ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกา
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘
ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบาย ๑๑ ด้าน เพื่อการบริหารงานราชการแผ่นดินนั้น การที่นโยบายดังกล่าวจะประสบผลสำเร็จจำเป็นต้องมีกฎหมายเป็นเครื่องมือในการดำเนินการ อีกทั้งขณะนี้รัฐบาลได้มีการกำหนดแผนการตรากฎหมายทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว ทำให้รัฐบาลต้องมีการตรากฎหมายขึ้นเพื่อใช้บังคับอีกเป็นจำนวนมาก นโยบายและแผนการตรากฎหมายดังกล่าวนับได้ว่ามีโดยตรงต่อภารกิจและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการสรรหาและคัดเลือกเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ที่มีความรู้ความสามารถในงานด้านกฎหมายที่เพียงพอและรองรับต่อภารกิจที่เพิ่มขึ้นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ยังบัญญัติมิให้นำข้อกำหนดในเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาใช้บังคับกับผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการทำหน้าที่ตรวจพิจารณาหรือการยกร่างกฎหมาย จึงเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกาให้มีความชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓/๑ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะกรรมการตามมาตรา ๑๓/๑ ซึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการกฤษฎีกาแต่ละคณะตามมาตรา ๑๕ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกและการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควรเป็นกรรมการกฤษฎีกาไว้ ดังต่อไปนี้