ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 13 /2558
เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด (Market derivatives)
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด ได้แก่ อนุพันธ์ด้านอัตราดอกเบี้ย อนุพันธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยน อนุพันธ์ด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์อนุพันธ์ด้านราคาตราสารหนี้ อนุพันธ์ด้านราคาตราสารทุน และอนุพันธ์ด้านดัชนีทางการเงิน โดยได้ขยายขอบเขตของธุรกรรมที่อนุญาตให้สอดคล้องกับพัฒนาการของตลาดอนุพันธ์ในประเทศไทยมาเป็นลําดับ
ธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่าตลาดอนุพันธ์ในประเทศไทยมีพัฒนาการขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์มีความต้องการทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดอื่น ๆ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าโดยเฉพาะอนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงของลูกค้า
ในครั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธนาคารพาณิชย์ในการนําเสนอธุรกรรม โดยคํานึงถึงความมีเสถียรภาพของระบบธนาคารพาณิชย์เป็นสําคัญ โดยสาระสําคัญในการปรับปรุงประกาศ สรุปได้ดังนี้
(1) ขยายขอบเขตของธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ได้รับอนุญาตโดยให้ครอบคลุมธุรกรรมที่มีความแพร่หลายในตลาดหรือมีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของตลาดและลดต้นทุนการเสียโอกาสที่อาจเกิดจากการขออนุญาตทําธุรกรรม
(2) กําหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่อ้างอิงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (ยกเว้นราคาทองคํา โดยจํากัดให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรมดังกล่าวได้เฉพาะเป็นการทําเพื่อบริหารความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์หรือของคู่สัญญาเท่านั้น เพื่อลดโอกาสที่ธนาคารพาณิชย์หรือคู่สัญญาจะได้รับความเสียหายเป็นมูลค่าสูงจากธุรกรรมที่ไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจของธนาคารพาณิชย์
(3) ขยายประเภทของธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ไม่ต้องพิจารณา Leverage ให้ครอบคลุมถึงธุรกรรมที่อาจมีความซับซ้อนสูงกว่าธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดขั้นพื้นฐาน (plain vanilla derivatives) แต่มีความแพร่หลายในตลาดอนุพันธ์ของประเทศไทยตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด จากเดิมที่ยกเว้นให้เฉพาะธุรกรรมอนุพันธ์ขั้นพื้นฐาน
(4) ปรับปรุงแบบรายงานและหลักเกณฑ์การรายงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถติดตามพัฒนาการของตลาดและกํากับดูแลการทําธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงได้พิจารณาให้เหมาะสมกับภาระในการรายงานข้อมูลของธนาคารพาณิชย์
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 29 มาตรา 30 มาตรา 32 มาตรา 36 มาตรา 41 มาตรา 50 มาตรา 52 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดได้ตามกรอบและหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ยกเลิก/แก้ไข
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 12/2551 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาด ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกธนาคาร ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
ในประกาศฉบับนี้
"ธนาคารพาณิชย์" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
"ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด" หมายความว่า ธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาด ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ราคาตราสารหนี้ ราคาตร่าสารทุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีทางการเงิน ค่าเฉลี่ยของตัวแปรอ้างอิงข้างต้น และตัวแปรอ้างอิงอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบ ในการกําหนดมูลค่ายุติธรรมของธุรกรรม และใช้ชําระราคาระหว่างคู่สัญญาสองฝ่าย
"ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ" หมายความว่า ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-resident) ตามคําจํากัดความที่กําหนดไว้ในมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาทตามหนังสือเวียนว่าด้วยขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาท
"ผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ" หมายความว่า ผู้ที่ไม่ใช่ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศตามคําจํากัดความที่กําหนดข้างต้น
5.2 หลักการ
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดได้ โดยต้องมีประเภทของธุรกรรม ตัวแปรอ้างอิง รวมถึงคู่สัญญาตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด โดยประเภทธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดจะเป็นธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดขั้นพื้นฐาน (Plain vanilla derivatives) ธุรกรรมอนุพันธ์ที่โครงสร้างไม่ซับซ้อนหรือมีความแพร่หลายในตลาดอนุพันธ์ของประเทศไทย รวมถึงธุรกรรมที่เกิดจากการรวมตัวกันของธุรกรรมอนุพันธ์ข้างต้น เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วเห็นว่ามีแนวทางการบริหารความเสี่ยงและวิธีการคํานวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงต่าง ๆ สําหรับธุรกรรมดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดซึ่งมีโครงสร้างที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีข้อกําหนดเพิ่มเติมเพื่อจํากัดความเสี่ยงของธุรกรรมดังกล่าว เช่น การกําหนด Leverage ไม่เกิน 2 เท่า การกําหนดให้กันสํารองเพิ่มเติม หรือการกําหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต้องใช้วิธีการดํารงเงินกองทุนที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
สําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดอื่นที่อาจมีรายละเอียดของธุรกรรมบางประการต่างจากหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ธนาคารพาณิชย์ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนที่จะเริ่มทําธุรกรรมดังกล่าว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปตามหลักการในการกํากับดูแลสถาบันการเงิน 5 ด้าน ได้แก่ Efficiency, Governance, Micro-prudential, Macro-prudential และ Fairness ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมอนุพันธ์สําหรับธนาคารพาณิชย์
ทั้งนี้ สรุปโครงสร้างประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด (Market derivatives) ได้ตามแผนภาพในเอกสารแนบ 1
5.3 ประเภทธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ได้รับอนุญาต
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดได้ตามประเภทดังต่อไปนี้
5.3.1 ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดขั้นพื้นฐาน (Plain vanilla derivatives) ตามรายชื่อและคําจํากัดความในเอกสารแนบ 2
5.3.2 ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเพิ่มเติมตามรายชื่อและคําจํากัดความในเอกสารแนบ 2
5.3.3 ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่เกิดจากการรวมตัวกันของธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดขั้นพื้นฐานในข้อ 5.3.1 หรือเกิดจากการรวมตัวกันของธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเพิ่มเติมในข้อ 5.3.2 หรือเกิดจากการรวมตัวกันระหว่างธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดขั้นพื้นฐานในข้อ 5.3.1 และธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเพิ่มเติมในข้อ 5.3.2
ทั้งนี้ ธุรกรรมที่เกิดจากการรวมตัวดังกล่าวจะต้องมี Leverage ไม่เกิน 2 เท่า โดยธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าธนาคารพาณิชย์ได้มีการพิจารณาแล้วว่าธุรกรรมดังกล่าวมี Leverage ไม่เกิน 2 เท่าไว้ที่สถานที่ทําการ เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่มี "Digital options " เป็นองค์ประกอบย่อยได้เพิ่มเติม โดยต้องเป็นการรวมตัวกันระหว่างธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดชั้นพื้นฐานในข้อ 5.3.1 และ Digital options หรือเป็นการรวมตัวกันระหว่างธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเพิ่มเติมในข้อ 5.3.2 และธุรกรรม Digital options หรือเป็นการรวมตัวกันระหว่างธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดในข้อ 5.3.1 ข้อ 5.3.2 และธุรกรรม Digital options เท่านั้น
5.3.4 ธุรกรรมเงินให้สินเชื่อที่ธนาคารพาณิชย์นําเสนอพร้อมธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดในข้อ 5.3.1 ถึงข้อ 5.3.3 ในฐานะผู้กู้ยืมและผู้ให้กู้ยืม
5.3.5 ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดประเภทอื่น ซึ่งรวมถึงธุรกรรมที่อ้างอิงตัวแปรอ้างอิงนอกเหนือจากที่กําหนดในข้อ 5.4 ที่ธนาคารพาณิชย์ทําเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เอง โดยจะต้องเป็นการทําธุรกรรมที่มีลักษณะความเสี่ยง (Risk profile) ด้านตลาดในทางตรงกันข้ามกับฐานะที่ถูกป้องกันความเสี่ยง (Hedged item) ที่มีอยู่ก่อน และสามารถลดหรือจํากัดความเสี่ยงของฐานะดังกล่าวได้อย่างมีนัยสําคัญ รวมถึงไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงอื่นเพิ่มเติมยกเว้นความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญาของธุรกรรมที่ทําเพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทําเอกสารหลักฐานแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการทําธุรกรรมดังกล่าว เป็นการทําเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เอง เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้ หรือจัดส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
5.4 ตัวแปรอ้างอิง
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดโดยอ้างอิงตัวแปรได้ ดังนี้
5.4.1 อัตราดอกเบี้ย
5.4.2 อัตราแลกเปลี่ยน
5.4.3 ราคาตราสารหนี้ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 3
5.4.4 ราคาตราสารทุน ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 3
5.4.5 ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 3
5.4.6 ดัชนีทางการเงินที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ดังนี้
(1) เกิดจากการคํานวณโดยใช้ตัวแปรอ้างอิงที่กําหนดในข้อ 5.4.1 ถึง ข้อ 5.4.5
(2) ถูกพัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ
(3) เป็นที่นิยมแพร่หลายในตลาดการเงินไทยหรือสากล
(4) มีการเสนอราคาอย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกวันผ่านสื่อที่เสนอข่าวที่ทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์ และ
(5) มีการกําหนดวิธีการคํานวณไว้อย่างชัดเจน โดยระบุแหล่งข้อมูลของตัวแปรและปัจจัยที่นํามาใช้ในการคํานวณ ทั้งนี้ ตัวแปรและปัจจัยที่นํามาใช้ในการคํานวณดังกล่าวต้องมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระ โดยไม่มีบุคคลใดสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตัวแปร ปัจจัย หรือดัชนีทางการเงินนั้นได้
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าธนาคารพาณิชย์ได้มีการพิจารณาคุณสมบัติของดัชนีทางการเงินอย่างครบถ้วนแล้วไว้ที่สถานที่ทําการเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
5.4.7 ค่าเฉลี่ยของตัวแปรอ้างอิงตามข้อ 5.4.1 ถึงข้อ 5.4.6 ซึ่งคํานวณด้วยวิธีค่าเฉลี่ยแบบง่าย (Simple average) หรือวิธีแบบค่าเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก (Weighted average) ที่กําหนดน้ําหนักไว้อย่างคงที่และชัดเจนตลอดอายุสัญญาเท่านั้น
5.5 คู่สัญญา
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดได้กับคู่สัญญาทุกประเภท ยกเว้นธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่อ้างอิงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในข้อ 5.4.5 ดัชนีราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในข้อ 5.4.6 และค่าเฉลี่ยของราคาสินค้าโภคภัณฑ์หรือดัชนีราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในข้อ 5.4.7 นั้น ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดเพิ่มเติมในเอกสารแนบ 4
5.6 ธุรกรรมที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย
หากธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่อาจมีรายละเอียดของธุรกรรมบางประการต่างจากหลักเกณฑ์ข้อหนึ่งข้อใดตามข้อ 5.3 ถึงข้อ 5.5 ธนาคารพาณิชย์ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนที่จะเริ่มทําธุรกรรมดังกล่าว โดยธนาคารพาณิชย์ต้องนําส่งคําขอตามแบบฟอร์มการขอความเห็นชอบทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดและธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่กําหนดในเอกสารแนบ 5 ทั้งนี้ คําขอดังกล่าวจะต้องลงนามโดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารสูงสุดของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจให้ลงนามแทนในระดับที่ไม่ต่ํากว่าผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดในสายงานที่รับผิดชอบการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยการมอบอํานาจดังกล่าวต้องกระทําเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องเป็นการลงนามแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารสูงสุดของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศเท่านั้น
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดดังกล่าวได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปตามหลักการในการกํากับดูแลสถาบันการเงิน 5 ด้านตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมอนุพันธ์สําหรับธนาคารพณิชย์ โดยในการพิจารณาให้ความเห็นชอบ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับคําขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน
ทั้งนี้ หากธนาคารพาณิชย์มีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ประสงค์จะทํานั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหรือไม่ ให้ธนาคารพาณิชย์หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทําธุรกรรมดังกล่าว
5.7 การรายงานข้อมูล
ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดต้องจัดทําแบบรายงานตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด โดยต้องจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประจําทุกเดือนภายในวันสิ้นเดือนของเดือนถัดไป ผ่านทางระบบบริหารข้อมูล DMS DA (Extranet) ดังนี้
5.7.1 การรายงานการทําธุรกรรมครั้งแรก
ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดดังต่อไปนี้ ต้องรายงานรายละเอียดของสัญญาที่ทําเป็นครั้งแรกของแต่ละธุรกรรม (รวมถึงธุรกรรมที่ทําและสิ้นสุดในระหว่างงวดการรายงาน) ใน "แบบรายงานยอดคงค้างธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดรายสัญญา" ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในเอกสารแนบ 6 พร้อมกับต้องรายงานยอดคงค้างของธุรกรรมในข้อ 5.7.2 ด้วย
(1) ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดทุกประเภทที่อ้างอิงดัชนีทางการเงินหรือค่าเฉลี่ยตัวแปรอ้างอิงใดเป็นครั้งแรก
(2) ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดในข้อ 5.3.3 ข้อ 5.3.5 และข้อ 5.6
(3) ธุรกรรมเงินให้สินเชื่อที่นําเสนอพร้อมธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดในข้อ 5.3.3
(4) ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่อนุญาตให้ทําได้ตามบทเฉพาะกาล
5.7.2 การรายงานยอดคงค้าง
ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดทุกประเภทที่มียอดคงค้างเหลืออยู่ ณ วันสิ้นเดือน ต้องรายงานยอดคงค้างของธุรกรรมอนุพันธ์ที่ทํา ดังนี้
(1) ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดในข้อ 5.3.1 และข้อ 5.3.2 รวมถึงธุรกรรมเงินให้สินเชื่อที่นําเสนอพร้อมธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดในข้อ 5.3.1 และข้อ 5.3.2 ต้องรายงานยอดคงค้างเป็นรายประเภทธุรกรรมใน "แบบรายงานยอดคงค้างธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดรายประเภทธุรกรรม" ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในเอกสารแนบ 6
(2) ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดในข้อ 5.3.3 ข้อ 5.3.5 และข้อ 5.6 รวมถึงธุรกรรมเงินให้สินเชื่อที่นําเสนอพร้อมธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดในข้อ 5.3.3 ข้อ 5.3.5 และข้อ 5.6 ต้องรายงานยอดคงค้างเป็นรายสัญญาใน "แบบรายงานยอดคงค้างธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดรายสัญญา" ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในเอกสารแนบ 6
5.8 การกํากับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในเอกสารแนบ 7 และเอกสารแนบ 8
5.9 ข้อกําหนดอื่น
การทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดของสาขาของธนาคารพาณิชย์ไทยในต่างประเทศให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกํากับดูแลของประเทศที่สาขานั้นตั้งอยู่และธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 5.1 ข้อ 5.2 ข้อ 5.7 และข้อ 5.8 ของประกาศฉบับนี้ด้วย ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีสาขาดังกล่าวทําธุรกรรมกับผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ซึ่งจะต้องถือปฏิบัติตามกรอบและหลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้ทุกประการ
อื่นๆ - 6. บทเฉพาะกาล
6.1 หากธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดซึ่งธนาคารพาณิชย์ได้ทําไปแล้วก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ และไม่อยู่ในกรอบและหลักเกณฑ์การทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ได้รับอนุญาตตามประกาศฉบับนี้ ธนาคารพาณิชย์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มอีกไม่ได้ สําหรับธุรกรรมที่ทําไปแล้วและยังคงค้างอยู่ ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้คงธุรกรรมดังกล่าวไว้ได้จนครบกําหนดอายุตามสัญญา โดยไม่อนุญาตให้มีการต่ออายุสัญญา เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย
6.2 ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรม "Credit-linked interest rate swaps" หรือ "Credit-linked cross currency swaps" ที่กําหนดเงื่อนไขให้ธุรกรรมสิ้นสุดลงโดยอ้างอิงความสามารถในการชําระหนี้ (Credit event จะต้องบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากธุรกรรมดังกล่าว โดยวิธี Back-to-back ทั้งสัญญา เว้นแต่จะได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย และได้รับอนุญาตเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องดํารงเงินกองทุน และนับลูกหนี้รายใหญ่เหมือนการทําธุรกรรม Interest rate swaps และ Cross currency swaps ทั่วไป
6.3 สําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําได้โดยมีหนังสือให้ความเห็นชอบแก่ธนาคารพาณิชย์ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ และธุรกรรมดังกล่าวไม่อยู่ในกรอบและหลักเกณฑ์การทําธุรกรรมด้านตลาดที่ได้รับอนุญาตตามประกาศฉบับนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรมดังกล่าวได้ภายใต้ข้อกําหนดเดิม
ทั้งนี้ เว้นแต่ธุรกรรมที่เกิดจากการรวมตัวกันของธุรกรรม "Foreign exchange pro-rata forwards" หรือ "Foreign exchange flexible forwards" กับธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดอื่น ๆ ธนาคารพาณิชย์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มอีกไม่ได้ สําหรับธุรกรรมที่ทําไปแล้วและยังคงค้างอยู่ ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้คงธุรกรรมดังกล่าวไว้ได้จนครบกําหนดอายุตามสัญญา โดยไม่อนุญาตให้มีการต่ออายุสัญญา โดยหากธนาคารพาณิชย์มีความประสงค์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มเติม ธนาคารพาณิชย์ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนที่จะเริ่มทําธุรกรรมนั้น
6.4 ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถจัดส่งแบบรายงานตามข้อ 5.7 สําหรับข้อมูลของสิ้นเดือนที่ 1 และสิ้นเดือนที่ 2 หลังจากวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ มายังธนาคารแห่งประเทศไทยพร้อมกับข้อมูลของสิ้นเดือนที่ 3 ได้
อื่นๆ - 7. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน 2558
(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย