法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 14/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สกส. 14 /2559

เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสํารองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

อื่นๆ - 1.เหตุผลในการออกประกาศ

การให้สินเชื่อเป็นธุรกรรมหลักของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ การมีหลักเกณฑ์การจัดชั้นจึงเป็นเรื่องจําเป็นที่จะใช้เป็นเครื่องมือชี้มูลค่าที่สะท้อนถึงฐานะที่แท้จริงของลูกหนี้ นอกจากนี้ เครื่องมือสําคัญที่สร้างความมั่นคง คือการกันเงินสํารองอย่างเพียงพอและสามารถรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือครองอยู่ โดยเฉพาะเงินให้สินเชื่อซึ่งถือว่าเป็นสินทรัพย์หลักของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกําหนดหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสํารองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยมีสาระสําคัญคือ การให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจกําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดชั้นสินทรัพย์ การกันเงินสํารอง และการตัดจําหน่ายสินทรัพย์ที่เสียหายหรืออาจเสียหายออกจากบัญชี ไว้อย่างชัดเจนป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจกันเงินสํารองสําหรับผลต่างของยอดหนี้คงค้างกับมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากลูกหนี้หรือผลต่างของยอดหนี้คงค้างกับมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากการจําหน่ายหลักประกัน

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการรองรับการประกาศใช้พระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจพ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2559 และเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดย่อม ซึ่งได้กําหนดให้ลูกหนี้สามารถนําทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมาใช้เป็นประกันการชําระหนี้โดยผู้ให้หลักประกันไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันแก่ผู้รับหลักประกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้จัดทําหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสํารองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยให้ครอบคลุมถึงหลักประกันประเภทกิจการที่มีมูลคําไม่เกิน 50 ล้านบาทและสิทธิเรียกร้องที่ไม่มีตราสารที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถนํามาหักลดมูลหนี้ก่อนการกันเงินสํารองได้

อื่นๆ - 2.อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 60 และมาตรา 61 ประกอบมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกหลักกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสํารองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้

อื่นๆ - 3.ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมและบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

อื่นๆ - 4.เนื้อหา

4.1 คําจํากัดความ

ในประกาศฉบับนี้

"สถาบันการเงินเฉพาะกิจ" หมายความว่า สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

"สินทรัพย์ที่เสียหาย" หมายความว่า สินทรัพย์จัดชั้นสูญ

"สินทรัพย์ที่อาจเสียหาย" หมายความว่า

(ก) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ

(ข) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย

(ค) สินทรัพย์จัดชั้นต่ํากว่ามาตรฐาน

(ง) สินทรัพย์จัดขั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษ

(จ) สินทรัพย์จัดชั้นปกติ

"เงินสํารอง" หมายความว่า เงินสํารองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญคําเผื่อการลดราคา ค่าเผื่อการด้อยค่า ค่าเผื่อการปรับมูลค่า สําหรับสินทรัพย์ที่อาจเสียหาย รวมถึงสินทรัพย์และภาระผูกพันอื่นที่ไม่เสียหาย ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องกันเงินสํารองสําหรับสินทรัพย์จัดชั้นแต่ละประเภทตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้

4.2 หลักเกณฑ์

ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดชั้นสินทรัพย์และการกันเงินสํารอง ดังนี้

4.2.1 การกําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติ

สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องกําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดชั้นสินทรัพย์ การกันเงินสํารอง และการตัดจําหน่ายสินทรัพย์ที่เสียหายหรืออาจเสียหายออกจากบัญชีไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ทั้งนี้ นโยบายและวิธีปฏิบัติดังกล่าวต้องครอบคลุมถึงเรื่องดังต่อไปนี้

(1) การกําหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่เกี่ยวข้อง

(2) การพิจารณาปัจจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพในการจัดชั้นสินทรัพย์

(3) การกําหนดสมมติฐานและวิธีการคํานวณการกันเงินสํารอง

(4) การตัดจําหน่ายหนี้สูญและหนี้สูญได้รับคืน

(5) ระบบการควบคุมภายในและแนวทางการบันทึกบัญชี

(6) การตรวจสอบความถูกต้องในการจัดชั้นสินทรัพย์ การกันเงินสํารอง และการตัดจําหน่ายหนี้สูญ รวมถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลหลักฐานที่นํามาใช้ประกอบ

4.2.2 การจัดชั้นสินทรัพย์

สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องจัดชั้นสินทรัพย์ตามลักษณะสินทรัพย์ดังต่อไปนี้เป็นรายบัญชี อย่างไรก็ดี สําหรับการจัดชั้นเงินให้สินเชื่อประเภทลูกหนี้ธุรกิจ สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องคํานึงถึงความเกี่ยวเนื่องของกระแสเงินสดรับของแต่ละบัญชีด้วย ซึ่งหากกระแสเงินสดของลูกหนี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้มีความเกี่ยวเนื่องกัน ก็อาจต้องจัดชั้นไว้ด้วยกัน

ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดชั้นสินทรัพย์ได้หากพิจารณาเห็นสมควร

(1) สินทรัพย์จัดชั้นสูญ หมายถึง สินทรัพย์ที่เข้าลักษณะตามข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

(1.1) สิทธิเรียกร้องซึ่งได้ดําเนินการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชําระหนี้แต่ไม่มีทางที่จะได้รับชําระหนี้แล้ว โดยให้พิจารณาตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1.1.1) ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญไป และไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชําระหนี้ได้

(1.1.2) ลูกหนี้เลิกกิจการ และมีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้อยู่ในลําดับก่อนเป็นจํานวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้

(1.1.3) สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ฟ้องลูกหนี้หรือได้ยื่นคําขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง และในกรณีนั้นได้มีคําบังคับหรือคําสั่งของศาลแล้วแต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชําระหนี้ได้

(1.1.4) สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคําขอรับชําระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย และในกรณีนั้นได้มีการประนอมหนี้กับลูกหนี้ โดยศาลมีคําสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้น หรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลมละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกแล้ว

(1.2) สิทธิเรียกร้องซึ่งตามพฤติการณ์ไม่อาจเรียกให้ชําระหนี้ได้

(1.3) สินทรัพย์อื่นซี่งชํารุด เสียหาย หรือหมดราคา

(1.4) ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

(2) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ หมายถึง สินทรัพย์ที่เข้าลักษณะตามข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(2.1) ลูกหนี้ที่ค้างชําระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 12 เดือนนับแต่วันถึงกําหนดชําระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา หรือวันที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจทวงถามหรือเรียกให้ชําระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญแล้วสําหรับกรณีลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีให้จัดชั้นตาม (2.2)

(2.2) ลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีที่ไม่มีวงเงิน หรือถูกยกเลิกวงเงิน หรือมีวงเงินตามสัญญาแต่ยอดหนี้เกินวงเงิน หรือครบกําหนดสัญญาแล้ว และไม่มีเม็ดเงินนําเข้าบัญชีเพื่อชําระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 12 เดือนนับแต่วันที่ถูกยกเลิกวงเงิน หรือวันที่ยอดหนี้เกินวงเงินหรือวันที่ครบกําหนดสัญญา แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

(2.3) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชําระหนี้ หรือซื้อจากการขายทอดตลาด เฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคาไว้ไม่เกิน 12 เดือนหักด้วยประมาณการคําใช้จ่ายในการขาย แต่หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ทําการประเมินราคาหรือตีราคาไว้เกินกว่า 12 เดือน ให้นํามูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคามาใช้ได้เพียงร้อยละ 50

ทั้งนี้ การประเมินราคาหรือตีราคาอสังหาริมทรัพย์ให้ถือปฏิบัติตามแนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการชําระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

(2.4) สินทรัพย์อื่นเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่ายุติธรรม หรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องกําหนดมูลค่ายุติธรรมหรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนตามข้อกําหนดที่ระบุไว้ในมาตรฐานการบัญชี

(2.5) สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจํานวน

(2.6) ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

(2.7) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจํานวนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

(3) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย หมายถึง สินทรัพย์ที่เข้าลักษณะตามข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

(3.1) ลูกหนี้ที่ค้างชําระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 6 เดือนนับแต่วันถึงกําหนดชําระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา หรือวันที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจทวงถามหรือเรียกให้ชําระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญหรือสงสัยจะสูญแล้ว สําหรับกรณีลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีให้จัดชั้นตาม (3.2)

(3.2) ลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีที่ไม่มีวงเงิน หรือถูกยกเลิกวงเงิน หรือมีวงเงินตามสัญญาแต่ยอดหนี้เกินวงเงิน หรือครบกําหนดสัญญาแล้ว และไม่มีเม็ดเงินนําเข้าบัญชีเพื่อชําระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 6 เดือนนับแต่วันที่ถูกยกเลิกวงเงิน หรือวันที่ยอดหนี้เกินวงเงิน หรือวันที่ครบกําหนดสัญญา แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

(3.3) ลูกหนี้ที่ศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว

(3.4) ลูกหนี้ที่หยุดดําเนินกิจการหรือเลิกกิจการ หรือกิจการของลูกหนี้อยู่ระหว่างชําระบัญชี

(3.5) ลูกหนี้ที่ประวิงการชําระหนี้ หรือกระทําการใด ๆ เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชําระหนี้ เช่น ออกไปนอกราชอาณาจักร หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

(3.6) ลูกหนี้ที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจติดต่อไม่ได้ หรือตามตัวลูกหนี้ไม่พบ หรือลูกหนี้ออกไปจากภูมิลําเนาที่ปรากฏตามสัญญาโดยไม่แจ้งให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจทราบ

(3.7) ลูกหนี้ที่ไม่ปรากฏธุรกิจแน่ชัด หรือไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจังหรือนําเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

(3.8) สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ยื่นคําขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง

(3.9) สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกให้ชําระคืนได้ไม่ครบถ้วน

(3.10) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นคาดว่าจะเรียกคืนได้ไม่ครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

(4) สินทรัพย์จัดชั้นต่ํากว่ามาตรฐาน หมายถึง สินทรัพย์ที่เข้าลักษณะตามข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(4.1) ลูกหนี้ที่ค้างชําระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 3 เดือนนับแต่วันถึงกําหนดชําระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา หรือวันที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจทวงถามหรือเรียกให้ชําระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ หรือสงสัยแล้ว สําหรับกรณีลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญซีให้จัดชั้นตาม (4.2)

(4.2) ลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีที่ไม่มีวงเงิน หรือถูกยกเลิกวงเงิน หรือมีวงเงินตามสัญญาแต่ยอดหนี้เกินวงเงิน หรือครบกําหนดสัญญาแล้ว และไม่มีเม็ดเงินนําเข้าบัญชีเพื่อชําระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 3 เดือน นับแต่วันที่ถูกยกเลิกวงเงิน หรือวันที่ยอดหนี้เกินวงเงิน หรือวันที่ครบกําหนดสัญญา แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

(4.3) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นมีปัญหาในการเรียกให้ชําระคืน หรือไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามปกติตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

(5) สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษ หมายถึง สินทรัพย์ที่เข้าลักษณะตามข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(5.1) ลูกหนี้ที่ค้างชําระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 1 เดือนนับแต่วันถึงกําหนดชําระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา หรือวันที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจทวงถามหรือเรียกให้ชําระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย หรือต่ํากว่ามาตรฐานแล้ว สําหรับกรณีลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีให้จัดชั้นตาม (5.2)

(5.2) ลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญขีที่ไม่มีวงเงิน หรือถูกยกเลิกวงเงิน หรือมีวงเงินตามสัญญาแต่ยอดหนี้เกินวงเงิน หรือครบกําหนดสัญญาแล้ว และไม่มีเม็ดเงินนําเข้าบัญชีเพื่อชําระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 1 เดือนนับแต่วันที่ถูกยกเลิกวงเงิน หรือวันที่ยอดหนี้เกินวงเงิน หรือวันที่ครบกําหนดสัญญา แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

(6) สินทรัพย์จัดชั้นปกติ หมายถึง สินทรัพย์ที่เข้าลักษณะตามข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

(6.1) ลูกหนี้ที่ไม่ผิดนัดชําระ สําหรับกรณีลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีให้จัดชั้นตาม (6.2)

(6.2) ลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีที่ยังใช้ไม่เต็มวงเงิน และยังไม่ถูกยกเลิกวงเงินหรือสัญญายังไม่ครบกําหนด หรือลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีที่ค้างชําระดอกเบี้ยไม่เกิน 1 เดือน

(6.3) ลูกหนี้อื่นที่ไม่เข้าข่ายเป็นลูกหนี้จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย ต่ํากว่ามาตรฐาน หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ (หรือควรระวังเป็นพิเศษ)

(6.4) ลูกหนี้ที่มีหนังสือยืนยันการตรวจรับงานจากหน่วยราชการตามระเบียบของหน่วยราชการนั้นที่มีระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันตรวจรับงาน เงินให้สินเชื่อส่วนที่มีหนังสือยืนยันนั้นให้ถือเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ

4.2.3 การจัดชั้นกรณีปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) ตัดส่วนสูญเสียออกจากบัญชีหรือกันเงินสํารอง ดังต่อไปนี้

(1.1) ในกรณีที่สถบันการเงินเฉพาะกิจยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชําระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือรับชําระหนี้โดยการรับโอนสินทรัพย์ ตราสารการเงิน หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้ป็นทุน ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจตัดจําหน่ายบัญชีลูกหนี้และบันทึกส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมกับโอนกลับรายการเงินสํารองส่วนเกินที่กันไว้เฉพาะสําหรับลูกหนี้รายนั้นทั้งจํานวนได้

(1.2) ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจยินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในการชําระหนี้ให้แก่ลูกหนี้โดยไม่มีการลดต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชําระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ซึ่งมีผลทําให้มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของหนี้ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ได้คํานวณตามวิธีการที่กําหนดไว้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินฉพาะกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ต่ํากว่าราคาตามบัญชีเดิมรวมดอกเบี้ยค้างรับที่บันทีกในบัญชีของลูกหนี้ก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจบันทึกเงินสํารองสําหรับส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นดังกล่าวทั้งจํานวนทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพะกิจสามารถโอนกลับรายการเงินสํารองที่กันไว้แล้วเดิมก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สําหรับลูกหนี้รายนั้นได้เฉพาะจํานวนที่กันไว้แล้วสูงกว่าจํานวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันและหากเงินสํารองที่กันไว้แล้วต่ํากว่าจํานวนส่วนสูญเสียที่ต้องกัน ก็ให้กันเงินสํารองเพิ่มขึ้นให้ครบจํานวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันดังกล่าว

(1.3) ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชําระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือรับชําระหนี้บางส่วนโดยการรับโอนสินทรัพย์ตราสารการเงิน หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน และผ่อนปรนเงื่อนไขในการชําระหนี้ในส่วนที่เหลือให้แก่ลูกหนี้ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปฏิบัติตาม (1.1) สําหรับกรณีการลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยหรือการรับชําระหนี้ดังกล่าว และปฏิบัติตาม (1.2) ในส่วนการผ่อนปรนเงื่อนไขในการชําระหนี้

(2) ในระหว่างติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ซึ่งลูกหนี้ต้องชําระเงินตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือนหรือ 3 งวดการชําระเงิน แล้วแต่ระยะเวลาใดจะนานกว่า ให้ดําเนินการดังนี้

(2.1) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสงสัยจะสูญหรือสงสัย ให้จัดชั้นเป็นต่ํากว่ามาตรฐาน

(2.2) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นต่ํากว่ามาตรฐานหรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ (หรือควรระวังเป็นพิเศษ) ให้คงจัดชั้นเช่นเดิม

ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องกันเงินสํารองสําหรับลูกหนี้ตามสถานะการจัดชั้นหลังการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หากเงินสํารองตาม (2) นี้มีจํานวนสูงกว่าเงินสํารองสําหรับส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตาม (1.1) (1.2) และ (1.3)

เมื่อลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้โดยชําระเงินตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน หรือ 3 งวดการชําระเงินแล้วให้ถือเป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ กรณีสินเชื่อเกษตรกรที่มีการจ่ายชําระเงินตามฤดูกาลผลิตที่มีระยะเวลายาวกว่าสินเชื่อปกติ ให้ SFLs หารือแนวทางการจัดชั้นของกลุ่มลูกหนี้ดังกล่าวกับ ธปท. ต่อไป

ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการชําระหนี้ใหม่ ให้นับระยะเวลาการค้างชําระรวมกับระยะเวลาการค้างชําระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แล้วพิจารณาจัดชั้นตามหลักเกณฑ์การจัดชั้นเพื่อการกันเงินสํารองตามเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ต่อไป

(3) สําหรับลูกหนี้ที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด และเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจจัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันที โดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

(3.1) ลูกหนี้ที่สามารถชําระดอกเบี้ยได้ไม่ต่ํากว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด (Market interest rate) โดยไม่มีช่วงปลอดการชําระดอกเบี้ย แต่อาจมีช่วงปลอดการชําระเงินต้นได้

(3.2) ลูกหนี้ที่มีส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 20 ของยอดหนี้ตามบัญชีก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งได้มีการตัดออกจากบัญชีแล้ว หรือได้มีการกันเงินสํารองในอัตราดังกล่าวครบถ้วนแล้ว โดยหนี้ส่วนที่เหลือได้มีการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้ ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล และมีหลักฐานประกอบจนเชื่อได้แน่นอนว่า ลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้

(3.3) ลูกหนี้ในลักษณะ Loan syndication หรือมีเจ้าหนี้หลายรายซึ่งบรรดาเจ้าหนี้ได้ตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้รวมกันได้ และสามารถแสดงหลักฐานการวิเคราะห์ฐานและกิจการของลูกหนี้ ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล และมีความเป็นไปได้แน่นอนที่ลูกหนี้จะปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้

(3.4) กรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ฟ้องร้องลูกหนี้และต่อมาได้มีการตกลงทําสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้มีคําพิพากษาตามยอมแล้ว และกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ฟ้องร้องลูกหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายและศาลได้มีคําสั่งเห็นชอบตามคําขอประนอมหนี้หรือแผนฟื้นฟูกิจการลูกหนี้แล้ว

(4) ในกรณีที่เห็นว่ามีข้อผิดสังเกตในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้มีการแก้ไข หรือให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจหาผู้เชี่ยวชาญอิสระมาประเมินหรือทบทวนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือสั่งการให้เปลี่ยนแปลงการจัดชั้นและการกันเงินสํารองสําหรับลูกหนี้ในแต่ละรายได้

4.2.4 การกันเงินสํารองและการตัดจําหน่ายสินทรัพย์ที่เสียหายหรืออาจเสียหาย

สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องตัดจําหน่ายสินทรัพย์และกันเงินสํารองตามลักษณะการจัดชั้นสินทรัพย์ ดังต่อไปนี้

(1) สินทรัพย์จัดชั้นสูญ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจตัดออกจากบัญชีทั้ง

(2) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ จัดชั้นสงสัย หรือจัดชั้นต่ํากว่ามาตรฐาน

(2.1) ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจกันเงินสํารองในอัตราร้อยละ 100 สําหรับส่วนต่างระหว่างยอดหนี้คงค้างตามบัญชีกับมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากลูกหนี้ หรือมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากการจําหน่ายหลักประกัน โดยใช้วิธีการคํานวณมูลคําปัจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากลูกหนี้ หรือมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากการจําหน่ายหลักประกันตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในเอกสารแนบ 1

สําหรับหลักประกันประเภทอื่นนอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์สิทธิการเช่า เครื่องจักร และยานพาหนะ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถนํามูลค่าของหลักประกันตามตารางสรุปประเภทของหลักประกันและมูลค่าของหลักประกันที่สามารถนํามาหักออกจาราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสํารองตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดได้ โดยมิต้องคํานวณมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากการจําหน่ายหลักประกันดังกล่าว

(2.2) กรณีสินเชื่อรายย่อยที่สามารถจัดกลุ่มสินเชื่อที่มีลักษณะความเสี่ยงด้านเครติตคล้ายคลึงกันได้อย่างเหมาะสม สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถเลือกกันเงินจํานวนสําร้องจามข้อ (2.1) หรือกันเงินสํารองแบบกลุ่มสินเชื่อ (Collective approach) โดยใช้วิธีผลขาดทุนจากประสบการณ์ในอดีตตามธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในเอกสารแนบ 2

ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าสมมติฐานและปัจจัยที่ใช้พิจารณาในการคํานวณกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากลูกหนี้ หรือมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากการจําหน่ายหลักประกัน หรือผลขาดทุนจากประสบการณ์ในอดีตสําหรับการกันเงินสํารองแบบกลุ่มสินเชื่อที่มีลักษณะความเสี่ยงด้านเครดิตคล้ายคลึงกันไม่เหมาะสม ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้นกันเงินสํารองเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนวิธีการคํานวณเงินกันสํารองได้

(3) สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (หรือควรระวังเป็นพิเศษ) หรือจัดชั้นปกติ

(3.1) ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจกันเงินสํารองโดยใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับเป็นฐานในการคํานวณจากอัตราดังต่อไปนี้

(3.1.1) ร้อยละ 2 ของสินทรัพย์จัดขั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (หรือควรระวังเป็นพิเศษ)

(3.1.2) ร้อยละ 1 ของสินทรัพย์จัดขั้นปกติ

(3.2) กรณีสินเชื่อที่สามารถจัดกลุ่มสินเชื่อที่มีลักษณะความเสี่ยงด้านเครดิตคล้ายคลึงกันได้อย่างเหมาะสม สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถเลือกกันเงินสํารองตามข้อ (3.1) หรือกันเงินสํารองแบบกลุ่มสินเชื่อ (Collective approach) โดยใช้วิธีผลขาดทุนจากประสบการณ์ในอดีตตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในเอกสารแนบ 2

ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีระบบฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการคํานวณการกันเงินสํารองแบบกลุ่มสินเชื่อตามข้อ (3.2) ไม่เพียงพอ เช่น น้อยกว่า 5 ปี เป็นต้นให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจกันเงินสํารองตามที่คํานวณได้ในข้อ (3.2) หรือ (3.1) แล้วแต่จํานวนใดจะมากกว่า

4.2.5 การกันเงินสํารองสําหรับรายการภาระผูกพัน (รายการนอกงบดุล)

(1) รายการนอกงบดุลที่ต้องกันเงินสํารองสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องกันเงินสํารองสําหรับภาระผูกพันที่เป็นรายการนอกงบดุลที่เข้าเงื่อนไขทุกข้อ ดังต่อไปนี้

(1.1) ภาระผูกพันที่เป็นรายการนอกงบดุลของลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสินทรัพย์จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย และต่ํากว่ามาตรฐาน ตามข้อ 4.2.2 หากภาระผูกพันมีกระแสเงินสดรับที่เกี่ยวเนื่องกับลูกหนี้

(1.2) ภาระผูกพันที่เป็นรายการนอกงบดุลที่พึงรับรู้ประมาณการหนี้สินในงบแสดงฐานะการเงิน ตามที่กําหนดในมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 37 เรื่อง ประมาณการหนี้สินหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเข้าเงื่อนไขทุกข้อ ดังต่อไปนี้

(1.2.1) มีภาระผูกพันในปัจจุบันซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ในอดีตไม่ว่าภาระผูกพันนั้นจะเป็นภาระผูกพันตามกฎหมายหรือภาระผูกพันจากการอนุมาน

(1.2.2) มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจต่อกิจการเพื่อจ่ายชําระภาระผูกพันดังกล่าว และ

(1.2.3) สามารถประมาณมูลคําภาระผูกพันได้อย่างน่าเชื่อถือ

(1.3) ภาระผูกพันที่เป็นรายการนอกงบดุลที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตในระดับสูง เช่น การค้ําประกันการกู้ยืม การอาวัล หรือภาระผูกพันที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจไม่สามารถยกเลิกได้ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ในการคํานวณเงินกองทุนที่ต้องดํารงเท่ากับ 1 ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

(2) อัตราส่วนในการกันเงินสํารอง

สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องกันเงินสํารองสําหรับภาระผูกพันที่เป็นรายการนอกงบดุลที่เข้าเงื่อนไขตามข้อ (1) ในอัตราเดียวกันกับอัตราการกันเงินสํารองของลูกหนี้รายเดียวกันที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน

ในกรณีที่ลูกหนี้รายดังกล่าวมีหนี้หลายประเภทและหนี้แต่ละประเภทมีอัตราการกันเงินสํารองแตกต่างกัน ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจกันเงินสํารองสําหรับภาระผูกพันที่เป็นรายการนอกงบดุลโดยใช้อัตราเดียวกันกับการกันเงินสํารองสูงสุดของลูกหนี้รายนั้น เว้นแต่สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถแบ่งแยกที่มาของการชําระเงินของรายการภาระผูกพันนั้นได้ว่าเกี่ยวข้องกับหนี้บัญชีใดของลูกหนี้ ก็ให้สามารถกันเงินสํารองสําหรับภาระผูกพันในอัตราเดียวกันกับอัตราการกันเงินสํารองของหนี้บัญชีนั้นได้ และให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจจัดเก็บหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกันเงินสํารองดังกล่าวไว้ที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจเองเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้

4.2.6 การกันเงินสํารองสําหรับลูกหนี้ให้เช่าซื้อ และลูกหนี้ให้เช่าแบบลีสซิ่ง

สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องคํานวณเงินสํารองจากยอดลูกหนี้ตามจํานวนเงินให้เช่าซื้อ หรือให้เช่าแบบลีสซิ่งคงค้างซึ่งเป็นยอดสุทธิที่หักยอดคงเหลือจากดอกผลเช่าซื้อรอการตัดบัญชีหรือรายได้ทางการเงินรอการรับรู้ออกแล้ว

ทั้งนี้ สําหรับการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่ง ในกรณียานพาหนะและเครื่องจักร สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถนํามูลค่าของยานพาหนะและเครื่องจักรตามที่กําหนดในข้อ 4.2.8 มาหักออกจากยอดลูกหนี้ตามวรรคหนึ่งก่อนการกันเงินสํารองได้

4.2.7 การกันเงินสํารองสําหรับลูกหนี้ที่มีสัญญาจะซื้อจะขาย

ในการคํานวณเงินกันสํารองสําหรับลูกหนี้ที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีสัญญาจะซื้อจะขายให้กับบุคคลภายนอก สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องคํานวณการกันสํารองโดยให้นํามูลค่าตามราคาซื้อขายมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสํารองโดยมีเงื่อนไข ดังนี้

(1) ต้องมีหนังสือค้ําประกันการซื้อจากสถาบันการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือผู้ซื้อได้มีการวางเงินเป็นประกันไม่ต่ํากว่าร้อยละ 20 ของราคาซื้อขาย

(2) ต้องดําเนินการซื้อขายให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับจากวันทําสัญญาจะซื้อจะขาย

4.2.8 การนํามูลค่าหลักประกันไปใช้ในการกันเงินสํารอง

ในการกันเงินสํารองสําหรับสินทรัพย์จัดชั้นทุกประเภท เว้นแต่สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ 4.2.2 (2.3) (2.4) และ (2.6) ให้นํามูลค่าของหลักประกันซึ่งได้ประเมินราคาตามแนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการชําระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสํารอง โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถเลือกที่จะนําหลักประกันมาหักออกจากบัญชีใดของลูกหนี้ก่อนก็ได้ ทั้งนี้ สําหรับหลักประกันยานพาหนะประเภทเรือที่สามารถนํามูลค่าไปใช้ในการกันเงินสํารองนั้นต้องมีใบอนุญาตการใช้เรือที่ออกโดยกรมเจ้าท่า และมีการตรวจสภาพเรือที่เป็นปัจจุบันและสม่ําเสมอ

อนึ่ง มูลค่าของหลักประกันที่นํามาหักได้จะต้องไม่สูงเกินกว่าวงเงินที่ระบุในสัญญาจํานํา สัญญาจํานอง สัญญาค้ําประกัน สัญญาหลักประกันทางธุรกิจ หรือสัญญาหลักประกันอื่นแล้วแต่กรณี และประเภทหลักประกัน มูลค่าที่จะนํามาหักได้ รวมทั้งความถี่ในการประเมินราคาหลักประกันแต่ละประเภทให้เป็นไปตามตารางสรุปประเภทของหลักประกัน และมูลค่าของหลักประกันที่สามารถนํามาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสํารองตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในเอกสารแนบ 3

อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินเฉพะกิจใดไม่ประสงค์จะนํามูลค่าของหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสํารอง ก็สามารถกระทําได้

4.2.9 การนําส่งเงินเป็นรายได้ของแผ่นดินและจ่ายเงินปันผล

ในระหว่างเวลาที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจยังไม่ได้ตัดสินทรัพย์ที่เสียหายออกจากบัญชี หรือยังกันเงินสํารองสําหรับสินทรัพย์และภาระผูกพันที่อาจเสียหายและไม่เสียหายไม่ครบทั้งจํานวน ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนําจํานวนที่ยังกันไม่ครบหักออกจากกําไรก่อนนําส่งเงินเป็นรายได้ของแผ่นดิน จ่ายเงินปันผล หรือเงินตอบแทนอื่นใดแก่ผู้ถือหุ้น

4.2.10 การกันเงินสํารองที่เข้มงวดกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีความประสงค์จะจัดชั้นสินทรัพย์และกันเงินสํารองโดยใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดกว่าเกณฑ์ตามประกาศฉบับนี้ ให้สถบันการเงินเฉพาะกิจสามารถกระทําได้

ทั้งนี้ ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีความประสงค์จะตัดลูกหนี้ออกจากบัญชีเนื่องจากเห็นว่าไม่สามารถที่จะเรียกชําระหนี้คืนได้ เช่น ได้ดําเนินคดีทางกฎหมายแล้ว ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินที่จะชําระหนี้ได้ หรือไม่มีบุคคลค้ําประกัน หรือหลักประกันไม่มีค่าแล้ว สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถดําเนินการได้ รวมถึงกรณีการตัดลูกหนี้ออกจากบัญชี สามารถตัดบัญชีใดบัญชีหนึ่งออกก็ได้และเพื่อประโยชน์ในการควบคุมและเพื่อป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สถาบันการเงินเฉพาะกิจควรดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) กําหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ หรือแนวปฏิบัติในการตัดลูกหนี้ออกจากบัญชีและการควบคุมภายในให้ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้

(2) การตัดลูกหนี้ออกจากบัญชีจะต้องไม่เป็นการเอื้อประโยชน์แก่กรรมการผู้บริหารระดับสูง ผู้ถือหุ้นของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือกิจการที่บุคคลดังกล่าวมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง

4.2.11 การสอบทานเงินให้สินเชื่อและภาระผูกพัน

สถบันการเงินเฉพาะกิจต้องทําการสอบทานและจัดทํารายงานการสอบทานเงินให้สินเชื่อ เงินให้กู้ยืม ภาระผูกพัน และธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อตามแนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการสอบทนธุรกรรมด้านสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

4.2.12 การจัดชั้นและการกันเงินสํารองสําหรับลูกหนี้เงินให้สินเชื่อตามธุรกรรมนโยบายรัฐ

ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจจัดชั้นและกันเงินสํารองสําหรับลูกหนี้เงินให้สินเชื่อตามธุรกรรมนโยบายรัฐตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA)

อื่นๆ - 5.วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2559

(นายวิรไท สันติประภพ)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 14/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_5ff235e2d216f6d4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com