ประกาศประธานรัฐสภา
ประกาศประธานรัฐสภา
ว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการรัฐสภา
พ.ศ. ๒๕๕๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔
แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘
จึงออกประกาศประธานรัฐสภาไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศประธานรัฐสภา
ประกาศประธานรัฐสภา
ว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการรัฐสภา
พ.ศ. ๒๕๕๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔
แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘
จึงออกประกาศประธานรัฐสภาไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า
ประกาศประธานรัฐสภา ว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔
ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
(๑)
ประกาศรัฐสภาออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘
ลงวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๓
(๒) ประกาศรัฐสภาออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา
พ.ศ. ๒๕๑๘ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๙ ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙
ข้อ ๔ ลักษณะ ชนิด
และประเภทของเครื่องแบบข้าราชการรัฐสภากับการแต่งเครื่องแบบให้เป็นไปตามที่กำหนดในประกาศนี้
ข้อ ๕ เครื่องแบบข้าราชการรัฐสภาสามัญและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองมี
๒ ชนิด คือ
(๑) เครื่องแบบปฏิบัติราชการ ได้แก่
ก. เครื่องแบบสีกากีคอพับ
ข. เครื่องแบบสีกากีคอแบะ
(๒) เครื่องแบบพิธีการ ได้แก่
ก. เครื่องแบบปกติขาว
ข. เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง
ค. เครื่องแบบครึ่งยศ
ง. เครื่องแบบเต็มยศ
จ. เครื่องแบบสโมสร
ข้อ ๖ เครื่องแบบปฏิบัติราชการ ประกอบด้วย
(๑) หมวก
ข้าราชการชาย ให้ใช้หมวกได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑ หมวกทรงหม้อตาลสีกากี
กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำสายรัดคางหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีกากี
หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนกทำด้วยโลหะสีทอง สูง ๖.๕ เซนติเมตร
แบบที่ ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากี หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง
สูง ๔.๕ เซนติเมตร
ข้าราชการหญิง ให้ใช้หมวกได้ ๓ แบบ
แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบหมวกของข้าราชการชาย แต่เป็นทรงอ่อน
แบบที่ ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากี สายรัดคางสีทอง กว้าง ๑
เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม
ผ้าพันหมวกสีกากี หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง สูง ๔.๕ เซนติเมตร
บนหมอนสีกากี
แบบที่ ๓ หมวกหนีบสีกากี ด้านหน้ามีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์
ขนาดเล็ก ๒ ดุม ติดซ้อนกัน มีตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนก สูง ๔.๕ เซนติเมตร
ติดที่ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้าหมวกประมาณ ๔ เซนติเมตร
ข้าราชการหญิงมุสลิม หากจะใช้ผ้าคลุมศีรษะ
ให้ใช้ผ้าคลุมศีรษะสีประเภทสีกากี หรือสีกลมกลืนกับเสื้อ กระโปรง หรือกางเกง
โดยให้คลุมศีรษะทั้งหมดเว้นใบหน้า ชายผ้าคลุมศีรษะ ด้านข้างยาวถึงบ่า
ด้านหน้ายาวถึงระดับหน้าอก ขอบผ้าคลุมเย็บเรียบ
ในกรณีที่มีการสวมหมวกให้สวมหมวกทับผ้าคลุมศีรษะ
การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร
(๒) เสื้อ
ข้าราชการชายให้ใช้เสื้อได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑ เสื้อคอพับสีประเภทสีกากีแขนยาวรัดข้อมือ
มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุมหรือแขนสั้น มีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อข้างละ ๑
กระเป๋า เป็นกระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่ง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร
มีใบปกกระเป๋ารูปมนชายกลางแหลม หรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋าและใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม
ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละหนึ่งดุมสำหรับขัดใบปกกระเป๋า
ตัดเสื้อผ่าอกตลอด มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม
ระยะห่างกันพอสมควร และติดเครื่องหมายสังกัดที่ปกเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ
ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร
ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาว
ผูกผ้าพันคอสีดำเงื่อนกลาสีสอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อภายใต้ดุมเม็ดที่สอง
แบบที่ ๒ เสื้อคอแบะปล่อยเอว แบบคอตื้น สีประเภทสีกากีแขนสั้น
ตัวเสื้อผ่าอกตลอดมีดุมที่อกเสื้อ ๔ ดุม
มีกระเป๋าเย็บติดภายนอกเป็นกระเป๋าบนและล่างอย่างละสองกระเป๋ากระเป๋าบนมีใบปกมนชายกลางแหลมมีแถบกว้าง
๓.๕ เซนติเมตร
ตรงกึ่งกลางกระเป๋าทางดิ่งกระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีใบปกรูปตัดที่ฝากระเป๋าทั้งสองกระเป๋าติดดุมข้างละ
๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋าที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับเสื้อขนาดกว้าง ๕
เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว
ติดเครื่องหมายสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๒ แทนเสื้อแบบที่ ๑ ในโอกาสอันควร
ดุมที่ใช้กับเสื้อทั้งสองแบบมีลักษณะเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ
ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย
ข้าราชการหญิง ให้ใช้เสื้อได้ ๔ แบบ
แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของข้าราชการชาย
แบบที่ ๒ เสื้อคอพับสีประเภทสีกากี
สีอ่อนกว่ากระโปรงหรือสีเดียวกับกระโปรง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ มีสาบกว้างประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร
แขนยาวรัดข้อมือ ขอบปลายแขนกว้าง ประมาณ ๕ เซนติเมตร หรือแขนสั้น
เหนือข้อศอกเล็กน้อย ตลบชาย กว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า
มีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอดตัวทั้งสองด้าน มีดุม ๕ ดุม ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลัง
มีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้า
ติดเครื่องหมายสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อ
ยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายมน
ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
การสวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรง
แบบที่ ๓ เสื้อคอพับปล่อยเอว
สีประเภทสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ
ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุม ๔ ดุม แขนยาวหรือแขนสั้น ตลบชายกว้าง ประมาณ ๕
เซนติเมตร มีคิ้วหน้าหลังเช่นเดียวกับแบบที่ ๒
และมีเส้นแนวตะเข็บเช่นเดียวกับแบบที่ ๒ ทั้งหน้าหลัง
ความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม
ติดเครื่องหมายสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อ
ยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายมน
ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
แบบที่ ๔ เสื้อคอแบะปล่อยเอว
สีประเภทสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ
แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร
ด้านหน้าเป็นคิ้วตามสาบ ดุม ๓ ดุม ต่อด้านหน้าและด้านหลังยาวตามตัว ติดเครื่องหมายสังกัดที่ปกคอแบะทั้งสองข้าง
และมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋า
ดุมที่ใช้กับเสื้อแบบที่ ๒, ๓ และ ๔
เป็นดุมสีน้ำตาลสีเดียวกับสีเสื้อ
การสวมเสื้อแบบที่ ๓ และแบบที่ ๔
ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกงและคาดเข็มขัดตาม (๕) แบบที่ ๒ ทับเอวเสื้อ
ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๑ หรือแบบที่ ๒
โดยใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาว ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกลาสี
สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง
ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย
(๓) อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูอ่อนมีลายดังนี้
ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง มีแถบกว้าง ๓ เซนติเมตร
ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบและแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงต่อไปอีก ๑ แถบ
แถบบนขมวดเป็นวงกลม ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร
และบนกึ่งกลางแถบกว้าง ๓ เซนติเมตร ให้ติดตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทอง สูง ๒.๕
เซนติเมตร ตามตารางที่ ๑ ลำดับที่ ๑ ท้ายประกาศนี้
ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ ประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ
ประเภทอำนวยการระดับสูง และประเภทบริหารระดับต้นและระดับสูงมีแถบกว้าง ๓ เซนติเมตร
ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงต่อไป อีก ๑ แถบ
แถบบนขมวดเป็นวงกลม ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร และบนกึ่งกลาง แถบกว้าง
๓ เซนติเมตร ให้ติดตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทอง สูง ๒.๕ เซนติเมตร ตามตารางที่ ๑ ลำดับที่
๑ ท้ายประกาศนี้
ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ประเภททั่วไประดับอาวุโส
ประเภทวิชาการระดับชำนาญการและระดับชำนาญการพิเศษ และประเภทอำนวยการระดับต้น
มีแถบกว้าง ๓ เซนติเมตร ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร
ติดเรียงต่อไปอีก ๑ แถบ แถบบนขมวดเป็นวงกลมขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑
เซนติเมตร ตามตารางที่ ๑ ลำดับที่ ๒ ท้ายประกาศนี้
ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ประเภททั่วไประดับชำนาญงาน
และประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ มีแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ๓ แถบ
แถบบนขมวดเป็นวงกลมขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร ตามตารางที่ ๑
ลำดับที่ ๓ ท้ายประกาศนี้
ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน มีแถบกว้าง ๑
เซนติเมตร ๒ แถบ แถบบนขมวดเป็นวงกลม ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร
ตามตารางที่ ๑ ลำดับที่ ๔ ท้ายประกาศนี้
(๔) กางเกง กระโปรง
ข้าราชการชาย ให้ใช้กางเกงแบบราชการสีประเภทสีกากี ไม่พับปลายขา
ข้าราชการหญิง ให้ใช้กางเกงหรือกระโปรงสีประเภทสีกากีได้ ๕ แบบ
แบบที่ ๑ กางเกง อนุโลมตามแบบของข้าราชการชาย
แบบที่ ๒ กางเกงขายาว ขาตรง ไม่มีลวดลาย ขอบกางเกงกว้างประมาณ ๑ นิ้ว
มีหรือไม่มีกระเป๋าก็ได้ มีซิปด้านหน้าหรือด้านข้าง ไม่พับปลายขา
แบบที่ ๓ กระโปรงยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย
แบบที่ ๔ กระโปรงมีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ
ยาวครึ่งเข่าปลายบานเล็กน้อย
แบบที่ ๕ กระโปรงกางเกง แบบกางเกงยาวครึ่งเข่า มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ
ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ มีจีบกระทบด้านหน้าและด้านหลัง
ข้าราชการหญิงมุสลิม หากจะใช้กระโปรง หรือกระโปรงกางเกงตามแบบที่ ๓
แบบที่ ๔ หรือแบบที่ ๕ จะให้ยาวคลุมข้อเท้าก็ได้
(๕) เข็มขัด
ข้าราชการชาย ให้ใช้เข็มขัดทำด้วยด้ายถักสีกากีกว้าง ๓ เซนติเมตร
หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน ปลายมนกว้าง ๓.๕
เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีรูปครุฑดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด ไม่มีเข็มสำ
หรับสอดรู ปลายเข็มขัดหุ้มด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร
ข้าราชการหญิง ให้ใช้เข็มขัด ๒ แบบ
แบบที่ ๑ ใช้คาดทับขอบกระโปรง โดยใช้เข็มขัดอนุโลมตามแบบข้าราชการชาย
แบบที่ ๒ ใช้คาดทับเสื้อ
โดยใช้เข็มขัดผ้าสีประเภทสีกากีสีเดียวกับสีเสื้อ กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร
หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้า
(๖) รองเท้า ถุงเท้า
ข้าราชการชาย ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
หรือสีน้ำตาลไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า
ข้าราชการหญิง
ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
หรือสีน้ำตาลแบบปิดปลายเท้า ไม่มีลวดลายส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร
(๗) เครื่องหมายแสดงสังกัดของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา
ให้เป็นรูปตรารัฐธรรมนูญประดิษฐานบนพานสองชั้น ทำด้วยโลหะสีทองไม่มีขอบ สูง ๒
เซนติเมตร ติดที่คอเสื้อตอนหน้าทั้งสองข้าง
สำหรับข้าราชการหญิง
ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์
(๘) ป้ายชื่อและตำแหน่ง
ให้มีป้ายชื่อพื้นสีดำ ขนาดกว้างไม่เกิน ๒.๕ เซนติเมตร ยาวไม่เกิน
๗.๕ เซนติเมตร แสดงชื่อตัว ชื่อสกุล
และชื่อตำแหน่งในการบริหารงานหรือชื่อตำแหน่งในสายงานตามที่คณะกรรมการข้าราชการรัฐสภากำหนด
ประดับที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา
ข้อ ๗ เครื่องแบบพิธีการประเภทเครื่องแบบปกติขาว
ประกอบด้วย
(๑) หมวก
ข้าราชการชาย ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีขาว
กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำสายรัดคางสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร
มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวก ข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีขาว
หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีขาว
ข้าราชการหญิง ให้ใช้หมวกได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบหมวกของข้าราชการชาย แต่เป็นทรงอ่อน
แบบที่ ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีขาว สายรัดคางสีทอง
มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีขาว หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง
สูง ๔.๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีขาว
ข้าราชการหญิงมุสลิม หากจะใช้ผ้าคลุมศีรษะ ให้ใช้ผ้าคลุมศีรษะสีดำ
โดยให้คลุมศีรษะทั้งหมดเว้นใบหน้า
ชายผ้าคลุมศีรษะสอดไว้ในปกเสื้อคอพับทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ในกรณีที่มีการสวมหมวกให้สวมหมวกทับผ้าคลุมศีรษะ
การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร
(๒) เสื้อ
ข้าราชการชาย ให้ใช้เสื้อแบบราชการสีขาว
ใช้ดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ ๕ ดุม ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย
ข้าราชการหญิง
ให้ใช้เสื้อนอกคอแบะสีขาวแบบคอแหลมหรือคอป้านแขนยาวถึงข้อมือมีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ
ที่แนวสาบอกมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร ๓ ดุม
สำหรับแบบเสื้อคอแหลม และ ๕ ดุม สำหรับแบบเสื้อคอป้าน มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑
กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อยไม่มีใบปกกระเป๋าและให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาว
ผูกผ้าพันคอสีดำเงื่อนกลาสี
ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายด้วย
(๓) อินทรธนู ให้มีอินทรธนูแข็ง กว้าง ๔ เซนติเมตร ยาวตามความยาวของบ่าพื้นสักหลาดสีดำ
ติดทับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ
ด้านคอปลายมนติดดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก อินทรธนูมีลายดังนี้
ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง มีแถบสีทองกว้าง ๕ มิลลิเมตร
เป็นขอบและปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ยาวตลอดส่วนกลางของอินทรธนู
และให้มีแถบสีทองกว้าง ๕ มิลลิเมตร ปิดที่ฐานด้านล่างของอินทรธนู ตามตารางที่ ๒
ลำดับที่ ๑ ท้ายประกาศนี้
ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ
ประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ
ประเภทอำนวยการระดับสูงและประเภทบริหารระดับต้นและระดับสูง มีแถบสีทองกว้าง ๕
มิลลิเมตร
เป็นขอบปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ยาวตลอดส่วนกลางของอินทรธนูและให้มีแถบสีทองกว้าง
๕ มิลลิเมตร ปิดที่ฐานด้านล่างของอินทรธนู ตามตารางที่ ๒ ลำดับที่ ๑ ท้ายประกาศนี้
ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ประเภททั่วไประดับอาวุโส
ประเภทวิชาการระดับชำนาญการและระดับชำนาญการพิเศษ และประเภทอำนวยการระดับต้น
มีแถบสีทองกว้าง ๕ มิลลิเมตรเป็นขอบ
และปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ยาวตลอดส่วนกลางของอินทรธนู ตามตารางที่ ๒ ลำดับที่
๒ ท้ายประกาศนี้
ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ประเภททั่วไประดับชำนาญงาน
และประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ มีแถบสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร เป็นขอบ
และปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์มีดอก ๓ ดอก เรียงตามส่วนยาวของอินทรธนู ไม่เกิน ๓
ใน ๔ ส่วนของอินทรธนู ตามตารางที่ ๒ ลำดับที่ ๓ ท้ายประกาศนี้
ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน มีแถบสีทอง กว้าง
๑ เซนติเมตร เป็นขอบ และปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์มีดอก ๒ ดอก
เรียงตามส่วนยาวของอินทรธนู ไม่เกินครึ่งหนึ่งของอินทรธนู ตามตารางที่ ๒ ลำดับที่
๔ ท้ายประกาศนี้
(๔) กางเกง กระโปรง
ข้าราชการชาย ให้ใช้กางเกงแบบราชการสีขาวขายาว ไม่พับปลายขา
ข้าราชการหญิง ให้ใช้กระโปรงสีขาว ตีเกล็ดด้านหน้า ๒ เกล็ด
และด้านหลัง ๒ เกล็ดยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อยใช้กับแบบเสื้อคอแหลม
หรือกระโปรงสีขาวยาวปิดเข่าปลายบานเล็กน้อยใช้กับแบบเสื้อคอป้าน
ข้าราชการหญิงมุสลิม กระโปรงทั้งสองแบบดังกล่าว
จะให้ยาวคลุมข้อเท้าก็ได้
(๕) รองเท้า ถุงเท้า
ข้าราชการชาย ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำชนิดผูกถุงเท้าสีดำ
ข้าราชการหญิง
ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำแบบปิดปลายเท้าไม่มีลวดลาย
ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร ถุงเท้ายาวสีเนื้อ
ข้อ ๘ เครื่องแบบพิธีการประเภทเครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง
ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว เว้นแต่สีของหมวก
ผ้าพันหมวกหมอนสักหลาดสำหรับปักครุฑพ่าห์เสื้อและกางเกงหรือกระโปรงเป็นสีประเภทสีกากี
ข้อ ๙ เครื่องแบบพิธีการประเภทเครื่องแบบครึ่งยศ
ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว เว้นแต่กางเกงหรือกระโปรงให้ใช้ผ้าสักหลาดหรือเสิร์จสีดำ
ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ข้อ ๑๐ เครื่องแบบพิธีการประเภทเครื่องแบบเต็มยศ
ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศสวมสายสะพาย
ข้อ ๑๑ เครื่องแบบพิธีการประเภทเครื่องแบบสโมสรสำหรับข้าราชการชาย
มี ๓ แบบ คือ
(๑) เครื่องแบบสโมสร ก.
ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศ
(๒) เครื่องแบบสโมสร ข.
ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร ก. เว้นแต่
เสื้อ ให้ใช้เสื้อสโมสรสีขาว ทำด้วยผ้าสักหลาดหรือเสิร์จ เปิดอก
ปาดเอว มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้อมือข้างละ ๓ ดุม
ที่ระหว่างอกกับเอวข้างละ ๓ ดุม
และที่บรรจบเสื้อมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ข้างละ ๑ ดุม
ดุมคู่นี้มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกันประกอบด้วยเสื้อกั๊กสีขาว
ดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ๓ ดุม และเสื้อเชิ้ตสีขาวอกแข็ง ข้อมือแข็งคอเชิ้ตชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อผูกผ้าผูกคอสีดำ
เงื่อนหูกระต่าย
เครื่องหมายสังกัด
ให้ติดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ในฤดูร้อน ให้ใช้กางเกงสีขาวแทนกางเกงสีดำได้
(๓) เครื่องแบบสโมสร ค.
ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร ข. เว้นแต่เสื้อเชิ้ตอกแข็งให้ใช้เสื้อเชิ้ตอกอ่อนสีขาว
และเสื้อกั๊กให้ใช้แพรแถบสีเดียวกับกางเกงรัดเอวแทนแพรแถบนี้ส่วนกลางด้านหน้ากว้าง
๑๒ เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้างเรียว กว้าง ๑๑ เซนติเมตร ที่ปลายมีขอเกี่ยวติดกันในขณะคาดทางด้านหลัง
เครื่องแบบพิธีการประเภทเครื่องแบบสโมสรสำหรับข้าราชการหญิง
ให้แต่งตามสมัยนิยม
ข้อ ๑๒ ข้าราชการนอกประจำการ
ให้ใช้เครื่องแบบเช่นเดียวกับข้าราชการประจำการเว้นแต่
ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าข้างซ้ายและเครื่องหมายอักษร นก
ทำด้วยโลหะโปร่งสีทองไม่มีขอบ สูง ๒ เซนติเมตร ที่ปกคอเสื้อด้านหน้าข้างขวา
ข้อ ๑๓ ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
หรือได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ
ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น ๆ ในเวลาแต่งเครื่องแบบเต็มยศ
แต่ในเวลาแต่งเครื่องแบบสโมสร จะประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จำลองขนาดย่อมก็ได้
และถ้าในหมายหรือบัตรเชิญทางราชการปรากฏว่าให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ก็ให้ประดับอย่างแต่งเครื่องแบบเต็มยศหรือถ้ามีว่าให้สวมสายสะพายด้วย
ก็ให้สวม
ข้อ ๑๔ ผู้ซึ่งได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ
หรือเครื่องหมายกิตติศักดิ์จากส่วนราชการอื่นก็ให้ประดับเครื่องหมายนั้นตามระเบียบของส่วนราชการนั้น
ๆ ได้ตามสมควร
ข้อ ๑๕ ผู้ได้รับเข็มแสดงวิทยฐานะของสถาบันต่าง
ๆ เช่น วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรสถาบันพระปกเกล้า เป็นต้น
ให้ติดเข็มแสดงวิทยฐานะของสถาบันนั้นที่กึ่งกลางกระเป๋าบนข้างขวาของเครื่องแบบข้าราชการรัฐสภาได้
ข้อ ๑๖ ผู้ได้รับเครื่องหมายแสดงความสามารถในการบินของสโมสรการบินพลเรือนให้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด
และให้ติดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือปกกระเป๋า ถ้าประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
หรือแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ติดเครื่องหมายนี้เหนือขึ้นไป
เมื่อแต่งเครื่องแบบสโมสรให้ใช้ขนาดย่อลงครึ่งหนึ่ง
ข้อ ๑๗ ผู้มีเสมาอนุสรณ์มหาราช ให้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิดดังนี้
(๑) เครื่องแบบปกติ เครื่องแบบครึ่งยศ และเครื่องแบบเต็มยศ
ให้ประดับเสมาอนุสรณ์มหาราชที่ดุมเสื้อเม็ดที่สองจากคอเสื้อตามแนวบรรจบเสื้อ
(๒) เครื่องแบบสโมสร
ให้ประดับเสมาอนุสรณ์มหาราชที่ดุมเสื้อเม็ดที่หนึ่งตามแนวบรรจบเสื้อด้านบน
(๓) เครื่องแบบราชการ
ให้ประดับเสมาอนุสรณ์มหาราชที่ดุมกระเป๋าเสื้อด้านซ้าย
ข้อ ๑๘ ข้าราชการนอกประจำการผู้ใดมีสิทธิแต่งเครื่องแบบข้าราชการอยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ
ให้คงใช้เครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูได้ตามเดิมต่อไป
ข้อ ๑๙ การแต่งเครื่องแบบที่กำหนดไว้ในประกาศนี้
ให้แต่งตามหมายของสำนักพระราชวังหรือตามระเบียบ ข้อบังคับ
คำสั่งของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาในโอกาสอันควร
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
พลเอก
ธีรเดช มีเพียร
ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภา
[เอกสารแนบท้าย]
๑. ภาคผนวก ตารางที่ ๑
รูปอินทรธนูและเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูของข้าราชการรัฐสภาประกอบเครื่องแบบปฏิบัติราชการ
ตามข้อ ๖ (๓)
๒. ตารางที่ ๒ รูปอินทรธนูและเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูของข้าราชการรัฐสภาประกอบเครื่องแบบพิธีการ
ตามข้อ ๗ (๓)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๘ สิงหาคม
๒๕๕๔
ณัฐวดี/ตรวจ
๑๘ สิงหาคม
๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๘๓ ง/หน้า ๓/๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔
ประกาศประธานรัฐสภาว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_59bc7941a9eff03a
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com