ประกาศกรมทะเบียนการค้า
ประกาศกรมทะเบียนการค้า
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓
อธิบดีกรมทะเบียนการค้าออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศกรมทะเบียนการค้า
ประกาศกรมทะเบียนการค้า
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓
อธิบดีกรมทะเบียนการค้าออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า ประกาศกรมทะเบียนการค้า
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๕
ข้อ ๒ บรรดาประกาศ คำสั่ง ระเบียบ
หรือข้อบังคับอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในประกาศนี้
หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ให้ใช้ประกาศนี้แทน
ข้อ ๓ การยื่นงบการเงินต่อสำนักงานกลางบัญชี
(กรมทะเบียนการค้า) หรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่ (สำนักงานทะเบียนการค้าจังหวัด)
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑)
งบการเงินของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด
ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยและกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
ต้องมีรายการย่อตามที่กำหนดไว้ในประกาศกรมทะเบียนการค้า
ออกตามความในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓
และในกรณีของบริษัทมหาชนจำกัดต้องมีรายการและความหมายของรายการตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ ด้วย
ในกรณีที่ได้มีกฎหมายเฉพาะกำหนดรายการย่อ
หรือรายการและความหมายของรายการเพิ่มเติมนอกเหนือจากรายการย่อ
หรือรายการและความหมายของรายการที่กำหนดไว้ในประกาศกรมทะเบียนการค้า
หรือกฎกระทรวงดังกล่าวข้างต้น แล้วแต่กรณี ให้ใช้รายการย่อหรือรายการและความหมายของรายการตามที่กำหนดในกฎหมายเฉพาะนั้น
(๒)
ให้ระบุข้อความไว้ในงบการเงินในหน้างบดุลด้วยว่าข้อมูลในงบการเงินที่จัดส่งได้จัดทำขึ้นอย่างถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการบัญชี
และให้ผู้มีอำนาจทำการแทนกิจการคือ หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
ผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากรหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
แล้วแต่กรณี และผู้ทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีดังกล่าว ลงลายมือชื่อรับรองและประทับตรา
(ถ้ามี)
ทั้งนี้
สำหรับในงบการเงินหน้าอื่น ๆ ให้ผู้มีอำนาจทำการแทนกิจการดังกล่าว
ลงลายมือชื่อรับรองและประทับตรา (ถ้ามี) ไว้ในงบการเงินทุกหน้า
ถ้าเป็นงบการเงินของบริษัทจำกัด
ให้ระบุข้อความไว้ในงบการเงินในหน้างบดุลด้วยว่างบการเงินได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งใด
เมื่อวันที่ เดือน ปี ใด
หากมิได้ระบุข้อความดังกล่าวไว้ต้องจัดส่งสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติงบการเงินนั้นไปพร้อมกับงบการเงินที่จัดส่งโดยกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำกัดนั้น
ต้องลงลายมือชื่อรับรองว่าถูกต้องด้วยและประทับตรา (ถ้ามี)
(๓)
ในกรณีที่ไม่ได้มีการประกอบธุรกิจในรอบปีบัญชีที่จัดส่งงบการเงินนั้น
ให้แจ้งไว้ด้วยว่าไม่ได้ประกอบธุรกิจ
(๔)
การยื่นงบการเงินต้องมีรายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
แสดงความเห็นต่องบการเงินที่จัดส่งพร้อมทั้งลายมือชื่อรับรองในรายงานนั้นแนบมาด้วย
ถ้าเป็นงบการเงินของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนตั้งแต่รอบปีบัญชีที่สิ้นสุดในหรือหลังวันที่
๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นไป
ที่มีทุนไม่เกินห้าล้านบาทสินทรัพย์รวมไม่เกินสามสิบล้านบาท และรายได้รวมไม่เกินสามสิบล้านบาท
จะไม่มีรายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแนบมาด้วยก็ได้
(๕)
การยื่นงบการเงินถ้าเป็นกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครต้องมีเอกสารคู่ฉบับ
อีก ๑ ฉบับ และถ้าเป็นกิจการที่ตั้งในส่วนภูมิภาคต้องมีเอกสารคู่ฉบับ อีก ๒ ฉบับ
(๖)
ถ้าเป็นงบการเงินที่ได้จัดพิมพ์ไว้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานประจำปีโดยจัดทำเป็นรูปเล่ม
ซึ่งได้มีการพิมพ์ลายมือชื่อของบุคคลตาม (๒) และ (๔) ไว้แล้ว
ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวก็ได้
(๗)
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีหน้าที่ตามกฎหมายอื่นที่จะต้องยื่นงบการเงินต่อส่วนราชการอื่นด้วย
งบการเงินที่ยื่นต่อกรมทะเบียนการค้าต้องมีข้อมูลที่ตรงกันกับงบการเงินชุดที่ยื่นต่อส่วนราชการอื่นนั้น
(๘)
แบบที่ใช้ในการยื่นงบการเงินให้ใช้แบบนำส่งงบการเงิน (แบบ ส.บช. ๓)
ที่แนบท้ายประกาศฉบับนี้
(๙)
ผู้มีอำนาจทำการแทนกิจการ คือ หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำกัด
หรือบริษัทมหาชนจำกัดผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากรหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
แล้วแต่กรณี
และผู้ทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองในแบบนำส่งงบการเงิน
(แบบ ส.บช. ๓) พร้อมกับประทับตรา (ถ้ามี)
ในกรณีที่ผู้ทำบัญชีเป็นผู้ช่วยผู้ทำบัญชีในสำนักงานบริการรับทำบัญชี
หัวหน้าสำนักงานบริการรับทำบัญชีนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองในแบบนำส่งงบการเงิน
(แบบ ส.บช. ๓) ด้วย
(๑๐)
การลงลายมือชื่อในงบการเงินหรือแบบนำส่งงบการเงิน (แบบ ส.บช. ๓)
ต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเองพร้อมกับวงเล็บชื่อ นามสกุล ด้วยตัวบรรจงกำกับไว้ด้วย
จะมอบหมายให้ผู้อื่นลงลายมือชื่อแทนมิได้
(๑๑)
การยื่นงบการเงินให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้
(ก)
กรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ
กรมทะเบียนการค้า หรือสถานที่อื่นใดตามที่อธิบดีกรมทะเบียนการค้ากำหนด
(ข)
กรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคให้ยื่นต่อสำนักงานทะเบียนการค้าจังหวัดนั้น
หรือยื่นต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ กรมทะเบียนการค้าก็ได้
(ค)
การยื่นงบการเงินอาจยื่นโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่
หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังสถานที่ดังกล่าวข้างต้น
พร้อมแนบซองที่จ่าหน้ากลับคืนถึงตัวผู้รับ โดยผนึกดวงตราไปรษณียากรครบถ้วนไปด้วย
ซึ่งหากปรากฏว่าเอกสารหลักฐานที่จัดส่งครบถ้วนถูกต้องโดยสมบูรณ์จะถือว่าได้ยื่นงบการเงินไว้ตั้งแต่วันที่ประทับตราไปรษณีย์ต้นทาง
(๑๒)
การยื่นงบการเงินต้องยื่นเอกสารตามจำนวนที่กำหนด ดังต่อไปนี้
กรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครต้องยื่น
(ก)
งบการเงินและรายงานการสอบบัญชี จำนวน ๒ ชุด
(ข)
แบบนำส่งงบการเงิน (แบบ ส.บช. ๓) จำนวน ๓ ฉบับ
(ค)
สำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคล จำนวน ๑ ฉบับ
กรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคต้องยื่นเอกสารตาม
(ก) และ (ข) เพิ่มขึ้นอีก ๑ ฉบับ
ข้อ ๔ กำหนดเวลาในการยื่นงบการเงิน
ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดทำงบการเงินและยื่นงบการเงินต่อสำนักงานกลางบัญชี
(กรมทะเบียนการค้า) หรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่ (สำนักงานทะเบียนการค้าจังหวัด)
ภายในกำหนดเวลาตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย ดังนี้
(๑)
ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยและกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
ต้องยื่นงบการเงินภายในห้าเดือนนับแต่วันปิดบัญชี
(๒)
บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยต้องยื่นงบการเงินภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่งบการเงินนั้นได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่
ข้อ ๕
เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและป้องกันมิให้มีการแอบอ้างใช้ชื่อของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในรายงานการสอบบัญชี
ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งชื่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่จะลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชีสำหรับงบการเงินในรอบปีบัญชีถัดไปไว้ในแบบนำส่งงบการเงิน
(แบบ ส.บช. ๓)
และในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจากที่ได้แจ้งไว้แล้ว ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้นต่อกรมทะเบียนการค้าภายใน
๑ เดือน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง
ข้อ ๖
ในการตรวจสอบว่างบการเงินที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชียื่นต่อกรมทะเบียนการค้าได้รับการตรวจสอลและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือไม่และโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตคนใด
กรมทะเบียนการค้าจะตรวจสอบจากรายชื่อผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้แจ้งไว้ต่อสำนักงาน
ก.บช. ตามประกาศ ก.บช. ฉบับที่ ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๔๔) เรื่อง
หลักเกณฑ์การพิจารณาการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
และการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนของผู้ที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๔๔ หากไม่ปรากฏรายชื่อของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ยื่นงบการเงินดังกล่าวอยู่ในบัญชีรายชื่อที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้แจ้งไว้จะถือว่างบการเงินรายนั้นไม่ได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ซึ่งกรมทะเบียนการค้าจะคืนงบการเงินแจ้งให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและยื่นงบการเงินใหม่ภายในกำหนด
๒ เดือน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
และจะถือว่าผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีได้ยื่นงบการเงินไว้โดยถูกต้องแล้วตั้งแต่วันที่ยื่นงบการเงินครั้งแรก
หากผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีได้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและยื่นงบการเงินใหม่ภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕
อรจิต สิงคาลวณิช
อธิบดีกรมทะเบียนการค้า
พรพิมล/พิมพ์
๑๖/๐๘/๔๕
อุรารักษ์/ปรับปรุง
๓๑/๐๓/๕๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา.เล่ม ๑๑๙/ตอนพิเศษ ๑๕ ง/หน้า ๑๕/๒๒
กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕
ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_608aa72d0254ef98
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com