法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง กำหนดระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนและหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่าจ้างรายเดือน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

เรื่อง

กำหนดระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนและหลักเกณฑ์

และวิธีการคำนวณค่าจ้างรายเดือน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 18 (2) (3) วรรคสาม

และวรรคสี่แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537

กระทรวงแรงงานและสวัสดิการ

สังคม จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ในการกำหนดประเภทของการสูญเสียอวัยวะ

(1)

แขนขาด

หมายความว่า

ขาดตั้งแต่ข้อศอกขึ้นมา

(2)

ขาขาด

หมายความว่า

ขาดตั้งแต่หัวเข่าขึ้นมา

(3)

มือขาด

หมายความว่า

ขาดตั้งแต่ข้อมือขึ้นมา

(4)

เท้าขาด

หมายความว่า

ขาดตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นมา

(5)

นิ้วขาด

หมายความว่า

ขาดเกินหนึ่งข้อขึ้นไปสำหรับ

นิ้วหัวแม่มือและนิ้วหัวแม่เท้า

และขาดเกินสองข้อขึ้นไปสำหรับนิ้วอื่น ๆ

(6)

นิ้วขาดหนึ่งข้อ หมายความว่า ขาดตั้งแต่ปลายนิ้วแต่ไม่เกิน

ระดับข้อปลายนิ้ว

(7)

นิ้วขาดสองข้อ หมายความว่า ขาดเกินหนึ่งข้อขึ้นไปแต่

ไม่เกินสองข้อ

(8)

สูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็นร้อยละเก้าสิบขึ้นไป หรือ

เสียความสามารถในการมองเห็นตั้งแต่ 3/60 หรือมากกว่า

หมายความว่า

ไม่สามารถมองเห็นอักษรบนแผ่นป้ายวัดสายตามาตรฐานได้ในระยะห่างจากป้าย

สามเมตรในขณะที่คนตาปกติสามารถมองเห็นได้ในระยะห่างจากป้ายหกสิบเมตร

(9)

สูญเสียความสามารถในการใช้สายตาสองข้างร่วมกัน (Binocular

Vision) หมายความว่า

เมื่อใช้ตาข้างที่ไม่ปกติร่วมกับตาอีกข้างหนึ่งแล้วไม่สามารถ

มองเห็นได้อย่างคนปกติ

และถือว่าเป็นการสูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็นของตา

ข้างที่ไม่ปกติ นั้น

การสูญเสียอวัยวะส่วนใด หรือการที่อวัยวะส่วนใดสูญเสียสมรรถภาพ

ในการทำงานโดยสิ้นเชิง

ซึ่งไม่สามารถจะรักษาให้หายเป็นปกติได้ ให้ถือว่าอวัยวะ

ส่วนนั้นขาดด้วย

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2

กรณีที่ลูกจ้างต้องสูญเสียอวัยวะบางส่วนของร่างกาย ตาม

มาตรา 18 (2) แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537

ให้มีระยะเวลา

การจ่ายค่าทดแทนตามประเภทการสูญเสียอวัยวะ ดังต่อไปนี้

(1)

แขนขาดข้างหนึ่ง สิบปี

(2)

ขาขาดข้างหนึ่ง หกปีกับแปดเดือน

(3)

มือขาดข้างหนึ่ง เก้าปี

(4)

เท้าขาดข้างหนึ่ง สี่ปีกับแปดเดือน

(5)

เท้าทั้งสองข้างหนึ่ง สิบปี

(6)

หูหนวกทั้งสองข้าง ห้าปีกับสิบเดือน

(7)

หูหนวกข้างหนึ่ง

สองปีกับแปดเดือน

(8)

นิ้วหัวแม่มือขาดนิ้วหนึ่ง สามปีกับแปดเดือน

(9)

นิ้วชี้ขาดนิ้วหนึ่ง

สองปีกับสี่เดือน

(10)

นิ้วกลางขาดนิ้วหนึ่ง หนึ่งปีกับสิบเดือน

(11)

นิ้วนางขาดนิ้วหนึ่ง สิบเดือน

(12)

นิ้วก้อยขาดนิ้วหนึ่ง หกเดือน

(13)

นิ้วหัวแม่เท้าขาดนิ้วหนึ่ง

สิบเดือน

(14)

นิ้วเท้าอื่นขาดนิ้วหนึ่ง สามเดือน

(15)

สูญเสียลูกตาข้างหนึ่ง สี่ปีกับห้าเดือน

(16)

สูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็นร้อยละเก้าสิบขึ้นไป หรือ

เสียความสามารถในการมองเห็นตั้งแต่ 3/60

หรือมากกว่าของตาข้างหนึ่ง หรือ

สูญเสียความสามารถในการใช้สายตาสองข้างร่วมกัน (Binocular

Vision)

สามปีกับสิบเดือน

(17) สูญเสียอวัยวะ

หรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะส่วนอื่น

นอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (16)

ให้มีระยะเวลาการจ่ายตามที่ผู้ประกอบ

วิชาชีพเวชกรรมหรือคณะกรรมการการแพทย์กำหนด แต่ไม่เกินห้าปี

ถ้าลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยซึ่งสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสีย

สมรรถภาพของอวัยวะในหลายส่วนของร่างกายตามที่ระบุไว้ใน (1)

ถึง (17)

ให้คำนวณกำหนดเวลาดังกล่าวรวมกันแต่ไม่เกินสิบปี

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 การสูญเสียอวัยวะตามข้อ 2 (8) (9) (10)

(11) (12)

(13) และ (14)

ถ้าลูกจ้างต้องสูญเสียอวัยวะน้อยกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว

ให้มีระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทน ดังนี้

(1)

นิ้วหัวแม่มือขาดหนึ่งข้อ สองปีกับแปดเดือน

(2)

นิ้วชี้ขาดหนึ่งข้อ

หนึ่งปี

(3)

นิ้วชี้ขาดสองข้อ

หนึ่งปีกับสิบเดือน

(4)

นิ้วกลางขาดหนึ่งข้อ

สิบเดือน

(5)

นิ้วกลางขาดสองข้อ

หนึ่งปีกับสี่เดือน

(6)

นิ้วนางขาดหนึ่งข้อ

หกเดือน

(7)

นิ้วนางขาดสองข้อ

แปดเดือน

(8)

นิ้วก้อยขาดหนึ่งข้อ

สามเดือน

(9)

นิ้วก้อยขาดสองข้อ

สี่เดือน

(10)

นิ้วหัวแม่เท้าขาดหนึ่งข้อ แปดเดือน

(11)

นิ้วเท้าอื่นขาดไม่เกินสองข้อ หนึ่งเดือน

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4

กรณีที่ลูกจ้างสูญเสียอวัยวะประเภทใดประเภทหนึ่ง ดังต่อไปนี้

ถือว่าเป็นกรณีลูกจ้างทุพพลภาพ ตามมาตรา 18 (3)

แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน

พ.ศ. 2537 ให้มีระยะเวลาจ่ายค่าทดแทนมีกำหนดสิบห้าปี คือ

(1)

ขาทั้งสองข้างขาด

(2)

เท้าข้างหนึ่งกับขาอีกข้างหนึ่งขาด

(3)

มือหรือแขนข้างหนึ่งกับเท้าหรือขาอีกข้างหนึ่งขาด

(4)

มือทั้งสองข้างขาด

(5)

แขนทั้งสองข้างขาด

(6)

มือข้างหนึ่งกับแขนอีกข้างหนึ่งขาด

(7)

สูญเสียลูกตาทั้งสองข้าง หรือสูญเสียลูกตาข้างหนึ่ง กับสูญเสียสมรรถภาพ

ในการมองเห็นร้อยละเก้าสิบขึ้นไป

หรือเสียความสามารถในการมองเห็นตั้งแต่ 3/60

หรือมากกว่าของตาอีกข้างหนึ่ง

หรือสูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็นร้อยละเก้าสิบขึ้นไป

หรือเสียความสามารถในการมองเห็นตั้งแต่ 3/60

หรือมากกว่าของตาทั้งสองข้าง

(8)

ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่ศีรษะ และ/หรือกระดูกสันหลังเป็นเหตุ

ให้มือหรือแขนทั้งสองข้าง มือข้างหนึ่งกับแขนข้างหนึ่ง

เท้าหรือขาทั้งสองข้าง เท้าข้างหนึ่ง

กับขาอีกข้างหนึ่ง

มือหรือแขนข้างหนึ่งกับเท้าหรือขาอีกข้างหนึ่งสูญเสียสมรรถภาพในการ

ทำงานโดยสิ้นเชิง

(9)

ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่ศีรษะ อันเป็นเหตุให้เกิดความผิดปกติ

ของความรู้สึกตัวและหรือจิตฟั่นเฟือนเป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้และไม่สามารถ

รักษาให้หายได้หรือวิกลจริต

(10)

สูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะในส่วน

หนึ่งส่วนใด หรือในหลายส่วนของร่างกายนอกจากที่กำหนดไว้ใน

(1) ถึง (9) ซึ่ง

คณะกรรมการการแพทย์วินิจฉัยว่าทุพพลภาพ

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 กรณีจะเป็นประการใดก็ตาม

ค่าทดแทนตามมาตรา 18

วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537

ต้องไม่ต่ำกว่าเดือนละสองพันบาท

และไม่เกินเดือนละเก้าพันบาท

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6

หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่าจ้างรายเดือนตามมาตรา 18

วรรคสาม ให้เป็นไปดังนี้

(1)

กรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน เท่ากับค่าจ้างรายเดือน

ในเดือนที่ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือสูญหาย

(2)

กรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน เท่ากับอัตราค่าจ้างรายวัน

ในวันที่ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือสูญหายคูณด้วยยี่สิบหก

(3)

กรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง เท่ากับอัตราค่าจ้าง

ในชั่วโมงที่ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือสูญหายคูณด้วยแปดและยี่สิบหก

(4)

กรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วยตาม

ชิ้นงาน

เท่ากับอัตราค่าจ้างงวดสุดท้ายที่ลูกจ้างลูกจ้างได้รับหารด้วยจำนวนวันที่

ลูกจ้างทำงานในงวดนั้นและคูณด้วยยี่สิบหก

(5)

กรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายระยะเวลาอย่างอื่นหรือคำนวณ

การจ่ายเป็นอย่างอื่น นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ใน (1) ถึง (4)

เท่ากับค่าจ้าง

งวดสุดท้ายที่ลูกจ้างได้รับหารด้วยจำนวนวันทำงานปกติในงวดนั้นและคูณด้วยยี่สิบหก

ในกรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างหลายประเภท ให้คำนวณค่าจ้างแต่ละ

ประเภทตาม (1) ถึง (5) แล้วนำมารวมกันเป็นค่าจ้างรายเดือน

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7

ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมฉบับนี้ให้ใช้บังคับ

ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน 2537

เสริมศักดิ์ การุญ

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง กำหนดระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนและหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่าจ้างรายเดือน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_60dcc9310c56545e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com