้องขอให้ประธานเรียกประชุมคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัยทั้งหมดก็ได้ ให้ประธานเรียกประชุมคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ ถ้าประธานไม่เรียกประชุมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ผู้ยื่นคำร้องเรียกประชุมเองได้

การประชุมตามความในสองวรรคก่อน ต้องส่งวาระการประชุมให้คณาจารย์ประจำข้าราชการและ พนักงานมหาวิทยาลัย ทุกคนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เว้นแต่เป็นกรณีเร่งด่วน ให้ส่งวาระการประชุมภายในระยะเวลาอันสมควรก่อนมีการประชุม และจะต้องมีคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัย เข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การประชุมคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัยทั้งมหาวิทยาลัย ให้ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการเป็นประธานในที่ประชุม

ในกรณีที่ประธานและรองประธานไม่อยู่ในที่ประชุม หรือถ้าผู้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้เรียกประชุมให้ที่ประชุมเลือกผู้เข้าประชุมคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การลงมติของที่ประชุมคณาจารย์ประจำ ข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยให้ถือเสียงข้างมากของผู้เข้าประชุม ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด การออกเสียงชี้ขาดจะต้องให้เหตุผลประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ หากมีพฤติการณ์ที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่สภาคณาจารย์และข้าราชการ คณาจารย์ประจำ และข้าราชการ พนักงานราชการ หรือพนักงานมหาวิทยาลัยผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกประธานและกรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการตามข้อบังคับนี้จำนวน ๑ ใน ๕ อาจเข้าชื่อกันเพื่อเสนอให้สภามหาวิทยาลัย หามาตรการหรือกำหนดให้สภาคณาจารย์และข้าราชการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ หากไม่ดำเนินการตามมาตรการที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด สภามหาวิทยาลัยอาจพิจารณาถอดถอนประธานหรือคณะกรรมการทั้งคณะ แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการเลือกตั้งใหม่ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ สภาคณาจารย์และข้าราชการอาจมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด เสนอให้สภามหาวิทยาลัยแก้ไขข้อบังคับนี้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งประธานและกรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการ ที่มีอยู่ในวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามข้อบังคับเดิม จึงจะดำเนินการตามข้อบังคับนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑

กร ทัพพะรังสี

นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๒๘ เมษายน ๒๕๕๔

คุณากร/ผู้ตรวจ

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๖๗ ง/หน้า ๓๓/๓ เมษายน ๒๕๕๑

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_559b2ac23447fdf9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com