法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่งของข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น และการย้ายข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

ประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่งของข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น

และการย้ายข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

พ.ศ. ๒๕๖๐

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนการเข้าสู่ตำแหน่งของข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น และการย้ายข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒ และข้อ ๓ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๙/๒๕๕๘ เรื่อง การเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างในคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและการดำเนินการเพื่อสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ลงวันที่ ๑๖ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ประกอบข้อ ๑๗ และข้อ ๒๙ ของระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๕๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจึงใช้อำนาจหน้าที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่งของข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น และการย้ายข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นและการย้ายข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

การเข้าสู่ตำแหน่งของข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การเข้าสู่ตำแหน่งของข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นมี ๑๐ กรณีดังนี้

(๑) การคัดเลือกข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง

(๒) การคัดเลือกข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น

(๓) การคัดเลือกข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง

(๔) การคัดเลือกข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น

(๕) การประเมินข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ

(๖) การประเมินข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ

(๗) การประเมินข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ

(๘) การประเมินข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการ

(๙) การประเมินข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโส

(๑๐) การประเมินข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับชำนาญงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่จะเข้ารับการคัดเลือกหรือการประเมินเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่จะแต่งตั้งตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับประกาศฉบับนี้

คุณสมบัติของข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินในการเข้าสู่ตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คุณสมบัติของข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่จะมีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) ดำรงตำแหน่งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือนับรวมกับตำแหน่งอื่นที่เคยดำรงมาแล้วดังนี้

(ก) ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีหรือเคยดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือทุกตำแหน่งระหว่างตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นกับตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงและตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญนับรวมกับตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี

(ข) ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญรวมกันไม่น้อยกว่าสามปี หรือนับรวมกันตั้งแต่ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือหลายตำแหน่งจนถึงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี

(ค) ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญรวมกันไม่น้อยกว่าสามปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือนับรวมทั้งตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญและตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี

(ง) ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษรวมกันไม่น้อยกว่าเจ็ดปี หรือนับรวมทั้งตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นและตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าเจ็ดปี

(จ) ตำแหน่งอย่างอื่นที่เทียบเท่า (ก) หรือ (ข) หรือ (ค) หรือ (ง) แล้วแต่กรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด และ

(๒) ผ่านการอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง หรือผ่านการอบรมหลักสูตรใด ๆ ที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินพิจารณาให้เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเสมือนได้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง หากยังไม่เคยผ่านการอบรมหลักสูตรดังกล่าวมาก่อน จะต้องเข้ารับการฝึกอบรมภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ คุณสมบัติของข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นต้องดำรงตำแหน่งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือนับรวมกับตำแหน่งอื่นที่เคยดำรงมาแล้วดังนี้

(๑) ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าสามปี หรือนับรวมทั้งตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญและตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าสามปี

(๒) ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าสามปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษรวมกันไม่น้อยกว่าห้าปี

(๓) ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษรวมกันไม่น้อยกว่าห้าปี

(๔) ตำแหน่งอย่างอื่นที่เทียบเท่า (๑) หรือ (๒) หรือ (๓) แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ คุณสมบัติของข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) ดำรงตำแหน่งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือนับรวมกับตำแหน่งอื่นที่เคยดำรงมาแล้วดังนี้

(ก) ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษรวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือนับรวมทั้งตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นและตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษรวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือนับรวมกันตั้งแต่ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการรวมกับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือหลายตำแหน่งจนถึงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญนับรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าแปดปี

(ข) ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษรวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสรวมกันไม่น้อยกว่าเจ็ดปี หรือนับรวมกันตั้งแต่ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการรวมกับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือหลายตำแหน่งจนถึงประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าแปดปี

(ค) ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปีหรือนับรวมกับประเภทวิชาการระดับชำนาญการรวมกันไม่น้อยกว่าแปดปี

(ง) ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสไม่น้อยกว่าเจ็ดปี

(จ) ตำแหน่งอย่างอื่นที่เทียบเท่า (ก) หรือ (ข) หรือ (ค) หรือ (ง) แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด และ

(๒) มีประสบการณ์ในงานที่หลากหลายสำหรับตำแหน่งประเภทอำนวยการ ตามที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ คุณสมบัติของข้าราชการที่มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) ดำรงตำแหน่งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือนับรวมกับตำแหน่งอื่นที่เคยดำรงมาแล้ว ดังนี้

(ก) ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีหรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการรวมกันไม่น้อยกว่าหกปี หรือนับรวมทั้งตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษและตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าหกปี

(ข) ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการมาแล้วไม่น้อยกว่าหกปี

(ค) ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสมาแล้วไม่น้อยกว่าหกปี

(ง) ตำแหน่งอย่างอื่นที่เทียบเท่า (ก) หรือ (ข) หรือ (ค) แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด และ

(๒) มีประสบการณ์ในงานที่หลากหลายสำหรับตำแหน่งประเภทอำนวยการ ตามที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ คุณสมบัติของข้าราชการที่มีสิทธิเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) ดำรงตำแหน่งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือนับรวมกับตำแหน่งอื่นที่เคยดำรงมาแล้วดังนี้

(ก) ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญรวมกันไม่น้อยกว่าสามปี หรือนับรวมตั้งแต่ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือหลายตำแหน่งจนถึงบริหารระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี

(ข) ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญรวมกันไม่น้อยกว่าสามปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือนับรวมทั้งตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญและตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี

(ค) ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นรวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษรวมกันไม่น้อยกว่าหกปี หรือนับรวมทั้งตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นและตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษรวมกันไม่น้อยกว่าหกปี

(ง) ตำแหน่งอย่างอื่นที่เทียบเท่า (ก) หรือ (ข) หรือ (ค) แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด และ

(๒) ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ

(๓) สอบผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คุณสมบัติของข้าราชการที่มีสิทธิเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) ดำรงตำแหน่งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือนับรวมกับตำแหน่งอื่นที่เคยดำรงมาแล้วดังนี้

(ก) ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษรวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

(ข) ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีหรือนับรวมกับตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการรวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่าเจ็ดปี

(ค) ตำแหน่งอย่างอื่นที่เทียบเท่า (ก) หรือ (ข) แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด และ

(๒) ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ บวกด้วยร้อยละ ๗ ของอัตราเงินเดือนขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ

(๓) สอบผ่านการอบรมหลักสูตรระดับเชี่ยวชาญของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คุณสมบัติของข้าราชการที่มีสิทธิเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี

(๒) ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ บวกด้วยร้อยละ ๔ ของอัตราเงินเดือนขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ

(๓) สอบผ่านการอบรมหลักสูตรระดับชำนาญการพิเศษของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คุณสมบัติของข้าราชการที่มีสิทธิเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการมาแล้วดังนี้

(ก) กรณีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีไม่น้อยกว่าหกปี

(ข) กรณีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทไม่น้อยกว่าสี่ปี

(ค) กรณีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกไม่น้อยกว่าสองปี

(๒) ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการบวกด้วยร้อยละ ๔ ของอัตราเงินเดือนขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการ

(๓) สอบผ่านการอบรมหลักสูตรระดับชำนาญการของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คุณสมบัติของข้าราชการที่มีสิทธิเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับชำนาญงานมาแล้วไม่น้อยกว่าหกปี

(๒) ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโส บวกด้วยร้อยละ ๑๑ ของอัตราเงินเดือนขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโส

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ คุณสมบัติของข้าราชการที่มีสิทธิเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับชำนาญงานต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงานมาแล้วดังนี้

(ก) กรณีสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ไม่น้อยกว่าหกปี

(ข) กรณีสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) ไม่น้อยกว่าห้าปี

(ค) กรณีสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ไม่น้อยกว่าสี่ปี

(๒) ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของตำแหน่งประเภททั่วไประดับชำนาญงาน บวกด้วยร้อยละ ๔ ของอัตราเงินเดือนขั้นต่ำของบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของตำแหน่งประเภททั่วไประดับชำนาญงาน

การคัดเลือกข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร และอำนวยการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อตำแหน่งข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินประเภทบริหารระดับสูงว่างลงหรือกำลังจะว่าง หรือมีการกำหนดตำแหน่งขึ้นใหม่ ในการคัดเลือกข้าราชการเข้าสู่ตำแหน่งดังกล่าวให้ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกข้าราชการเข้าสู่ตำแหน่ง เรียกว่า “คณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการประเภทบริหารระดับสูง” ประกอบด้วย

(๑) ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นประธานกรรมการ

(๒) กรรมการจำนวนสี่คนซึ่งแต่งตั้งจาก

(ก) รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน จำนวนหนึ่งคน

(ข) ผู้ซึ่งเป็นหรือเคยเป็นข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง หรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งเทียบเท่า จำนวนสองคน

(ค) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่จะได้รับการคัดเลือก จำนวนหนึ่งคน

ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลทำหน้าที่เลขานุการ แต่ถ้าเป็นผู้อยู่ในข่ายที่จะได้รับการพิจารณาคัดเลือกด้วย ก็ให้เลือกข้าราชการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลคนหนึ่งทำหน้าที่เลขานุการแทนและอาจจะตั้งผู้ช่วยเลขานุการตามความเหมาะสมก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อตำแหน่งข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินประเภทบริหารระดับต้นหรือประเภทอำนวยการระดับสูงว่างลงหรือกำลังจะว่าง หรือมีการกำหนดตำแหน่งขึ้นใหม่ ในการคัดเลือกข้าราชการเข้าสู่ตำแหน่งดังกล่าว ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกแต่ละคณะเพื่อทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกข้าราชการเข้าสู่ตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

(๑) คณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการประเภทบริหารระดับต้น

(๒) คณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการประเภทอำนวยการระดับสูง

การแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกตามวรรคหนึ่งแต่ละคณะ ประกอบด้วย

(๑) ประธานกรรมการซึ่งแต่งตั้งจากรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือผู้ตรวจเงินแผ่นดินหรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า

(๒) กรรมการจำนวนสี่คนซึ่งแต่งตั้งจาก

(ก) ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวนสองคน

(ข) ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง หรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งเทียบเท่า จำนวนหนึ่งคน

(ค) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่จะได้รับการคัดเลือก จำนวนหนึ่งคน

ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลหรือผู้ที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลมอบหมายทำหน้าที่เลขานุการ และอาจจะตั้งผู้ช่วยเลขานุการตามความเหมาะสมก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อตำแหน่งข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินประเภทอำนวยการระดับต้นว่างลงหรือกำลังจะว่าง หรือมีการกำหนดตำแหน่งขึ้นใหม่ ในการคัดเลือกข้าราชการเข้าสู่ตำแหน่งดังกล่าวให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกข้าราชการเข้าสู่ตำแหน่ง เรียกว่า “คณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการประเภทอำนวยการระดับต้น” ประกอบด้วย

(๑) ประธานกรรมการซึ่งแต่งตั้งจากรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือผู้ตรวจเงินแผ่นดินหรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า

(๒) กรรมการจำนวนสี่คนซึ่งแต่งตั้งจาก

(ก) ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง หรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดีในลักษณะงานของตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง จำนวนสองคน

(ข) ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงหรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ หรือตำแหน่งเทียบเท่า จำนวนหนึ่งคน

(ค) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่จะได้รับการคัดเลือก จำนวนหนึ่งคน

ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลหรือผู้ที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลมอบหมายทำหน้าที่เลขานุการ และอาจจะตั้งผู้ช่วยเลขานุการตามความเหมาะสมก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การพิจารณาคัดเลือกข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงประเภทบริหารระดับต้น ประเภทอำนวยการระดับสูง และประเภทอำนวยการระดับต้น แล้วแต่กรณี ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) ให้คณะกรรมการคัดเลือกแต่ละคณะกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือกและการประเมินบุคคลให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะแต่งตั้งเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกโดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถ ความประพฤติ ศักยภาพ ประวัติการรับราชการ ผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการย้อนหลังไม่น้อยกว่าสามปี และให้พิจารณาถึงคุณลักษณะอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานในตำแหน่งนั้น ๆ เช่น การเป็นผู้นำ รวมถึงการให้ความร่วมมือในกิจกรรมต่าง ๆ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินโดยอาจกำหนดวิธีการคัดเลือกที่เหมาะสม เช่น การสอบคัดเลือก การสัมภาษณ์ การแสดงวิสัยทัศน์ หรืออาจใช้วิธีอื่นใดก็ได้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวรวมถึงตำแหน่งที่เปิดรับสมัครให้ประกาศให้ทราบทั่วกันก่อนเริ่มดำเนินการคัดเลือก

ในการพิจารณาคัดเลือก ต้องกำหนดหลักเกณฑ์การให้คะแนนแต่ละองค์ประกอบหลักและองค์ประกอบย่อยให้ชัดเจน หรืออาจกำหนดเป็นระดับ หรือวิธีอื่นใดก็ได้ โดยเฉลี่ยน้ำหนักตามความสำคัญของแต่ละองค์ประกอบ

(๒) ให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครทุกคนที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือกและการประเมินบุคคลที่กำหนดเพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมในแต่ละตำแหน่ง ซึ่งจะต้องมากกว่าจำนวนตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง แต่ไม่เกินสามเท่าของตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง โดยเรียงลำดับผู้ซึ่งเหมาะสมที่สุดไว้ในลำดับแรกและผู้ซึ่งเหมาะสมรองลงไปในลำดับต่อ ๆ กันไป พร้อมทั้งเหตุผลประกอบการพิจารณาด้วย แล้วเสนอรายชื่อต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อพิจารณาสั่งบรรจุและแต่งตั้ง หรือเพื่อเสนอต่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ แล้วแต่กรณี

(๓) ในกรณีที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเห็นว่าบุคคลในรายชื่อที่คณะกรรมการคัดเลือกเสนอเหมาะสมที่จะได้เลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ให้ดำเนินการตามขั้นตอนการแต่งตั้งต่อไป แต่หากเห็นว่ารายชื่อผู้ที่คณะกรรมการคัดเลือกเสนอยังไม่เหมาะสม ก็ให้ปรึกษากับประธานกรรมการคัดเลือกหรือส่งให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาทบทวนลำดับความเหมาะสมตามที่เห็นสมควร แล้วดำเนินการตามขั้นตอนการแต่งตั้งต่อไป

(๔) หากมิใช่กรณีที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง ในการพิจารณาสั่งบรรจุให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุพิจารณาความเห็นของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินประกอบด้วย หากเห็นว่ายังมีเหตุผลหรือข้อมูลอื่นที่คณะกรรมการคัดเลือกควรพิจารณาอีก ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุส่งเรื่องกลับไปให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาทบทวนลำดับความเหมาะสมตามที่เห็นสมควร แล้วดำเนินการตามขั้นตอนการบรรจุต่อไป

การประเมินข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อตำแหน่งข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิว่างลงหรือกำลังจะว่าง หรือกรณีมีความจำเป็นต้องกำหนดตำแหน่งขึ้นใหม่ ในการประเมินข้าราชการเข้าสู่ตำแหน่งดังกล่าว ให้ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประเมินบุคคลและผลงานข้าราชการเข้าสู่ตำแหน่ง เรียกว่า “คณะกรรมการประเมินข้าราชการประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ” ประกอบด้วย

(๑) ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นประธานกรรมการ

(๒) กรรมการจำนวนสี่คน ซึ่งแต่งตั้งจาก

(ก) ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวนสองคน

(ข) ผู้ซึ่งเป็นหรือเคยเป็นข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง หรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งเทียบเท่า จำนวนหนึ่งคน

(ค) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่จะได้รับการประเมิน จำนวนหนึ่งคน

ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลทำหน้าที่เลขานุการ แต่ถ้าเป็นผู้อยู่ในข่ายที่จะได้รับการพิจารณาคัดเลือกด้วย ก็ให้เลือกข้าราชการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลคนหนึ่งทำหน้าที่เลขานุการแทนและอาจจะตั้งผู้ช่วยเลขานุการตามความเหมาะสมก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในการประเมินบุคคลและผลงานข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ให้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่มีคุณสมบัติครบตามข้อ ๑๐ ยื่นเสนอขอรับการประเมินการเลื่อนตำแหน่งตามแบบฟอร์มที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกำหนดผ่านทางสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ และส่งข้อมูลต่าง ๆ สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อประเมินว่าคุณสมบัติของบุคคลและผลงานผ่านเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ต่อไป

(๒) ให้สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจัดให้มีการประเมินความสามารถโดยผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมและดูแลการปฏิบัติงานโดยตรงของผู้ขอรับการประเมิน และผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปอีกหนึ่งระดับเพื่อทำการประเมินคุณลักษณะของผู้ขอรับการประเมิน กรณีที่ไม่สามารถหาผู้บังคับบัญชาที่จะประเมินได้ถึงสองระดับ ให้ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของผู้ขอรับการประเมินเป็นผู้ประเมินแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ ให้ประเมินตามแบบประเมินคุณลักษณะของบุคคลที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกำหนดดังนี้

(ก) การประเมินคุณลักษณะของบุคคลแต่ละรายการ ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณากำหนดระดับการประเมินเป็นสี่ระดับ แล้วให้เป็นคะแนนดังนี้

๑) ดีมาก หมายถึง ได้คะแนน ๙๑ - ๑๐๐ % ของคะแนนเต็ม

๒) ดี หมายถึง ได้คะแนน ๗๑ - ๙๐ % ของคะแนนเต็ม

๓) พอใช้ หมายถึง ได้คะแนน ๖๐ - ๗๐ % ของคะแนนเต็ม

๔) ต้องแก้ไข หมายถึง ได้คะแนน น้อยกว่า ๖๐ % ของคะแนนเต็ม

(ข) ผู้ขอรับการประเมินต้องได้คะแนนรวมที่ผู้บังคับบัญชาประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ และผู้บังคับบัญชาในระดับที่เหนือขึ้นไปมีความเห็นสอดคล้องว่าผ่าน จึงจะถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านการประเมินคุณลักษณะของบุคคล

(ค) กรณีที่ไม่ผ่านการประเมินคุณลักษณะของบุคคล ให้ผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของผู้ขอรับการประเมินโดยตรงแจ้งผลการประเมินดังกล่าวให้ผู้ขอรับการประเมินทราบว่ามีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ผู้ขอรับการประเมินปรับปรุงพัฒนาตนเองให้เหมาะสมต่อไป

(๓) ให้เลขานุการนำข้อมูลตาม (๑) และผลการประเมินของผู้บังคับบัญชาตาม (๒) เสนอต่อคณะกรรมการประเมินข้าราชการ ตามข้อ ๒๐ เพื่อใช้ประกอบการประเมินตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(ก) การประเมินความสำเร็จในผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา

๑) ผลงานที่จะนำมาประเมิน ได้แก่ ผลงานและหรือผลสำเร็จของงานที่เกิดจากการปฏิบัติงานตามปกติ ในตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ขอประเมินและเป็นผลงานที่แสดงถึงการใช้ความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ซึ่งต้องแสดงขอบเขต คุณภาพ ความยุ่งยากซับซ้อนในการดำเนินงานและประโยชน์ของผลงาน โดยมีเงื่อนไขดังนี้

๑.๑ เป็นผลงานที่จัดทำขึ้นในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าระดับที่ขอประเมินหนึ่งระดับ

๑.๒ ไม่ใช่ผลงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อขอรับปริญญาหรือประกาศนียบัตร หรือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรม

๑.๓ กรณีที่เป็นผลงานร่วมกันของบุคคลหลายคน จะต้องแสดงให้เห็นว่าผู้ขอรับการประเมินได้มีส่วนร่วมในการจัดทำหรือผลิตผลงานในส่วนใด หรือเป็นสัดส่วนเท่าใด และมีคำรับรองจากผู้มีส่วนร่วมในผลงานนั้น และจากผู้บังคับบัญชาด้วย

๑.๔ ผลงานที่ได้นำมาใช้ประเมินเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นแล้ว จะนำมาเสนอให้ประเมินเพื่อเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นอีกไม่ได้

๒) แนวทางการประเมินผลงาน ให้พิจารณาจาก

๒.๑ ผลการปฏิบัติงานและหรือผลสำเร็จของงานสองชิ้น โดยเป็นผลการปฏิบัติงานและหรือผลสำเร็จของงานไม่เกินสองปีนับถึงวันยื่นขอรับการประเมิน อาจมีการประเมินผลงานด้วยการสัมภาษณ์

๒.๒ คุณภาพของผลงานของตำแหน่ง

๒.๓ ความยุ่งยากซับซ้อนของผลงานของตำแหน่ง

๒.๔ การเผยแพร่ผลงาน โดยกำหนดให้ต้องมีการเผยแพร่ผลงานโดยวิธีการต่าง ๆ ยกเว้นลักษณะงานของบางตำแหน่งที่ไม่อาจเผยแพร่ได้

๒.๕ ความรู้ ความชำนาญงาน หรือความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเป็นการพิจารณาว่า ผลงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้ขอรับการประเมินมีความรู้ ความชำนาญงานหรือความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในงานนั้น ๆ เหมาะสมกับระดับตำแหน่งที่จะแต่งตั้งมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานอาจกำหนดแนวทางการประเมินผลงานที่ต่างไปจากนี้ได้

๒.๖ กรณีมีปัญหาหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลงานที่ส่งประเมิน อาจเชิญผู้ขอรับการประเมินมาซักถามเพิ่มเติม และหรือขอรายละเอียดของผลงานดังกล่าวเพิ่มเติมได้

(ข) การประเมินความเหมาะสมในการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่จะเลื่อน ได้แก่

๑) ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ต้องการ

๒) ประวัติการรับราชการ

๓) ความร่วมมือในกิจกรรมต่าง ๆ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

๔) ผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการย้อนหลังไม่น้อยกว่าสามปี

๕) ความประพฤติที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะแต่งตั้งเป็นหลัก

ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ ก.พ. กำหนดประกอบด้วย และให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงาน ประกาศหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้ทราบโดยทั่วกัน

(๔) เมื่อได้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกบุคคลและการประเมินผลงานแล้ว ให้คณะกรรมการประเมินข้าราชการรายงานผลต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อเสนอผู้มีอำนาจสั่งบรรจุพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนการบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินข้าราชการเข้าสู่ตำแหน่งแต่ละคณะ เพื่อทำหน้าที่ประเมินบุคคลและผลงานข้าราชการเข้าสู่ตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

(๑) คณะกรรมการประเมินข้าราชการประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ

(๒) คณะกรรมการประเมินข้าราชการประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ

(๓) คณะกรรมการประเมินข้าราชการประเภทวิชาการระดับชำนาญการ

การแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินข้าราชการตามวรรคหนึ่งแต่ละคณะ ประกอบด้วย

(๑) ประธานกรรมการซึ่งแต่งตั้งจากรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือผู้ตรวจเงินแผ่นดินหรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า

(๒) กรรมการจำนวนสี่คนซึ่งแต่งตั้งจาก

(ก) ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวนสองคน

(ข) ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง หรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งเทียบเท่า จำนวนหนึ่งคน

(ค) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่จะได้รับการประเมิน จำนวนหนึ่งคน

ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลหรือผู้ที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลมอบหมาย ทำหน้าที่เลขานุการ และอาจจะตั้งผู้ช่วยเลขานุการตามความเหมาะสมก็ได้

ให้คณะกรรมการประเมินข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ในแต่ละชุดต้องปฏิบัติหน้าที่จนกว่าผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจะแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินข้าราชการชุดใหม่ขึ้นมาแทน

ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินข้าราชการชุดใหม่ทุกสองปี ทั้งนี้ ห้ามมิให้แต่งตั้งผู้ซึ่งเคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการในคณะกรรมการประเมินข้าราชการชุดเดิมครั้งล่าสุดเป็นกรรมการชุดใหม่อีกครั้ง

เพื่อประโยชน์ในการประเมินบุคคลและผลงานที่คณะกรรมการประเมินข้าราชการชุดเดิมยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จก่อนแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินข้าราชการชุดใหม่ ให้คณะกรรมการประเมินข้าราชการชุดเดิมยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะประเมินบุคคลและผลงานที่ยื่นต่อคณะกรรมการชุดของตนให้แล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในการประเมินบุคคลและผลงานข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ หรือระดับชำนาญการพิเศษ หรือระดับชำนาญการ แล้วแต่กรณี ให้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่มีคุณสมบัติครบตามข้อ ๑๑ หรือข้อ ๑๒ หรือข้อ ๑๓ แล้วแต่กรณี ยื่นเสนอขอรับการประเมินการเลื่อนตำแหน่งตามแบบฟอร์มที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกำหนดผ่านทางสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและส่งข้อมูลต่าง ๆ สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อประเมินว่าคุณสมบัติของบุคคลและผลงานผ่านเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ต่อไป

(๒) ให้สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจัดให้มีการประเมินความสามารถโดยผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมและดูแลการปฏิบัติงานโดยตรงของผู้ขอรับการประเมิน และผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปอีกหนึ่งระดับเพื่อทำการประเมินคุณลักษณะของผู้ขอรับการประเมิน ทั้งนี้ ให้ประเมินตามแบบประเมินคุณลักษณะของบุคคลที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกำหนดดังนี้

(ก) การประเมินคุณลักษณะของบุคคลแต่ละรายการ ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณากำหนดระดับการประเมินเป็นสี่ระดับ แล้วให้เป็นคะแนนดังนี้

๑) ดีมาก หมายถึง ได้คะแนน ๙๑ - ๑๐๐ % ของคะแนนเต็ม

๒) ดี หมายถึง ได้คะแนน ๗๑ - ๙๐ % ของคะแนนเต็ม

๓) พอใช้ หมายถึง ได้คะแนน ๖๐ - ๗๐ % ของคะแนนเต็ม

๔) ต้องแก้ไข หมายถึง ได้คะแนน น้อยกว่า ๖๐ % ของคะแนนเต็ม

(ข) ผู้ขอรับการประเมินต้องได้คะแนนรวมที่ผู้บังคับบัญชาประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ และผู้บังคับบัญชาในระดับที่เหนือขึ้นไปมีความเห็นสอดคล้องว่าผ่าน จึงจะถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านการประเมินคุณลักษณะของบุคคล

(ค) กรณีที่ไม่ผ่านการประเมินคุณลักษณะของบุคคล ให้ผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของผู้ขอรับการประเมินโดยตรงแจ้งผลการประเมินดังกล่าวให้ผู้ขอรับการประเมินทราบว่ามีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ผู้ขอรับการประเมินปรับปรุงพัฒนาตนเองให้เหมาะสมต่อไป

(๓) ให้เลขานุการนำข้อมูลตาม (๑) และผลการประเมินตาม (๒) เสนอต่อคณะกรรมการประเมินตามข้อ ๒๒ แล้วแต่กรณี เพื่อใช้ประกอบการประเมินตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(ก) การประเมินความสำเร็จในผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา โดยประเมินจาก

๑) ผลงานที่จะนำมาประเมิน ได้แก่ ผลงานและหรือผลสำเร็จของงานที่เกิดจากการปฏิบัติงานตามปกติ ในตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ขอประเมินและเป็นผลงานที่แสดงถึงการใช้ความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ซึ่งต้องแสดงขอบเขต คุณภาพ ความยุ่งยากซับซ้อนในการดำเนินงานและประโยชน์ของผลงาน โดยมีเงื่อนไขดังนี้

๑.๑ เป็นผลงานที่จัดทำขึ้นในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าระดับที่ขอประเมินหนึ่งระดับ

๑.๒ ไม่ใช่ผลงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อขอรับปริญญาหรือประกาศนียบัตร หรือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรม

๑.๓ กรณีที่เป็นผลงานร่วมกันของบุคคลหลายคน จะต้องแสดงให้เห็นว่าผู้ขอรับการประเมินได้มีส่วนร่วมในการจัดทำหรือผลิตผลงานในส่วนใด หรือเป็นสัดส่วนเท่าใด และมีคำรับรองจากผู้มีส่วนร่วมในผลงานนั้น และจากผู้บังคับบัญชาด้วย

๑.๔ ผลงานที่ได้นำมาใช้ประเมินเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นแล้ว จะนำมาเสนอให้ประเมินเพื่อเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นอีกไม่ได้

๒) แนวทางการประเมินผลงาน ให้พิจารณาจาก

๒.๑ ผลการปฏิบัติงานและหรือผลสำเร็จของงานสองชิ้น โดยเป็นผลการปฏิบัติงานและหรือผลสำเร็จของงานไม่เกินสองปีนับถึงวันยื่นขอรับการประเมิน อาจมีการประเมินผลงานด้วยการสัมภาษณ์

๒.๒ คุณภาพของผลงานของตำแหน่ง

๒.๓ ความยุ่งยากซับซ้อนของผลงานของตำแหน่ง

๒.๔ ความรู้ ความชำนาญงาน หรือความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเป็นการพิจารณาว่า ผลงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้ขอรับการประเมินมีความรู้ ความชำนาญงานหรือความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในงานนั้น ๆ เหมาะสมกับระดับตำแหน่งที่จะแต่งตั้งมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานอาจกำหนดแนวทางการประเมินผลงานที่ต่างไปจากนี้ได้

๒.๕ กรณีมีปัญหาหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลงานที่ส่งประเมิน อาจเชิญผู้ขอรับการประเมินมาซักถามเพิ่มเติม และหรือขอรายละเอียดของผลงานดังกล่าวเพิ่มเติมได้

(ข) การประเมินความเหมาะสมในการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่จะเลื่อน ได้แก่

๑) ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ต้องการ

๒) ประวัติการรับราชการ

๓) ความร่วมมือในกิจกรรมต่าง ๆ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

๔) ผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการย้อนหลังไม่น้อยกว่าสามปี

๕) ความประพฤติที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะแต่งตั้งเป็นหลัก

ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ ก.พ. กำหนดประกอบด้วย และให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงาน ประกาศหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้ทราบโดยทั่วกัน

(๔) เมื่อได้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกบุคคลและการประเมินผลงานแล้ว ให้คณะกรรมการประเมินข้าราชการรายงานผลต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนการบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อไป

ในการประเมินผลงานของคณะกรรมการประเมินข้าราชการต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ยื่นขอรับการประเมิน

ผู้ที่ประเมินผลงานไม่ผ่านจะมีสิทธิได้รับการประเมินผลงานครั้งใหม่ทุกหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ยื่นขอรับการประเมินครั้งล่าสุด

การสั่งบรรจุแต่งตั้งให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นยื่นขอรับการประเมินและผ่านการประเมิน

การประเมินข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในการประเมินข้าราชการเข้าสู่ตำแหน่งประเภททั่วไป ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสและระดับชำนาญงานประกอบด้วย

(๑) ประธานกรรมการซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง

(๒) กรรมการจำนวนสี่คนซึ่งแต่งตั้งจาก

(ก) ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง หรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ซึ่งมีความรู้ ความเข้าใจเป็นอย่างดีในลักษณะงานของตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง จำนวนสองคน

(ข) ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งมีความรู้ ความเข้าใจเป็นอย่างดีในลักษณะงานของตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง และดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง จำนวนสองคน

ให้มีข้าราชการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลทำหน้าที่เลขานุการ และอาจจะตั้งผู้ช่วยเลขานุการตามความเหมาะสมก็ได้

ให้คณะกรรมการประเมินข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ต้องปฏิบัติหน้าที่จนกว่าผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจะแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินข้าราชการชุดใหม่ขึ้นมาแทน

ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินข้าราชการชุดใหม่ทุกสองปี ทั้งนี้ ห้ามมิให้แต่งตั้งผู้ซึ่งเคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการในคณะกรรมการประเมินข้าราชการชุดเดิมครั้งล่าสุดเป็นกรรมการชุดใหม่อีกครั้ง

เพื่อประโยชน์ในการประเมินบุคคลและผลงานที่คณะกรรมการประเมินข้าราชการชุดเดิมยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จก่อนแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินข้าราชการชุดใหม่ ให้คณะกรรมการประเมินข้าราชการชุดเดิมยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะประเมินบุคคลและผลงานที่ยื่นต่อคณะกรรมการชุดของตนให้แล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในการประเมินบุคคลและผลงานข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโส และระดับชำนาญงาน ให้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่มีคุณสมบัติครบตามข้อ ๑๔ หรือข้อ ๑๕ แล้วแต่กรณี ยื่นเสนอขอรับการประเมินการเลื่อนตำแหน่งผ่านทางสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลตามแบบฟอร์มที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ และส่งข้อมูลต่าง ๆ สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานเพื่อประเมินว่าคุณสมบัติของบุคคลและผลงานผ่านเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ต่อไป

(๒) ให้สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจัดให้มีการประเมินความสามารถโดยผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมและดูแลการปฏิบัติงานโดยตรงของผู้ขอรับการประเมิน และผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ เพื่อทำการประเมินคุณลักษณะของผู้ขอรับการประเมิน ทั้งนี้ ให้ประเมินตามแบบประเมินคุณลักษณะของบุคคลที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกำหนดดังนี้

(ก) การประเมินคุณลักษณะของบุคคลแต่ละรายการ ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณากำหนดระดับการประเมินเป็นสี่ระดับ แล้วให้เป็นคะแนนดังนี้

๑) ดีมาก หมายถึง ได้คะแนน ๙๑ - ๑๐๐ % ของคะแนนเต็ม

๒) ดี หมายถึง ได้คะแนน ๗๑ - ๙๐ % ของคะแนนเต็ม

๓) พอใช้ หมายถึง ได้คะแนน ๖๐ - ๗๐ % ของคะแนนเต็ม

๔) ต้องแก้ไข หมายถึง ได้คะแนน น้อยกว่า ๖๐ % ของคะแนนเต็ม

(ข) ผู้ขอรับการประเมินต้องได้คะแนนรวมที่ผู้บังคับบัญชาประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ และผู้บังคับบัญชาในระดับที่เหนือขึ้นไปมีความเห็นสอดคล้องว่าผ่าน จึงจะถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านการประเมินคุณลักษณะของบุคคล

(ค) กรณีที่ไม่ผ่านการประเมินคุณลักษณะของบุคคล ให้ผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของผู้ขอรับการประเมินโดยตรงแจ้งผลการประเมินดังกล่าวให้ผู้ขอรับการประเมินทราบว่ามีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ผู้ขอรับการประเมินปรับปรุงพัฒนาตนเองให้เหมาะสมต่อไป

(๓) ให้เลขานุการนำข้อมูลตาม (๑) และผลการประเมินตาม (๒) เสนอต่อคณะกรรมการประเมินตามข้อ ๒๔ แล้วแต่กรณี เพื่อใช้ประกอบการประเมินตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(ก) การประเมินความสำเร็จในผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา โดยประเมินจาก

๑) มาตรฐานหรือปริมาณผลการปฏิบัติงานในภาพรวม โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานในภาพรวมที่ผู้ขอประเมินเสนอ

๒) คุณภาพหรือความยุ่งยากของงาน โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานที่สำคัญที่ผู้ขอรับการประเมินเสนอ จำนวนสองเรื่อง

๓) การปรับปรุงพัฒนางานในความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมในการพัฒนางานด้านอื่น ๆ ของสำนักงาน

(ข) การประเมินความเหมาะสมในการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่จะเลื่อน ได้แก่

๑) ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ต้องการ

๒) ประวัติการรับราชการ

๓) ความร่วมมือในกิจกรรมต่าง ๆ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

๔) ผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการย้อนหลังไม่น้อยกว่าสามปี

๕) ความประพฤติที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะแต่งตั้งเป็นหลัก

ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ ก.พ. กำหนดประกอบด้วย และให้คณะกรรมการประเมินบุคคลและผลงานประกาศหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้ทราบโดยทั่วกัน

(๔) เมื่อได้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกบุคคลและการประเมินผลงานแล้ว ให้คณะกรรมการคัดเลือกรายงานผลต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนการบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อไป

ในการประเมินผลงานของคณะกรรมการประเมินข้าราชการต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ยื่นขอรับการประเมิน

ผู้ที่ประเมินผลงานไม่ผ่านจะมีสิทธิได้รับการประเมินผลงานครั้งใหม่ทุกหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ยื่นขอรับการประเมินครั้งล่าสุด

การสั่งบรรจุแต่งตั้งให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นยื่นขอรับการประเมินและผ่านการประเมิน

การย้ายข้าราชการ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ข้าราชการที่ได้รับการย้ายต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่จะแต่งตั้งตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การย้ายข้าราชการจะต้องพิจารณาถึงความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ ความประพฤติ ผลงาน ประวัติการรับราชการ และศักยภาพในการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่จะได้รับการแต่งตั้ง โดยเฉพาะการย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ให้พิจารณาถึงคุณลักษณะอื่นที่จะต้องใช้ในการปฏิบัติงาน เช่น การเป็นผู้นำ เป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล กล้ารับผิดชอบ กล้าตัดสินใจ และกล้าเผชิญปัญหา มาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาด้วย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การย้ายข้าราชการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในประเภทตำแหน่งที่มีเงินประจำตำแหน่งหรือเงินค่าตอบแทนพิเศษ หรือสิทธิประโยชน์อย่างอื่นที่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิม จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ข้าราชการที่ได้รับการย้ายนอกจากต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ๒๖ แล้ว ต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

(๑) การย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จะต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเป็นไปตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง

(๒) การย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง จะต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๓) การย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น จะต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ มาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

(๔) การย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน หรือระดับชำนาญงานไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ จะต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน หรือระดับชำนาญงาน ในสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีและได้รับการคัดเลือกหรือขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการในชื่อตำแหน่งตามโครงสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ว่างในขณะนั้น โดยบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ต้องยังไม่ถูกยกเลิกแต่อย่างใด การดำเนินการไม่ต้องรอถึงลำดับที่ที่ผู้นั้นจะได้รับการบรรจุแต่ให้คำนึงถึงประโยชน์ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะได้รับ และผลการปฏิบัติหน้าที่ราชการของข้าราชการผู้นั้นประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การย้ายข้าราชการประเภทต่างกัน หรือประเภทเดียวกันแต่สายงานต่างกันสามารถกระทำได้ แต่ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ของตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในกรณีที่การย้ายข้าราชการไม่เป็นไปตามข้อ ๒๙ ให้นำเสนอคณะกรรมการข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (ก.ตง.) พิจารณาเป็นราย ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ บรรดาบทกฎหมาย ประกาศ และข้อบังคับอื่นที่มีบัญญัติไว้แล้วในประกาศนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การใดที่ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนการคัดเลือกข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยถูกต้องก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับให้เป็นอันใช้ได้และกรณีได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ยังไม่เสร็จ ก็ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวต่อไปจนกว่าจะเสร็จ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นนับตั้งแต่วันที่ครองตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ แต่สิทธิหรือประโยชน์อื่นใดที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการครองตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น หากมิใช่เรื่องการนับอายุการครองตำแหน่งให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

ข้าราชการที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าผลของการคัดเลือกเป็นการคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นตามประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ เพื่อมิให้กระทบสิทธิของข้าราชการแต่ละระดับที่มีคุณสมบัติครบถ้วนพร้อมที่จะได้รับการเข้าสู่ตำแหน่งเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นตามประกาศฉบับนี้ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินต้องเปิดให้มีการคัดเลือกและประเมินบุคคลและผลงานของข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภายใน ๖๐ วันนับแต่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ในระยะเริ่มต้นห้ามมิให้นำคุณสมบัติตามข้อ ๑๐ (๓) ข้อ ๑๑ (๓) ข้อ ๑๒ (๓) และข้อ ๑๓ (๓) มาใช้บังคับจนกว่าสถาบันพัฒนาข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะกำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการในแต่ละระดับรองรับเงื่อนไขการพิจารณาคุณสมบัติดังกล่าวแล้วเสร็จและเปิดให้มีการเข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งต้องประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไปว่าจะใช้บังคับเมื่อใดจึงจะมีผลเป็นคุณสมบัติในการพิจารณาคัดเลือกหรือประเมินผลต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส

ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

ใช้อำนาจหน้าที่แทนประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

ปวันวิทย์/ภวรรณตรี/จัดทำ

๑๔ กันยายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๙๓ ก/หน้า ๔๒/๑๓ กันยายน ๒๕๖๐

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่งของข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น และการย้ายข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5ba608065fc847e8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com