法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการปกครอง ว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
72
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการปกครอง

ระเบียบกรมการปกครอง

ว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน

พ.ศ. ๒๕๕๔[๑]

อาศัยอำนาจตามความข้อ ๖ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๔๒)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๔๖) ซึ่งออกตามความในมาตรา ๘

แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔

กำหนดให้กรมการปกครองออกระเบียบกำหนดประเภทของหลักฐานในการขอมีบัตร

ขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตร

ประกอบกับเพื่อให้การปฏิบัติงานบัตรประจำตัวประชาชนเป็นไปอย่างชัดเจน

ในแนวทางเดียวกัน จึงวางระเบียบว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนไว้เพื่อให้ถือปฏิบัติ

ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการปกครอง ว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบหรือคำสั่งหรือหนังสือสั่งการอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ผู้ขอมีบัตร” หมายความว่า

ผู้ขอมีบัตร ขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชน

“ผู้ถือบัตร” หมายความว่า

ผู้ที่มีชื่อตัว ชื่อสกุลและรายการบุคคลปรากฏในบัตรประจำตัวประชาชน

“บุคคลซึ่งมีหน้าที่ยื่นคำขอมีบัตรแทน” หมายความว่า บิดา มารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลซึ่งรับดูแลผู้นั้นอยู่

“บุคคลผู้น่าเชื่อถือ”

หมายความว่า บุคคลใด ๆ ซึ่งมีภูมิลำเนาที่อยู่แน่นอน มีอาชีพมั่นคง และมีความรู้จักคุ้นเคยกับผู้ขอมีบัตรเป็นอย่างดี

อาจเกี่ยวข้องเป็นญาติกันหรือไม่ก็ได้

“สำนักงานทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน” หมายความว่า ส่วนบัตรประจำตัวประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน

และให้หมายความรวมถึงจังหวัด และกรุงเทพมหานคร”

“ฐานข้อมูลทะเบียนบัตร”

หมายความว่า ข้อมูลรายการเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน ภาพถ่ายใบหน้า

และลายพิมพ์นิ้วมือที่จัดเก็บและประมวลผลไว้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์

“จังหวัด” หมายความรวมถึง

กรุงเทพมหานคร

“อำเภอ” หมายความรวมถึง

กิ่งอำเภอ เขต เทศบาล และเมืองพัทยา

“นายอำเภอ”หมายความรวมถึง

ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ปลัดเทศบาล

และหัวหน้าสำนักปลัดเมืองพัทยา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้อธิบดีกรมการปกครองรักษาการตามระเบียบนี้

มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติ

และให้มีอำนาจสั่งการกำหนดรายละเอียดเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

การจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนที่ไม่ได้ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์

การขอมีบัตร

ขอมีบัตรใหม่ และขอเปลี่ยนบัตร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การขอมีบัตร

ได้แก่ การจัดทำบัตรกรณีต่อไปนี้

(๑) ขอมีบัตรเป็นครั้งแรก

(๒) เป็นบุคคลได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14)

กรณีตกสำรวจหรือแจ้งเกิดเกินกำหนด

(๓) เป็นบุคคลได้รับการยกเว้น

หรือบุคคลซึ่งมีอายุเกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์

(๔) เป็นบุคคลซึ่งพ้นจากสภาพการได้รับการยกเว้น

(๕) เป็นบุคคลซึ่งได้สัญชาติไทย หรือได้รับอนุมัติให้มีสัญชาติไทย

หรือได้กลับคืนสัญชาติไทย ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ หรือตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาล

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การขอมีบัตรใหม่

ได้แก่ การจัดทำบัตรกรณีต่อไปนี้

(๑) บัตรเดิมหมดอายุ

(๒) บัตรเดิมสูญหายหรือถูกทำลาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การขอเปลี่ยนบัตร

ได้แก่ การจัดทำบัตรกรณีต่อไปนี้

(๑) บัตรเดิมชำรุดในสาระสำคัญในส่วนของรูปถ่าย

หรือรายการบุคคลเจ้าของบัตร หรือวัสดุเคลือบบัตรป้องกันการปลอมแปลง

(๒) ผู้ถือบัตรเปลี่ยนชื่อตัว หรือเปลี่ยนชื่อสกุล

หรือเปลี่ยนชื่อตัวและชื่อสกุล

(๓) ผู้ถือบัตรเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน

และบัตรเดิมยังไม่หมดอายุ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ต้องขอมีบัตร

ขอมีบัตรใหม่ หรือขอเปลี่ยนบัตร ตามระเบียบนี้ ได้แก่

ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์

และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านฉบับที่มีเลขประจำตัวประชาชน

และเป็นผู้ที่กฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน กำหนดให้ต้องมีบัตร มีบัตรใหม่ หรือเปลี่ยนบัตร

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การขอมีบัตร

ขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตรให้ผู้ขอมีบัตรทำคำขอตามแบบ บ.ป.1 พร้อมแนบหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในระเบียบนี้

ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ต่อไปนี้

(๑)

ผู้ขอซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในท้องที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดให้เป็นท้องที่จังหวัดสำหรับการออกบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์

ให้ยื่นคำขอ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ สำนักงานเขต

สำนักงานเทศบาลที่เป็นสำนักทะเบียนท้องถิ่น ศาลาว่าการเมืองพัทยา

หรือสำนักทะเบียนสาขาตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรแห่งใดแห่งหนึ่งในท้องที่จังหวัดตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยก็ได้

(๒)

ผู้ขอซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนอกท้องที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดให้เป็นท้องที่จังหวัดสำหรับการออกบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์

ให้ยื่นคำขอ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ

สำนักงานเทศบาลที่เป็นสำนักทะเบียนท้องถิ่น หรือสำนักทะเบียนสาขาตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรแห่งท้องที่ซึ่งผู้ขอมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การขอมีบัตร

ขอมีบัตรใหม่ หรือขอเปลี่ยนบัตร

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายการของผู้ขอมีบัตรในฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร ว่ามีชื่อและรายการอยู่ในทะเบียนบ้าน

และให้เรียกหลักฐานประกอบการพิจารณาจากผู้ขอมีบัตรดังนี้

(๑) การขอมีบัตรเป็นครั้งแรก กรณีผู้ขอมีอายุครบเจ็ดปีบริบูรณ์

ให้เรียกสูติบัตร

หากไม่มีให้เรียกหลักฐานเอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น

สำเนาทะเบียนนักเรียน ใบสุทธิ ประกาศนียบัตร หนังสือเดินทาง เป็นต้น แต่หากผู้ขอมีบัตรไม่มีหลักฐานเอกสารดังกล่าว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนบุคคลซึ่งมีหน้าที่ยื่นคำขอมีบัตรแทน

หรือสอบสวนเจ้าบ้าน หรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือแทน

ในกรณีผู้ยื่นคำขอมีบัตรเป็นครั้งแรก

ไม่ได้ยื่นคำขอภายในกำหนดระยะเวลาต้องมีบัตร และไม่ใช่กรณีได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน

ให้เรียกสูติบัตร

หากไม่มีให้เรียกหลักฐานเอกสารที่ทางราชการออกให้อย่างใดอย่างหนึ่ง (ถ้ามี)

และสอบสวนบุคคลซึ่งมีหน้าที่ยื่นคำขอมีบัตรแทน หรือสอบสวนเจ้าบ้าน

หรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ

(๒) การขอมีบัตรของบุคคลซึ่งได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน กรณีแจ้งเกิดเกินกำหนดให้เรียกสูติบัตร

และสอบสวนเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ ส่วนการเพิ่มชื่อกรณีตกสำรวจ

ให้เรียกสำเนาทะเบียนบ้านที่ผู้นั้นเคยมีชื่ออยู่ก่อน

หรือหลักฐานเอกสารที่ทางราชการออกให้อย่างใดอย่างหนึ่ง (ถ้ามี)

และสอบสวนเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ

(๓) การขอมีบัตรเนื่องจากบัตรเดิมหมดอายุ ให้เรียกบัตรเดิมที่หมดอายุ

(๔) การขอมีบัตรของบุคคลได้รับยกเว้น

ให้เรียกหลักฐานแสดงการเป็นผู้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตร

เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้มีร่างกายพิการเดินไม่ได้ หรือเป็นใบ้

หรือตาบอดทั้งสองข้าง ให้ยกเว้นไม่ต้องเรียกหลักฐานดังกล่าว

(๕) การขอมีบัตรของบุคคลซึ่งพ้นสภาพได้รับการยกเว้น

ให้เรียกหลักฐานแสดงการพ้นจากสภาพได้รับยกเว้นไม่ต้องมีบัตร

(๖) การขอมีบัตรของบุคคลซึ่งได้สัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ

ให้สอบสวนเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ

กรณีผู้ขอมีบัตรเป็นครั้งแรกมีบิดามารดาเป็นบุคคลต่างด้าว

ให้เรียกหลักฐานใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของบิดาและมารดา

หากบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งถึงแก่ความตาย

ให้เรียกเฉพาะใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของผู้ที่มีชีวิตอยู่

และใบมรณบัตรของผู้ที่ถึงแก่ความตาย หากบิดาและมารดาถึงแก่ความตายทั้งหมด

ให้เรียกใบมรณบัตรของบิดาและมารดา

กรณีผู้ขอมีบัตรเป็นผู้ได้รับอนุมัติให้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ

หรือขอกลับคืนสัญชาติไทย ให้เรียกหนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทย

หรือหนังสือสำคัญแสดงการได้กลับคืนสัญชาติไทย แล้วแต่กรณี

(๗) การขอมีบัตรเนื่องจากบัตรสูญหายหรือถูกทำลาย

ให้เรียกหลักฐานการแจ้งความ “บัตรสูญหาย”

หรือ “บัตรถูกทำลาย”

และหลักฐานเอกสารซึ่งมีรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตร

และเป็นเอกสารที่ทางราชการออกให้อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ใบอนุญาตขับรถ

บัตรประกันสังคม หนังสือเดินทาง เป็นต้น

กรณีผู้ขอมีบัตร ไม่มีหรือไม่สามารถแสดงหลักฐานเอกสารที่ทางราชการออกให้ดังกล่าว

ให้สอบสวนเจ้าบ้าน หรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ แทน

(๘) การขอเปลี่ยนบัตรเนื่องจากบัตรเดิมชำรุดในสาระสำคัญ

ให้เรียกบัตรเดิมที่ชำรุด แต่หากบัตรนั้นชำรุดจนไม่สามารถพิสูจน์ตัวบุคคลหรือรายการในบัตรได้

ให้สอบสวนเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ

ถ้าผู้ขอมีบัตรมีหลักฐานเอกสารซึ่งมีรูปถ่าย

และเป็นเอกสารที่ทางราชการออกให้อย่างใดอย่างหนึ่งมาแสดง

ก็ให้งดเว้นไม่ต้องสอบสวนเจ้าบ้าน หรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ

(๙) การขอเปลี่ยนบัตรเนื่องจากผู้ถือบัตรเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล

หรือชื่อตัวและชื่อสกุล ให้เรียกบัตรเดิม และหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล

หรือชื่อตัวและชื่อสกุล แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ บ.ป.1

พร้อมด้วยหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามข้อ ๑๑ ของระเบียบนี้แล้ว

ให้ตรวจสอบความถูกต้องตรงกันของรายการที่ปรากฏในฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร

และหลักฐานประกอบการขอมีบัตร เมื่อพิจารณาเห็นว่า

ผู้ขอมีบัตรมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดให้มีบัตรได้

และหลักฐานที่นำมาแสดงเป็นที่เชื่อถือได้ ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ทำบัตร

กำหนดเลขหมายคำขอและพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ขอมีบัตรลงในแบบ บ.ป.1

เสร็จแล้วให้ถ่ายรูปผู้ขอมีบัตรและออกใบรับให้ไว้เป็นหลักฐาน

การกำหนดเลขหมายคำขอ การพิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูปผู้ขอมีบัตร

ให้ถือปฏิบัติตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ บ.ป.1 พร้อมหลักฐานต่าง ๆ แล้วเห็นว่าหลักฐานที่ผู้ขอมีบัตรนำมาแสดงไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนั้นเพียงพอที่จะพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลและคุณสมบัติของผู้ขอมีบัตรหรือไม่

หากเห็นว่าเพียงพอก็ให้พิจารณาทำบัตรให้

กรณีมีเหตุสงสัยว่าจะมีการทุจริต

หรือพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าหลักฐานที่ผู้ขอมีบัตรนำมาแสดงไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลและคุณสมบัติของผู้ขอได้ให้เรียกหลักฐานเอกสารหรือสอบสวนพยานบุคคลเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็น

หากผู้ขอมีบัตรเป็นผู้ที่ย้ายที่อยู่มาจากท้องที่อื่น จะสอบถามไปยังนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ท้องที่นั้นก็ได้

แต่จะต้องรีบดำเนินการโดยเร็ว และให้บันทึกสาเหตุที่ไม่อาจทำบัตรให้ได้สำเร็จในครั้งนั้นไว้ในคำขอ

บ.ป.1 ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีอำเภอที่เชื่อมโยงเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์กับสำนักบริหารการทะเบียน

กรมการปกครอง เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ บ.ป.1 ของผู้ขอมีบัตรรายใด

ให้ตรวจสอบรายการทำบัตรของผู้นั้นจากฐานข้อมูลทะเบียนบัตรก่อนทุกครั้ง

หากผลการตรวจสอบพบว่า มีรายการบัตรเดิมและภาพถ่ายใบหน้าของผู้ขอมีบัตร

ซึ่งถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง ให้ดำเนินการจัดทำบัตร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ถือบัตรผู้ใดทำบัตรสูญหายหรือถูกทำลาย

ให้แจ้งการสูญหายหรือถูกทำลายของบัตรนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นหลักฐานก่อนขอมีบัตรใหม่

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การรับแจ้งบัตรสูญหายหรือบัตรถูกทำลาย

ตามข้อ ๑๕ ให้เจ้าหน้าที่ใช้แบบ บ.ป.7

ในการรับแจ้งโดยจัดทำขึ้นสองฉบับมีข้อความเหมือนกัน

ฉบับหนึ่งให้มอบแก่ผู้แจ้งเพื่อนำไปประกอบการขอมีบัตรใหม่

ส่วนคู่ฉบับให้เก็บไว้ในเล่มเพื่อเป็นหลักฐานของหน่วยงานที่รับแจ้ง

การกรอกหรือบันทึกข้อความในแบบ บ.ป.7

ถ้าผิดพลาดห้ามขูดลบ ให้ใช้ขีดฆ่าคำผิดแล้วเขียนใหม่

และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้งลงชื่อกำกับไว้ที่ข้างกระดาษตรงบรรทัดที่มีการแก้คำผิดด้วย

สำหรับการให้เลขลำดับที่ของการรับแจ้ง

ให้ลงเลขลำดับตามปีปฏิทินเริ่มตั้งแต่ลำดับที่หนึ่งเรียงไปจนถึงสิ้นปี

เมื่อขึ้นปีปฏิทินใหม่ให้ตั้งต้นเลขลำดับที่หนึ่งใหม่

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ถือบัตรผู้ใดทำบัตรชำรุดในสาระสำคัญ

หรือเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล ให้ทำคำขอเปลี่ยนบัตรตามแบบ

บ.ป.1 ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามข้อ ๑๐

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในการขอมีบัตร

ขอมีบัตรใหม่ หรือขอเปลี่ยนบัตร หากผู้ขอมีบัตรรายใดยื่นคำขอ บ.ป.1 เกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชนกำหนด

ให้ส่งตัวผู้นั้นไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ

ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปรียบเทียบปรับคดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน

ก่อนแล้วจึงดำเนินการจัดทำบัตร

การออกใบรับและใบแทนใบรับ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาตให้จัดทำบัตรแก่ผู้ขอมีบัตรรายใด

ตามข้อ ๑๒ แล้วให้ออกใบรับตามแบบ บ.ป.2

ให้แก่ผู้นั้นเพื่อใช้เสมือนบัตรประจำตัวประชาชนจนกว่าจะได้รับบัตร โดยให้กำหนดระยะเวลาการใช้ใบรับ

และวันและสถานที่ที่ให้ผู้ขอมีบัตรมารับบัตรไว้ในใบรับให้ชัดเจน

ระยะเวลาการใช้ใบรับ ให้เป็นไปตามที่กรมการปกครองกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การออกใบรับให้แก่ผู้ขอมีบัตรที่มีบัตรเดิมมาแสดง

ให้ทำเครื่องหมายที่บัตรเดิมด้วยการเจาะรูแล้วเย็บติดบัตรเดิมไว้กับใบรับ

มอบให้ผู้ขอมีบัตรเพื่อใช้ร่วมกัน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ถือใบรับผู้ใดทำใบรับสูญหายหรือถูกทำลาย

ให้แจ้งความการสูญหายหรือถูกทำลายของใบรับนั้นเช่นเดียวกับข้อ ๑๕

และให้ทำคำร้องยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่ออกใบรับนั้นเพื่อขอใบแทนใบรับ

กรณีใบรับชำรุดในสาระสำคัญจนไม่สามารถใช้การได้

ให้ผู้ถือใบรับทำคำร้องเพื่อขอใบแทนใบรับเช่นเดียวกับวรรคแรก

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำร้องขอใบแทนใบรับ

ให้เรียกหลักฐานการแจ้งความใบรับสูญหายหรือถูกทำลาย หรือใบรับที่ชำรุด แล้วแต่กรณี

และให้ตรวจจากทะเบียน บ.ป.5

ก่อนว่าเลขหมายคำขอมีบัตรตามที่ระบุในคำร้องขอใบแทนใบรับนั้น

ได้รับบัตรจากสำนักงานทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชนแล้วหรือไม่

ถ้าได้รับบัตรแล้วให้มอบบัตรแก่ผู้ร้อง โดยไม่ต้องออกใบแทนใบรับ แต่หากยังไม่ได้รับบัตรเลขหมายดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบแทนใบรับตามแบบ

บ.ป.2 ก ให้แก่ผู้ร้อง โดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การออกใบแทนใบรับให้ใช้วิธีคัดสำเนารายการต่าง

ๆ จากคู่ฉบับของใบรับฉบับที่สูญหาย ถูกทำลาย

หรือชำรุดนั้นลงในใบแทนใบรับให้ครบถ้วนทุกรายการ

การใช้ใบแทนใบรับให้มีระยะเวลาเท่าที่กำหนดให้ใช้ใบรับ

ตามใบรับฉบับที่ออกใบแทนนั้น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ กรณีใบแทนใบรับสูญหาย

ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญจนไม่สามารถใช้การได้ ให้ออกใบแทนใบรับ

โดยดำเนินการเช่นเดียวกับใบรับสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด ตามข้อ ๒๑ - ข้อ ๒๓

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีที่ผู้ถือใบรับหรือใบแทนใบรับ

ร้องขอให้ติดรูปถ่ายในใบรับหรือใบแทนใบรับ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดจนเป็นที่เชื่อถือก่อนว่าผู้ร้องเป็นบุคคลเดียวกับที่ปรากฏรายการในใบรับหรือใบแทนใบรับนั้น

จึงดำเนินการให้และเมื่อติดรูปถ่ายแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อกำกับรูปถ่าย

และประทับตราประจำตำแหน่งคล่อมรูปถ่ายไว้ด้วย

การออกบัตรประจำตัวประชาชน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ทุก ๆ

วันเมื่อหมดเวลาในการรับคำขอ บ.ป.1 แล้ว

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจรายการผู้ขอมีบัตรและเลขหมายคำขอที่ลงไว้ในแบบ บ.ป.1 กับคู่ฉบับ

บ.ป.2 เมื่อเห็นว่าถูกต้องตรงกัน ให้คัดเลขหมายคำขอและรายการผู้ขอมีบัตรจาก บ.ป.1

กรอกลงไว้ในทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชนตามแบบ บ.ป.5 ท้ายระเบียบนี้

โดยให้เว้นไว้เฉพาะวันที่ออกบัตรและวันหมดอายุบัตร

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้เจ้าหน้าที่รวบรวมคำขอ บ.ป.1

และรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้ทำบัตร

ส่งไปยังสำนักงานทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน ตามระยะเวลาที่กรมการปกครองกำหนด

โดยทำหนังสือนำส่งตามแบบ บ.ป.4 ท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การรวบรวมคำขอ

บ.ป.1 และรูปถ่ายตามข้อ ๒๗ ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) ตรวจความถูกต้องชัดเจนและครบถ้วนของการกรอกรายการในคำขอ บ.ป.1 ในสาระสำคัญเกี่ยวกับชื่อตัว ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด สัญชาติ

เลขประจำตัวประชาชน การลงลายมือชื่อ และการพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ขอมีบัตร

คำสั่งและการลงลายมือชื่อของพนักงานเจ้าหน้าที่

(๒) คำขอ บ.ป.1

และรูปถ่ายที่ส่งแต่ละครั้งต้องมีเลขหมายตรงกันและมีจำนวนเท่ากันโดยเรียงลำดับตามเลขหมายคำขอ

(๓) ให้เขียนเลขหมายคำขอของรูปถ่ายแต่ละชุด เฉพาะเลขแรกและเลขสุดท้าย

เลขรหัสสำนักทะเบียน และลำดับชุดทุกชุดติดไว้ข้างกล่อง

และบรรจุใส่ไว้ในกล่องพลาสติก ปิดฝากล่องให้แน่นหนาก่อนการหีบห่อ

(๔) การส่ง บ.ป.1 และรูปถ่ายไปออกบัตรทุกครั้ง

ให้ส่งทางไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียน หรือเจ้าหน้าที่จะนำส่งด้วยตนเองก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เมื่อได้รับคำขอ

บ.ป.1 และรูปถ่ายจากพนักงานเจ้าหน้าที่ท้องที่ใด

ให้เจ้าพนักงานออกบัตรดำเนินการจัดให้มีการออกบัตรตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน

เมื่อออกบัตรแล้วให้ส่งบัตรคืนไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ท้องที่นั้น

คำขอ บ.ป.1

ที่พิมพ์บัตรแล้วให้ติดรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรตามเลขหมายคำขอนั้นไว้ด้วย แล้วให้ถ่ายรูป

บ.ป.1 นั้นด้วยระบบไมโครฟิล์มหรือระบบคอมพิวเตอร์ก็ได้

เพื่อเก็บรักษาเป็นหลักฐานไว้ที่สำนักงานทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน

เมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว ให้จัดส่งคำขอ บ.ป.1

ดังกล่าวคืนไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ท้องที่ที่ส่งคำขอฉบับนั้นเพื่อเก็บรักษาเป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับบัตร

และคำขอ บ.ป.1 ตามข้อ ๒๙ ให้ตรวจสอบความถูกต้องของรายการในบัตรกับทะเบียน บ.ป.5

ที่ลงรายการไว้แล้วอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าถูกต้องให้คัดวันออกบัตรและวันหมดอายุบัตรจากบัตรลงในทะเบียน

บ.ป.5 ที่เว้นไว้ตามข้อ ๒๖ จากนั้นให้ดำเนินการมอบบัตร ส่วนคำขอ บ.ป.1

ให้เก็บเป็นหลักฐานตามวิธีที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

การมอบบัตรประจำตัวประชาชน

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ เมื่อได้รับบัตรแล้ว

พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องมอบบัตรให้ผู้ขอมีบัตรโดยเร็ว โดยจะมอบแก่ผู้ขอมีบัตรโดยตรง

หรือผู้ที่เจ้าของบัตรมอบอำนาจให้รับบัตรแทน

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การมอบบัตรให้แก่ผู้ขอมีบัตรโดยตรงนั้น

ให้เรียกใบรับ หรือใบแทนใบรับพร้อมด้วยบัตรเดิมหรือใบแทนใบรับ แล้วแต่กรณี

จากผู้ขอมีบัตรคืนด้วย

การมอบบัตรให้แก่ผู้ที่เจ้าของบัตรมอบอำนาจให้รับบัตรแทน

ให้เรียกใบรับ หรือใบรับพร้อมด้วยบัตรเดิม หรือใบแทนใบรับของเจ้าของบัตร

หนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นที่สามารถแสดงตัวของผู้รับมอบอำนาจแล้วนำเสนอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณา

การมอบบัตรจะต้องให้ผู้ขอรับบัตรลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือและลงวันเดือนปีที่รับบัตรไว้ในใบรับ

หรือใบแทนใบรับ

หรือเอกสารอย่างอื่นที่ใช้เป็นหลักฐานในการรับบัตรให้ชัดเจนด้วยทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ กรณีที่ผู้ขอรับบัตรไม่อาจส่งคืนใบรับ

หรือใบรับพร้อมด้วยบัตรเดิม หรือใบแทนใบรับ

ให้ผู้ขอรับบัตรแสดงหลักฐานและแจ้งข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่ไม่สามารถส่งคืนเอกสารดังกล่าวแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกไว้

เมื่อเห็นว่าเป็นที่เชื่อถือได้ก็ให้มอบบัตรให้

ใบรับหรือใบแทนใบรับ และเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการมอบบัตร

ให้เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมไว้ให้สะดวกต่อการค้นหาและตรวจสอบ โดยเรียงตามเลขหมายคำขอ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ กรณีมีผู้ขอรับบัตรแล้วปรากฏว่าบัตรเลขหมายดังกล่าว

ยังไม่ได้รับจากสำนักงานทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน

ให้เจ้าหน้าที่ทำหนังสือทวงถามไปยังสถานที่ออกบัตรดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ต่ออายุการใช้ใบรับ

หรือใบแทนใบรับให้ผู้ขอมีบัตร เพื่อใช้เสมือนบัตรประจำตัวประชาชนเป็นคราว ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ก่อนมอบบัตรให้ผู้ขอรับบัตรรายใด

ถ้ากรณีเป็นที่สงสัย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งงดการมอบบัตรไว้ก่อน

แล้วดำเนินการสอบสวนจนหมดสงสัย จึงมอบบัตรให้

กรณีตรวจสอบพบว่า

ผู้มีรายการในบัตรเป็นผู้ไม่มีสิทธิมีบัตรไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งงดมอบบัตรนั้น แล้วทำเครื่องหมายที่บัตรด้วยการเจาะรู

และจำหน่ายทะเบียน บ.ป.5 คำขอ บ.ป.1 และใบรับ หรือใบแทนใบรับรวมทั้งคู่ฉบับ

แล้วรายงานไปยังสำนักงานทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อจำหน่ายทะเบียน รูปถ่าย

ไมโครฟิล์มคำขอ บ.ป.1 และฐานข้อมูลทะเบียนบัตรสำหรับเลขหมายคำขอ นั้น

และหากการขอมีบัตร เลขหมายนั้นเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจเพื่อดำเนินคดีกับผู้ขอมีบัตรรายนั้นโดยเร็ว

การขอตรวจ

คัดและรับรองสำเนารายการบัตรประจำตัวประชาชน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ผู้ถือบัตรหรือผู้มีส่วนได้เสีย

จะขอตรวจหรือขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่คัด

หรือคัดและรับรองสำเนารายการเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชนได้ที่ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ

สำนักงานเขต สำนักงานเทศบาล หรือศาลาว่าการเมืองพัทยา

ที่ผู้ถือบัตรได้ยื่นคำขอมีบัตรไว้

หรือจะยื่นคำร้องขอดำเนินการที่สำนักงานทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน

หรือที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ สำนักงานเขต สำนักงานเทศบาล

หรือศาลาว่าการเมืองพัทยา ซึ่งเปิดระบบให้บริการออกบัตรประจำตัวประชาชนด้วยระบบคอมพิวเตอร์แห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้

ในวันและเวลาราชการ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ผู้มีส่วนได้เสียตามระเบียบนี้

หมายถึงบุคคล หรือนิติบุคคล ที่มีประโยชน์ได้เสียกับรายการเกี่ยวกับบัตร

หรือเจ้าของบัตรเลขหมายที่ขอตรวจ หรือคัดสำเนานั้นโดยตรง

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ กรณีผู้ร้องขอตรวจ หรือขอให้คัด

หรือคัดและรับรองสำเนารายการเกี่ยวกับบัตร เป็นบุคคล หรือนิติบุคคล

ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับรายการเกี่ยวกับบัตร

หรือเจ้าของบัตรเลขหมายใดให้พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากผู้ร้อง

เพื่อพิจารณาความเป็นผู้มีส่วนได้เสียให้แน่ชัดก่อน จึงดำเนินการให้

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การตรวจ หรือคัด

หรือคัดและรับรองสำเนารายการเกี่ยวกับบัตร

ให้ดำเนินการได้เฉพาะจากรายการที่ปรากฏในเอกสารคำขอ บ.ป.1 คู่ฉบับใบรับ

หรือคู่ฉบับใบแทนใบรับ หรือฐานข้อมูลทะเบียนบัตร ที่จัดเก็บไว้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์

เว้นแต่ที่สำนักงานทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชนให้เป็นไปตามหลักฐานที่ได้จัดเก็บไว้ด้วยระบบไมโครฟิล์ม

หรือรูปถ่าย หรือจากฐานข้อมูลทะเบียนบัตรที่จัดเก็บไว้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์

การรับรองสำเนารายการเกี่ยวกับบัตร ตามวรรคแรก ซึ่งคัดจากเอกสารคำขอ

บ.ป.1 คู่ฉบับใบรับ คู่ฉบับใบแทนใบรับ หรือหลักฐานที่เก็บไว้ด้วยระบบไมโครฟิล์ม

หรือรูปถ่าย ให้ประทับหรือเขียนข้อความว่า “สำเนาถูกต้อง” ส่วนการรับรองสำเนารายการเกี่ยวกับบัตร

ซึ่งคัดจากฐานข้อมูลทะเบียนบัตรที่จัดเก็บไว้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ให้ประทับหรือเขียนข้อความว่า

“ขอรับรองว่าเป็นรายการจากฐานข้อมูลทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน”

แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อและวงเล็บชื่อพร้อมด้วยวันเดือนปีที่คัดสำเนาไว้ในเอกสารดังกล่าวด้วย

การเก็บและทำลายเอกสารบัตรประจำตัวประชาชน

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ แบบพิมพ์ใบรับตามแบบ บ.ป.2

และใบแทนใบรับตามแบบ บ.ป.2 ก ที่ศูนย์บริหารการทะเบียนภาคเบิกจากกรมการปกครอง

ให้หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนภาค หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

เป็นผู้มีหน้าที่ในการเก็บรักษาและควบคุมการเบิกจ่าย

ให้ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค

สาขาจังหวัดเบิกแบบพิมพ์ใบรับและใบแทนใบรับจากศูนย์บริหารการทะเบียนภาค และให้มีหน้าที่ในการเก็บรักษาและควบคุมการเบิกจ่าย

พนักงานเจ้าหน้าที่ของอำเภอเบิกแบบพิมพ์ใบรับและใบแทนใบรับจากศูนย์บริหารการทะเบียนภาคสาขาจังหวัด

และมีหน้าที่ในการเก็บรักษาควบคุมการเบิกและใช้แบบพิมพ์ดังกล่าว

การเบิกจ่ายแบบพิมพ์ใบรับและใบแทนใบรับ ต้องลงรายการในบัญชีรับจ่ายแบบพิมพ์ที่จัดทำขึ้นให้ครบถ้วน

และให้ผู้เบิกจ่ายลงลายมือไว้ในบัญชีนั้นด้วยทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ การเบิกจ่ายแบบพิมพ์ใบรับและใบแทนใบรับทุกครั้ง

ให้ตรวจนับจำนวนเล่ม หมายเลขเล่ม จำนวนแผ่นและสำเนาคู่ฉบับในแต่ละเล่มให้ครบถ้วน

ในกรณีพบว่าแบบพิมพ์ชำรุดหรือสูญหาย ให้รายงานจังหวัด เพื่อแจ้งกรมการปกครอง

ตามลำดับโดยด่วน

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ในการปฏิบัติงานแต่ละวัน

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถือปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรักษาแบบพิมพ์ รูปถ่าย

และอุปกรณ์ในการจัดทำบัตรไว้ในที่ปลอดภัย ไม่ให้เกิดชำรุดสูญหายได้

โดยเฉพาะแบบพิมพ์คำขอ บ.ป.1 ใบรับ และใบแทนใบรับ

ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อไว้เป็นการล่วงหน้าโดยเด็ดขาด

การลงลายมือชื่อในคำขอ บ.ป.1 ใบรับหรือใบแทนใบรับ

ห้ามมิให้ใช้ตรายางลายมือชื่อประทับแทนการลงลายมือชื่อด้วยตนเอง

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การเก็บคำขอ

บ.ป.1 ที่ได้ออกบัตรแล้ว ให้ใช้ปกเก็บเล่มหนึ่งสำหรับคำขอจำนวนสองร้อยฉบับ

โดยแยกเก็บเป็นแฟ้มเรียงตามปีปฏิทินที่ออกบัตร และเลขหมายคำขอตามลำดับก่อนหลัง และให้ระบุเลขหมายคำขอเริ่มต้นและเลขสุดท้ายไว้ที่สันปกเก็บของแฟ้มแต่ละแฟ้มโดยการจัดเก็บคำขอ

บ.ป.1 จะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่ได้รับ บ.ป.1 คืนจากสำนักงานทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ บัตรที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคืน

หรือเรียกคืนมาทุกกรณี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายโดยการเจาะรูบนตัวบัตร

และจัดเก็บรวบรวมไว้ให้สะดวกต่อการค้นหาและตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ คู่ฉบับใบรับ

และใบแทนใบรับ ห้ามฉีกออกจากเล่มโดยเด็ดขาด ในการจัดเก็บให้เย็บรวมกันเป็นปึก

ปึกละสิบเล่ม โดยเรียงตามเลขหมายคำขอ

เสร็จแล้วให้เขียนเลขหมายคำขอเริ่มต้นและเลขสุดท้ายของแต่ละปึกไว้บนสันของปึกนั้น

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ อายุการเก็บเอกสารเกี่ยวกับบัตร

ให้เก็บไว้ตามระยะเวลาดังนี้

(๑) บัตรที่ได้รับคืน หรือเรียกคืนจากผู้ขอมีบัตรทุกกรณีให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่าสิบสองปี

(๒) คำขอ บ.ป.1 ให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่าสิบสองปี

(๓) ใบรับ และใบแทนใบรับ รวมทั้งคู่ฉบับ

ให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่าสิบสองปี

(๔)

บันทึกการสอบสวนและสำเนาหลักฐานเอกสารประกอบการพิจารณาจัดทำบัตรให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่าสิบสองปี

(๕) ทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน ให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่าสิบสองปี

(๖) ทะเบียนไมโครฟิล์ม ไมโครฟิล์มคำขอ บ.ป.1 ฟิล์มรูปถ่ายผู้ขอมีบัตร และข้อมูลรายการเกี่ยวกับบัตร

ที่จัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลทะเบียนบัตร ให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่าสิบแปดปี

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สำรวจเอกสารเกี่ยวกับบัตรที่ครบกำหนดอายุการเก็บในปีนั้น

แล้วทำบัญชีเอกสารเกี่ยวกับบัตรที่ขอทำลายตามแบบ บ.ป.6 เสนอผู้ว่าราชการจังหวัด หรือปลัดกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี

เพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติในกรณีมีเหตุจำเป็นอื่น

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด

หรือปลัดกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี แต่งตั้งคณะกรรมการทำลายเอกสารเกี่ยวกับบัตร

ประกอบด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นประธานกรรมการและกรรมการอีกไม่น้อยกว่าสองคน

โดยแต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป หรือตั้งแต่ระดับ ๓

หรือเทียบเท่าขึ้นไป ให้มีหน้าที่ควบคุมการทำลายเอกสารเกี่ยวกับบัตร

ซึ่งผู้มีอำนาจอนุมัติให้ทำลายได้แล้ว และรายงานผลต่อผู้มีอำนาจอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ การทำลายเอกสารเกี่ยวกับบัตร

ให้ทำลายโดยการเผา หรือวิธีการอื่นใดที่จะไม่ให้เอกสารนั้นอ่านเป็นเรื่องได้

หรือสามารถนำกลับมาใช้อีกได้ เมื่อทำลายเรียบร้อยแล้ว ให้คณะกรรมการทำลายเอกสาร

ทำบันทึกลงนามร่วมกันเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หรือปลัดกรุงเทพมหานคร

แล้วแต่กรณี เพื่อทราบ

ก่อนการทำลายให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายรายการเกี่ยวกับบัตรเลขหมายคำขอที่ได้รับอนุมัติให้ทำลายออกจากทะเบียน

บ.ป.5 ด้วยการขีดฆ่าด้วยปากกาสีแดง พร้อมลงหมายเหตุว่าได้รับอนุมัติให้ทำลายแล้ว

72 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการปกครอง ว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_60adbaeb915067ec

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com