法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการได้มาและการพ้นจากตำแหน่ง ของผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงแรงงาน

ประกาศกระทรวงแรงงาน

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขการได้มาและการพ้นจากตำแหน่ง

ของผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย

อาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงาน[๑]

โดยที่พระราชบัญญัติความปลอดภัย

อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ กำหนดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย

อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย

อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานประกอบด้วย ผู้แทนภาครัฐ ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง

ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง และผู้ทรงคุณวุฒิ

ทั้งนี้ การได้มาของผู้แทนฝ่ายนายจ้าง

และผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนฝ่ายนายจ้าง

และผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทั้งหญิงและชาย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕

มาตรา ๒๔ วรรคสาม และมาตรา ๔๘ วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

“สมาคมนายจ้าง” หมายความว่า

สมาคมนายจ้างที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์

“รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

“สหภาพแรงงาน” หมายความว่า สหภาพแรงงานที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์และกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

การเสนอชื่อผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งและผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้อธิบดีแจ้งให้สมาคมนายจ้าง รัฐวิสาหกิจ

และสหภาพแรงงาน

เสนอชื่อผู้แทนของตนเพื่อสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการแต่ละคณะได้คณะละหนึ่งคน

ตามแบบและภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด

ทั้งนี้ อาจเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งภายในระยะเวลาดังกล่าวได้

การเสนอชื่อผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทั้งหญิงและชายด้วย

ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งต้องยื่นใบสมัคร

ตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งตามข้อ

๒ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นนายจ้างโดยเป็นกรรมการสมาคมนายจ้างผู้เสนอชื่อ ฝ่ายบริหารของรัฐวิสาหกิจ

กรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

สำหรับผู้ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากฝ่ายนายจ้าง

เป็นลูกจ้างโดยเป็นกรรมการสหภาพแรงงานผู้เสนอชื่อ

กรรมการลูกจ้าง กรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานหรือกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ

สำหรับผู้ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากฝ่ายลูกจ้าง

(๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๓) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต

หรือจิตฟั่นเฟือน

(๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ

หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕)

ไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย

อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔

(๖)

ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท ความผิดฐานหมิ่นประมาท

หรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิบดีดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการในแต่ละคณะแล้วแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งและผู้เสนอชื่อผู้แทนของตนทราบ

ในกรณีที่อธิบดีแจ้งว่าผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามให้ผู้เสนอชื่อผู้แทนดังกล่าว หรือผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง

มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อปลัดกระทรวงแรงงานภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

โดยปลัดกระทรวงแรงงานต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน

คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของปลัดกระทรวงแรงงานให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้อธิบดีแจ้งให้สมาคมนายจ้าง รัฐวิสาหกิจ

และสหภาพแรงงาน

แจ้งชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างหรือผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการแต่ละคณะได้คณะละหนึ่งคน

แล้วแต่กรณี ซึ่งต้องไม่ซ้ำกับผู้ที่สมาคมนายจ้าง รัฐวิสาหกิจ

และสหภาพแรงงานอื่นได้เสนอชื่อไว้ ตามแบบและระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ทั้งนี้

อาจเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้งที่ตนเสนอภายในระยะเวลาดังกล่าวได้

ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง

ต้องเป็นกรรมการสมาคมนายจ้าง ฝ่ายบริหารของรัฐวิสาหกิจหรือกรรมการสหภาพแรงงาน

แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่อธิบดีมีหนังสือแจ้งว่าผู้ลงคะแนนเลือกตั้งขาดคุณสมบัติตามวรรคสอง

สมาคมนายจ้างรัฐวิสาหกิจ

หรือสหภาพแรงงานนั้นมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อปลัดกระทรวงแรงงานภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

โดยปลัดกระทรวงแรงงานต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสิบวัน

คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของปลัดกระทรวงแรงงานให้เป็นที่สุด

การเตรียมการเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อดำเนินการตามข้อ ๔ และข้อ ๕ แล้ว

ให้อธิบดีประกาศรายชื่อและหมายเลขประจำตัวของผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง

รายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง วัน เวลาเปิดและปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง และสถานที่เลือกตั้ง

ณ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเฉพาะจังหวัดที่มีสมาคมนายจ้าง

รัฐวิสาหกิจ หรือสหภาพแรงงานตั้งอยู่ และสถานที่เลือกตั้ง

ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้อธิบดีเตรียมการเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำบัญชีรายชื่อ

หมายเลขประจำตัวของผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง

และบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

(๒)

จัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้ลงคะแนนเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้

(ก) บัตรเลือกตั้ง

(ข) หีบบัตรเลือกตั้ง

(ค) คูหาสำหรับเลือกตั้ง

(ง) เครื่องเขียน

(จ) กระดานกาคะแนน กระดาษ

หรืออุปกรณ์อย่างอื่นที่คล้ายคลึงกัน

เพื่อใช้ในการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด

การดำเนินการเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้อธิบดีแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างน้อยห้าคน

ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการสองคนมาจากข้าราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

และกรรมการอื่นจากผู้ลงคะแนนเลือกตั้งฝ่ายนายจ้างหรือฝ่ายลูกจ้าง แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑)

จัดระเบียบและควบคุมดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

(๒)

อำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

และไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในสถานที่ทำการเลือกตั้งในระหว่างการเลือกตั้ง

(๓)

ตรวจสอบหลักฐานการแสดงตนของผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง บันทึกชื่อ

และหมายเหตุลงในบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

(๔)

วินิจฉัยชี้ขาดการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง

(๕) วินิจฉัยบัตรดี

บัตรเสีย ตรวจนับ

และรวมคะแนนเลือกตั้งพร้อมทั้งทำรายงานผลการนับคะแนนและประกาศผลการนับคะแนน

(๖)

พิจารณาตัดสิทธิลงคะแนนของผู้ลงคะแนนเลือกตั้งที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๖

หรือข้อ ๑๗

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้อธิบดีแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คะแนนจากข้าราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เจ้าหน้าที่คะแนนมีหน้าที่ช่วยเหลือกรรมการการเลือกตั้งตามที่ได้รับมอบหมาย

การปฏิบัติหน้าที่ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การลงมติวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการการเลือกตั้งคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงมติ ถ้ามีคะแนนเท่ากัน

ให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อถึงเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง

ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งเปิดหีบบัตรเลือกตั้งในที่เปิดเผยแสดงให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

ซึ่งอยู่ ณ หน่วยเลือกตั้งนั้นเห็นว่าหีบบัตรเลือกตั้งเป็นหีบเปล่า

และให้บันทึกการดำเนินการดังกล่าวไว้ โดยให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสองคน

ซึ่งอยู่ ณ หน่วยเลือกตั้งในขณะนั้นลงลายมือชื่อในบันทึกด้วย

เว้นแต่ไม่มีผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง ณ สถานที่นั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง

ให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งไปแสดงตนต่อกรรมการการเลือกตั้งโดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน

บัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ

หรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้และมีหมายเลขประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร

ให้กรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบรายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

และจดหมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขของบัตรและชื่อหน่วยงานของรัฐที่ออกบัตร

ให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งลงลายมือชื่อ

หรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง

และให้กรรมการการเลือกตั้งมอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้นั้น เพื่อไปลงคะแนนเลือกตั้ง

ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งต้องมาใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยตนเอง

จะมอบให้ผู้อื่นมาใช้สิทธิแทนไม่ได้

ในกรณีที่สงสัยว่าผู้ลงคะแนนเลือกตั้งที่มาแสดงตนนั้นไม่ใช่ผู้ที่มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้วินิจฉัยว่าผู้นั้นมีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่

คำชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้เป็นที่สุด

โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องบันทึกคำวินิจฉัยและลงลายมือชื่อไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การลงคะแนนเลือกตั้ง

ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งให้ตรงกับหมายเลขประจำตัวของผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งที่ต้องการเลือก

และในกรณีที่ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้ง

ให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาทในช่อง ทำเครื่องหมาย “ไม่ลงคะแนน” ในบัตรเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งคนหนึ่งมีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งได้ตามจำนวนผู้แทนฝ่ายนายจ้างหรือผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการแต่ละคณะ

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เมื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้งได้รับบัตรเลือกตั้งแล้ว

ให้เข้าไปยังคูหาลงคะแนนที่ว่างคราวละหนึ่งคนเพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง

โดยให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในบัตรเลือกตั้ง

พับบัตรเลือกตั้งเพื่อมิให้ผู้อื่นทราบว่าลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้ใดหรือไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้ง

แล้วนำบัตรเลือกตั้งนั้นใส่ลงหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองต่อหน้ากรรมการการเลือกตั้งก่อนออกไปจากหน่วยเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งจะนำเอกสาร

หรือกระทำด้วยประการใด ๆ

ซึ่งเป็นการระบุรายชื่อหรือหมายเลขประจำตัวของผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งเข้าไป ณ

หน่วยเลือกตั้งไม่ได้ ทั้งนี้

ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม

การตรวจและรวมคะแนน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อปิดการลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว

ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งนับคะแนนเลือกตั้งโดยเปิดเผยจนแล้วเสร็จ

ห้ามมิให้เลื่อนหรือประวิงการนับคะแนนเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

บัตรเลือกตั้งต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย

(๑)

บัตรที่มิใช่บัตรที่อธิบดีจัดเตรียมให้ตามข้อ ๗ และคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้มอบให้ตามข้อ

๑๓

(๒)

บัตรที่มิได้ทำเครื่องหมายลงคะแนนเลือกตั้ง

(๓)

บัตรที่มีเครื่องหมายหรือข้อความอื่นใดนอกจากเครื่องหมายกากบาท

(๔)

บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนเลือกตั้งให้กับผู้ใด

(๕)

บัตรที่ทำเครื่องหมายเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมีได้ตามข้อ ๑๕ หรือข้อ ๒๗

แล้วแต่กรณี

(๖)

บัตรที่ได้ทำเครื่องหมายลงคะแนนเลือกตั้งแล้วทำเครื่องหมายในช่อง “ไม่ลงคะแนน” เลือกตั้งด้วย

(๗)

บัตรที่ทำเครื่องหมายนอกช่องทำเครื่องหมาย

บัตรดังกล่าวให้กรรมการการเลือกตั้งสลักหลังว่า

“เสีย” พร้อมทั้งระบุเหตุผลของการเป็นบัตรเสียและต้องมีกรรมการการเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสามคนลงลายมือชื่อกำกับไว้

ในการนับคะแนน

หากปรากฏว่ามีบัตรเสีย ให้แยกบัตรดังกล่าวออกไว้เป็นส่วนหนึ่ง

และห้ามไม่ให้นับบัตรนั้นเป็นคะแนนเลือกตั้ง ไม่ว่าเป็นกรณีใด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลของการนับคะแนนเลือกตั้ง

หน่วยเลือกตั้งนั้นและให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการแต่ละคณะ

โดยเรียงลำดับผู้ซึ่งได้รับคะแนนเลือกตั้งมากที่สุดตามลำดับจนถึงผู้ได้รับคะแนนเลือกตั้งน้อยที่สุดแล้วมอบให้อธิบดีโดยเร็ว

ในกรณีที่มีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันในลำดับใด

ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งจับสลากเพื่อเรียงลำดับในลำดับนั้น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อการนับคะแนนเสร็จสิ้น

ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเก็บบัตรเลือกตั้งที่ไม่ใช้ในการลงคะแนน

บัตรที่ใช้นับคะแนนเลือกตั้งใส่ซองปิดผนึก

แล้วลงลายมือชื่อกรรมการการเลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งกำกับไว้บนซอง

โดยแยกบัตรเลือกตั้งที่ไม่ใช้ในการลงคะแนนบัตรเลือกตั้งที่ใช้นับคะแนน

ซึ่งต้องแยกบัตรดี บัตรที่ผู้เลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาท ในช่อง “ไม่ลงคะแนน” และบัตรเสียไว้ให้ชัดเจน

และส่งมอบให้อธิบดีพร้อมกับหลักฐานการดำเนินการของคณะกรรมการเลือกตั้งในข้อ ๑๓

และบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้ง

เมื่อประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว

อธิบดีจะทำลายบัตรเลือกตั้งและเอกสารอื่นได้เมื่อพ้นระยะเวลาคัดค้านการเลือกตั้งแล้วไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

การคัดค้านผลการเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว

ถ้าสมาคมนายจ้างรัฐวิสาหกิจ หรือสหภาพแรงงาน ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเห็นว่า

การที่บุคคลใดได้รับการเลือกตั้งเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ให้มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านต่ออธิบดีภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง

เมื่ออธิบดีได้รับคำร้องคัดค้านแล้วให้ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยตามที่เห็นสมควรโดยไม่ชักช้าคำวินิจฉัยของอธิบดีให้เป็นที่สุด

วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้อธิบดีเสนอรายชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างที่มีคะแนนมากที่สุดตามลำดับจนครบจำนวนที่พึงมีในคณะกรรมการ

เพื่อให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้างและกรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการต่อไป

ให้ขึ้นบัญชีสำรองผู้ได้รับคะแนนเลือกตั้งในลำดับถัดไปตามลำดับทั้งหมดจากจำนวนที่กำหนดในกรรมการแต่ละคณะ

โดยมีผลใช้บังคับตามวาระการดำรงตำแหน่งของผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการแต่ละคณะ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการ

มีวาระการดำรงตำแหน่งสองปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง

ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

อาจได้รับการเลือกตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

มาตรา ข้อ ๒๔/๑

ข้อ ๒๔/๑[๒] ในกรณีที่ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้กรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน

จนกว่าจะได้แต่งตั้งกรรมการใหม่เข้ารับหน้าที่

ซึ่งจะต้องแต่งตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ในกรณีที่กรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้างหรือกรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

ให้อธิบดีเสนอชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้างหรือผู้แทนฝ่ายลูกจ้างจากบัญชีสำรองตามลำดับในข้อ

๒๓ เพื่อให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่าง

และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการ

พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) รัฐมนตรีให้ออก

เมื่อขาดประชุมสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร

(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๕) เป็นบุคคลวิกลจริต

หรือจิตฟั่นเฟือน

(๖) เป็นคนไร้ความสามารถ

หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๗)

ต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย

อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔

(๘)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือความผิดลหุโทษ

การเลือกตั้งเพิ่ม

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่มีการเลือกตั้งไม่ได้ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้างและกรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการครบจำนวนที่กำหนด

หรือในกรณีที่มีกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและไม่มีบัญชีสำรองตามข้อ ๒๓

เพื่อให้เสนอชื่อต่อรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ ให้อธิบดีดำเนินการเพื่อให้มีการเลือกตั้งกรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้างและกรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้างเพิ่มเติมให้ครบจำนวนที่กำหนดไว้

และให้นำความในหมวด ๑ ถึงหมวด ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ประกาศ ณ

วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

เผดิมชัย สะสมทรัพย์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขการได้มาและการพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย

อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (ฉบับที่ ๒)[๓]

ภีราพร/ผู้จัดทำ

๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

วิชพงษ์/ผู้ตรวจ

๑๕ มกราคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๑๑๑ ง/หน้า ๒๑/๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕

[๒] ข้อ ๒๔/๑

เพิ่มโดยประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขการได้มาและการพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย

อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (ฉบับที่ ๒)

[๓] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๒๔๒ ง/หน้า ๑๓/๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการได้มาและการพ้นจากตำแหน่ง ของผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5e084f13f5ac819b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com