法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการรับรององค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน พ.ศ. 2548

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการรับรององค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน

พ.ศ. ๒๕๔๘

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการรับรององค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน พ.ศ. ๒๕๔๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาการรับรององค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“คำขอ” หมายความว่า คำขอการรับรององค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรักษาการตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ องค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนที่ประสงค์จะให้คณะกรรมการรับรองการเป็นองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ตามมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีวัตถุประสงค์ และการดำเนินกิจการเกี่ยวข้องโดยตรงกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(๒) มีการดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองปี และมีผลการดำเนินงานเป็นที่ประจักษ์

(๓) ไม่มีวัตถุประสงค์ในทางการเมือง หรือมุ่งค้าหากำไรจากการดำเนินกิจการ

(๔) ไม่มีวัตถุประสงค์และการดำเนินการเพื่อผลประโยชน์เฉพาะสมาชิกของกลุ่มตนเอง

(๕) เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ องค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการแล้ว มีสิทธิและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) การรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณารวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(๒) การได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสารและวิชาการ

(๓) การได้รับการสนับสนุนในการเสริมสร้างศักยภาพองค์การ

(๔) การได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

(๕) การดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้มีคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาการรับรององค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ประกอบด้วยกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ จำนวนสามคน และผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเข้าใจ หรือประสบการณ์ด้านกฎหมาย ด้านสิทธิมนุษยชน และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นที่ประจักษ์ ด้านละไม่น้อยกว่าหนึ่งคน จำนวนสามถึงห้าคน เป็นอนุกรรมการ โดยมีเลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมาย เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ

การแต่งตั้ง การพ้นจากตำแหน่ง และระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของอนุกรรมการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ องค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนที่มีความประสงค์จะขอการรับรองเป็นองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑) สำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจหรือผู้กระทำการแทนองค์การ

(๒) หนังสือรับรองหรือหนังสือสำคัญแสดงการเป็นนิติบุคคล

(๓) สำเนาข้อบังคับหรือระเบียบขององค์การที่ระบุวัตถุประสงค์ และโครงสร้างขององค์การ

(๔) หลักฐานการจดทะเบียนกรรมการขององค์การ

(๕) รายงานผลการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองปี

คำขอให้ยื่นต่อเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อคณะอนุกรรมการได้รับคำขอแล้ว ให้พิจารณาคำขอพร้อมเสนอความเห็นต่อประธานกรรมการภายในหกสิบวัน

ในการพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ถ้าคณะอนุกรรมการเห็นว่ามีความจำเป็น อาจขอให้ผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนมาให้ถ้อยคำหรือชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารหลักฐาน หรือผลการดำเนินกิจการขององค์การก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อประธานกรรมการพิจารณาให้การรับรอง ให้เลขาธิการแจ้งองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนนั้นทราบ พร้อมปิดประกาศรับรองไว้ ณ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเผยแพร่ต่อสาธารณชน

ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่ให้การรับรอง ให้เลขาธิการแจ้งเรื่องพร้อมด้วยเหตุผลให้องค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนนั้นทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ หนังสือรับรององค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ให้มีอายุคราวละสามปี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ องค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรอง อาจถูกเพิกถอนการรับรองได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้

(๑) ความเป็นนิติบุคคลขององค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนนั้นสิ้นสุดลง

(๒) ไม่ดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ขององค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนนั้นเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี

(๓) กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อวัตถุประสงค์ขององค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนนั้น

(๔) กระทำการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อปรากฏเหตุตามข้อ ๑๒ ให้คณะอนุกรรมการเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเพิกถอนการรับรององค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนนั้น

ให้เลขาธิการแจ้งผลการเพิกถอนการรับรองต่อองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนนั้น และปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

เสน่ห์ จามริก

ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

คณิตา/ปรับปรุง

๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

วิชพงษ์/ตรวจ

๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๘ ง/หน้า ๑๓/๒๐ มกราคม ๒๕๔๙

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการรับรององค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน พ.ศ. 2548 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5e695045cd48530d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com