法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประมวลจริยธรรมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ประมวลจริยธรรม

ประมวลจริยธรรม

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่

ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ บัญญัติให้มีประมวลจริยธรรมเพื่อกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท โดยให้มีกลไกและระบบในการบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งกำหนดขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ

เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบกับมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๗/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ และครั้งที่ ๑๘/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๓ เดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นเป็นประมวลจริยธรรมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] ประมวลจริยธรรมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประมวลจริยธรรมนี้

“กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ” หมายความรวมถึง ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“ค่านิยม” หมายความว่า สิ่งที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยึดถือเป็นเครื่องช่วยตัดสินใจแล้วกำหนดการกระทำของตน

“จริยธรรม” หมายความว่า ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ ศีลธรรม กฎของศีลธรรมสำหรับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องยึดถือและปฏิบัติ

ปณิธานและอุดมการณ์

ปณิธาน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ มีความปรารถนา มุ่งมั่นและตั้งใจจะปกป้องคุ้มครอง สนับสนุนและส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รับการรับรองหรือคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญาที่ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม

อุดมการณ์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รับการรับรอง หรือคุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญาที่ประเทศไทย มีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม และจะยึดมั่นในหลักนิติธรรม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

มาตรฐานจริยธรรม

มาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก ๙ ประการ ดังนี้

(๑) การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม

(๒) การมีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริตและรับผิดชอบ

(๓) การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตนและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

(๔) การยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม และถูกกฎหมาย

(๕) การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัยและไม่เลือกปฏิบัติ

(๖) การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง

(๗) การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

(๘) การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๙) การยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์กร

มาตรฐานจริยธรรมขององค์กร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ในการรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ในการเป็นพลเมืองดี เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องรักษาชื่อเสียง และภาพลักษณ์ขององค์กรโดยรวมและไม่ประพฤติตนอันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของตำแหน่งหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความเสียสละ ทุ่มเทสติปัญญา ความรู้ความสามารถ ให้บรรลุผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประเทศชาติและประชาชน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องมุ่งแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนด้วยความเป็นธรรม รวดเร็ว มีจิตสำนึกการให้บริการและไม่เลือกปฏิบัติ รวมทั้งมุ่งเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างหน่วยงานและประชาชน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ เรียบร้อย มีอัธยาศัย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องรักษาความลับของทางราชการที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่ การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับโดยเจ้าหน้าที่ จะกระทำได้ต่อเมื่อมีอำนาจหน้าที่ หรือเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องรักษาและเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างผู้ร่วมงาน พร้อมกับให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในทางที่ชอบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องไม่ใช้สถานะ หรือตำแหน่งไปแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในทางทรัพย์สินหรือไม่ก็ตาม ตลอดจนไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ร้องเรียน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ต่าง ๆ อันอาจจะเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของตน เว้นแต่เป็นการให้โดยธรรมจรรยาหรือการให้ตามประเพณี ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เจ้าหน้าที่ต้องประพฤติตนให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วยความสุภาพ มีน้ำใจ มีมนุษยสัมพันธ์อันดี ไม่ดูหมิ่นเหยียดหยามเพื่อนร่วมงาน ต้องไม่ปิดบังข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของเพื่อนร่วมงาน และไม่นำผลงานของผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นผลงานของตน รวมทั้งต้องมุ่งมั่นทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

กลไกและระบบการบังคับใช้ประมวลจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ ต้องประพฤติปฏิบัติ และวางตนอยู่ในกรอบประมวลจริยธรรมนี้อย่างเคร่งครัด ตลอดจนเป็นแบบอย่างที่ดี ควรแก่การยกย่องให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนทั่วไป ทั้งนี้ ให้เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกำกับดูแลการประพฤติปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมนี้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่ามีเจ้าหน้าที่ประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม ให้เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบพิจารณา ดำเนินการ

กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่า เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการ

กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคนหนึ่งคนใดประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม ให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เหลืออยู่เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ กรณีที่มีการร้องเรียนตามข้อ ๑๘ ให้ผู้ร้องทำเป็นหนังสือและอย่างน้อยต้องระบุรายการชื่อ ที่อยู่ และลายมือชื่อของผู้ร้อง พร้อมทั้งระบุข้อเท็จจริง หรือพฤติการณ์ให้ชัดแจ้ง หากคำร้องใดไม่มีรายการข้างต้น ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการจะไม่รับเรื่องไว้พิจารณาก็ได้

กรณีมีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนหรือเหตุที่ปรากฏตามข้อ ๑๘ โดยเป็นเรื่องร้องเรียนหรือเหตุดังว่านั้นได้เคยพิจารณาแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงว่าไม่มีการฝ่าฝืนและได้สั่งยุติเรื่องไปแล้ว กรณีเช่นว่านี้ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการจะไม่รับเรื่องไว้พิจารณาก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การดำเนินการตามข้อ ๑๘ ให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน แต่ไม่เกินห้าคน เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนทางจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ หากดำเนินการสอบสวนตามข้อ ๒๐ แล้ว ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม ให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการตามข้อ ๑๘ สั่งยุติเรื่อง แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม ให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการตามข้อ ๑๘ สั่งลงโทษผู้ฝ่าฝืนตามประมวลจริยธรรมนี้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การดำเนินการทางจริยธรรมตามข้อ ๑๘ ข้อ ๒๐ และข้อ ๒๑ ให้นำแนวทางและวิธีการสอบสวนตามกฎ ก.ร. ว่าด้วยวินัยและการสอบสวนพิจารณาซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา มาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การสั่งการของผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการตามข้อ ๒๑ ให้ถือเป็นที่สุด เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังที่อาจทำให้ผลการสั่งการนั้นเปลี่ยนแปลงไป หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นเป็นอย่างอื่น

ขั้นตอนการลงโทษ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อมีการดำเนินการสอบสวนทางจริยธรรมและมีการสั่งลงโทษตามข้อ ๒๑ แล้ว ให้สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งดังกล่าว โดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนี้ จะถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ให้พิจารณาจากพฤติกรรมของการฝ่าฝืน ความจงใจหรือเจตนา มูลเหตุจูงใจ ความสำคัญและระดับตำแหน่ง ตลอดจนหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ฝ่าฝืน อายุ ประวัติ และความประพฤติในอดีต สภาพแวดล้อมแห่งกรณี ผลร้ายอันเกิดจากการฝ่าฝืน และเหตุอื่นอันควรนำมาประกอบการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนี้ ในกรณีอันมิใช่เป็นความผิดทางวินัยหรือความผิดทางอาญา ให้ดำเนินการตามควรแก่กรณีเพื่อให้มีการแก้ไขหรือดำเนินการที่ถูกต้องหรือตักเตือน หรือนำไปเป็นเงื่อนไขสำคัญเพื่อประกอบการพิจารณาการแต่งตั้ง การเข้าสู่ตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน หรือการพิจารณาความดีความชอบ หรือการสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนนั้นปรับปรุงตนเองหรือได้รับการพัฒนา แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ กรณีเกิดปัญหาในการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓

ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์

ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

คณิตา/ปรับปรุง

๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

วิชพงษ์/ตรวจ

๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๙๘ ง/หน้า ๑๐๓/๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประมวลจริยธรรมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_618de5fe522ae536

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com