法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมทะเบียนการค้า

ประกาศกรมทะเบียนการค้า

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน

พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓

อธิบดีกรมทะเบียนการค้าออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมทะเบียนการค้า

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ บรรดาประกาศ คำสั่ง ระเบียบ

หรือข้อบังคับอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในประกาศนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ให้ใช้ประกาศนี้แทน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การยื่นงบการเงินต่อสำนักงานกลางบัญชี

(กรมทะเบียนการค้า) หรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่ (สำนักงานทะเบียนการค้าจังหวัด)

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑)

งบการเงินของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด

ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยและกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร

ต้องมีรายการย่อตามที่กำหนดไว้ในประกาศกรมทะเบียนการค้า

ออกตามความในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓

และในกรณีของบริษัทมหาชนจำกัดต้องมีรายการและความหมายของรายการตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ ด้วย

ในกรณีที่ได้มีกฎหมายเฉพาะกำหนดรายการย่อ

หรือรายการและความหมายของรายการเพิ่มเติมนอกเหนือจากรายการย่อ

หรือรายการและความหมายของรายการที่กำหนดไว้ในประกาศกรมทะเบียนการค้า

หรือกฎกระทรวงดังกล่าวข้างต้น แล้วแต่กรณี ให้ใช้รายการย่อหรือรายการและความหมายของรายการตามที่กำหนดในกฎหมายเฉพาะนั้น

(๒)

ให้ระบุข้อความไว้ในงบการเงินในหน้างบดุลด้วยว่าข้อมูลในงบการเงินที่จัดส่งได้จัดทำขึ้นอย่างถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการบัญชี

และให้ผู้มีอำนาจทำการแทนกิจการคือ หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน

กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

ผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากรหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ

แล้วแต่กรณี และผู้ทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีดังกล่าว ลงลายมือชื่อรับรองและประทับตรา

(ถ้ามี)

ทั้งนี้

สำหรับในงบการเงินหน้าอื่น ๆ ให้ผู้มีอำนาจทำการแทนกิจการดังกล่าว

ลงลายมือชื่อรับรองและประทับตรา (ถ้ามี) ไว้ในงบการเงินทุกหน้า

ถ้าเป็นงบการเงินของบริษัทจำกัด

ให้ระบุข้อความไว้ในงบการเงินในหน้างบดุลด้วยว่างบการเงินได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งใด

เมื่อวันที่ เดือน ปี ใด

หากมิได้ระบุข้อความดังกล่าวไว้ต้องจัดส่งสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติงบการเงินนั้นไปพร้อมกับงบการเงินที่จัดส่งโดยกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำกัดนั้น

ต้องลงลายมือชื่อรับรองว่าถูกต้องด้วยและประทับตรา (ถ้ามี)

(๓)

ในกรณีที่ไม่ได้มีการประกอบธุรกิจในรอบปีบัญชีที่จัดส่งงบการเงินนั้น

ให้แจ้งไว้ด้วยว่าไม่ได้ประกอบธุรกิจ

(๔)

การยื่นงบการเงินต้องมีรายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

แสดงความเห็นต่องบการเงินที่จัดส่งพร้อมทั้งลายมือชื่อรับรองในรายงานนั้นแนบมาด้วย

ถ้าเป็นงบการเงินของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนตั้งแต่รอบปีบัญชีที่สิ้นสุดในหรือหลังวันที่

๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นไป

ที่มีทุนไม่เกินห้าล้านบาทสินทรัพย์รวมไม่เกินสามสิบล้านบาท และรายได้รวมไม่เกินสามสิบล้านบาท

จะไม่มีรายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแนบมาด้วยก็ได้

(๕)

การยื่นงบการเงินถ้าเป็นกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครต้องมีเอกสารคู่ฉบับ

อีก ๑ ฉบับ และถ้าเป็นกิจการที่ตั้งในส่วนภูมิภาคต้องมีเอกสารคู่ฉบับ อีก ๒ ฉบับ

(๖)

ถ้าเป็นงบการเงินที่ได้จัดพิมพ์ไว้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานประจำปีโดยจัดทำเป็นรูปเล่ม

ซึ่งได้มีการพิมพ์ลายมือชื่อของบุคคลตาม (๒) และ (๔) ไว้แล้ว

ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวก็ได้

(๗)

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีหน้าที่ตามกฎหมายอื่นที่จะต้องยื่นงบการเงินต่อส่วนราชการอื่นด้วย

งบการเงินที่ยื่นต่อกรมทะเบียนการค้าต้องมีข้อมูลที่ตรงกันกับงบการเงินชุดที่ยื่นต่อส่วนราชการอื่นนั้น

(๘)

แบบที่ใช้ในการยื่นงบการเงินให้ใช้แบบนำส่งงบการเงิน (แบบ ส.บช. ๓)

ที่แนบท้ายประกาศฉบับนี้

(๙)

ผู้มีอำนาจทำการแทนกิจการ คือ หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน

กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำกัด

หรือบริษัทมหาชนจำกัดผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากรหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ

แล้วแต่กรณี

และผู้ทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองในแบบนำส่งงบการเงิน

(แบบ ส.บช. ๓) พร้อมกับประทับตรา (ถ้ามี)

ในกรณีที่ผู้ทำบัญชีเป็นผู้ช่วยผู้ทำบัญชีในสำนักงานบริการรับทำบัญชี

หัวหน้าสำนักงานบริการรับทำบัญชีนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองในแบบนำส่งงบการเงิน

(แบบ ส.บช. ๓) ด้วย

(๑๐)

การลงลายมือชื่อในงบการเงินหรือแบบนำส่งงบการเงิน (แบบ ส.บช. ๓)

ต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเองพร้อมกับวงเล็บชื่อ นามสกุล ด้วยตัวบรรจงกำกับไว้ด้วย

จะมอบหมายให้ผู้อื่นลงลายมือชื่อแทนมิได้

(๑๑)

การยื่นงบการเงินให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้

(ก)

กรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ

กรมทะเบียนการค้า หรือสถานที่อื่นใดตามที่อธิบดีกรมทะเบียนการค้ากำหนด

(ข)

กรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคให้ยื่นต่อสำนักงานทะเบียนการค้าจังหวัดนั้น

หรือยื่นต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ กรมทะเบียนการค้าก็ได้

(ค)

การยื่นงบการเงินอาจยื่นโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่

หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังสถานที่ดังกล่าวข้างต้น

พร้อมแนบซองที่จ่าหน้ากลับคืนถึงตัวผู้รับ โดยผนึกดวงตราไปรษณียากรครบถ้วนไปด้วย

ซึ่งหากปรากฏว่าเอกสารหลักฐานที่จัดส่งครบถ้วนถูกต้องโดยสมบูรณ์จะถือว่าได้ยื่นงบการเงินไว้ตั้งแต่วันที่ประทับตราไปรษณีย์ต้นทาง

(๑๒)

การยื่นงบการเงินต้องยื่นเอกสารตามจำนวนที่กำหนด ดังต่อไปนี้

กรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครต้องยื่น

(ก)

งบการเงินและรายงานการสอบบัญชี จำนวน ๒ ชุด

(ข)

แบบนำส่งงบการเงิน (แบบ ส.บช. ๓) จำนวน ๓ ฉบับ

(ค)

สำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคล จำนวน ๑ ฉบับ

กรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคต้องยื่นเอกสารตาม

(ก) และ (ข) เพิ่มขึ้นอีก ๑ ฉบับ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กำหนดเวลาในการยื่นงบการเงิน

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดทำงบการเงินและยื่นงบการเงินต่อสำนักงานกลางบัญชี

(กรมทะเบียนการค้า) หรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่ (สำนักงานทะเบียนการค้าจังหวัด)

ภายในกำหนดเวลาตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย ดังนี้

(๑)

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยและกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร

ต้องยื่นงบการเงินภายในห้าเดือนนับแต่วันปิดบัญชี

(๒)

บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยต้องยื่นงบการเงินภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่งบการเงินนั้นได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและป้องกันมิให้มีการแอบอ้างใช้ชื่อของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในรายงานการสอบบัญชี

ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งชื่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่จะลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชีสำหรับงบการเงินในรอบปีบัญชีถัดไปไว้ในแบบนำส่งงบการเงิน

(แบบ ส.บช. ๓)

และในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจากที่ได้แจ้งไว้แล้ว ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้นต่อกรมทะเบียนการค้าภายใน

๑ เดือน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในการตรวจสอบว่างบการเงินที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชียื่นต่อกรมทะเบียนการค้าได้รับการตรวจสอลและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือไม่และโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตคนใด

กรมทะเบียนการค้าจะตรวจสอบจากรายชื่อผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้แจ้งไว้ต่อสำนักงาน

ก.บช. ตามประกาศ ก.บช. ฉบับที่ ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๔๔) เรื่อง

หลักเกณฑ์การพิจารณาการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

และการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนของผู้ที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม

พ.ศ. ๒๕๔๔ หากไม่ปรากฏรายชื่อของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ยื่นงบการเงินดังกล่าวอยู่ในบัญชีรายชื่อที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้แจ้งไว้จะถือว่างบการเงินรายนั้นไม่ได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

ซึ่งกรมทะเบียนการค้าจะคืนงบการเงินแจ้งให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและยื่นงบการเงินใหม่ภายในกำหนด

๒ เดือน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

และจะถือว่าผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีได้ยื่นงบการเงินไว้โดยถูกต้องแล้วตั้งแต่วันที่ยื่นงบการเงินครั้งแรก

หากผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีได้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและยื่นงบการเงินใหม่ภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้

ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕

อรจิต สิงคาลวณิช

อธิบดีกรมทะเบียนการค้า

พรพิมล/พิมพ์

๑๖/๐๘/๔๕

อุรารักษ์/ปรับปรุง

๓๑/๐๓/๕๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา.เล่ม ๑๑๙/ตอนพิเศษ ๑๕ ง/หน้า ๑๕/๒๒

กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_608aa72d0254ef98

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com