法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ค. คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ และคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก.พ.ค.

ว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ค. คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ และ

คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

พ.ศ. 2551

โดยที่เป็นการสมควรกําหนดระเบียบว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ค. คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ และคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 31 (5) และมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ก.พ.ค. จึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบ ก.พ.ค. ว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ค. คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ และคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ พ.ศ. 2551"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ประธาน ก.พ.ค. รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจออกประกาศหรือคําสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ประธาน ก.พ.ค. อาจหารือที่ประชุม ก.พ.ค. เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยก็ได้

ส่วน ๑ บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธาน ก.พ.ค. มีอํานาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) นัดประชุมและกําหนดระเบียบวาระการประชุม

(2) ควบคุมและดําเนินการให้การประชุมเป็นไปโดยเรียบร้อย

(3) รักษาความสงบเรียบร้อยในที่ประชุมและบริเวณที่ประชุม

(4) ดําเนินการอื่นในเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เลขานุการ ก.พ.ค. มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) ดําเนิการนัดประชุมตามที่ประธาน ก.พ.ค. กําหนด

(2) จัดเตรียมและเก็บรักษาเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการประชุม

(3) รับผิดชอบและควบคุมการจัดทํารายงานการประชุม เอกสาร หรือ

รายงานอื่นใดตามมติที่ประชุมหรือตามที่ประธาน ก.พ.ค.

หนด

(4) แจ้งหรือยืนยันมติของที่ประชุมไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง

(5) ดําเนินการอื่นใดตามที่ประธาน หรือกรรมการ ก.พ.ค. มอบหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การนัดประชุมต้องทําเป็นหนังสือและแจ้งให้กรรมการ ก.พ.ค. ทุกคนทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าสามวัน

ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นหรือเร่งด่วน ประธาน ก.พ.ค. จะนัดประชุมโดยวิธีการอย่างอื่นก็ได้

ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ประธาน ก.พ.ค. อาจสั่งงดหรือเลื่อนการประชุมตามที่นัดไว้แล้วก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ระเบียบวาระการประชุมโดยปกติให้จัดลําดับ ดังนี้

(1) เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(2) เรื่องรับรองรายงานการประชุม

(3) เรื่องสืบเนื่อง

(4) เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา

(5) เรื่องเสนอเพื่อทราบ

(6) เรื่องอื่น ๆ

ถ้ากรรมการร่วมกันไม่น้อยกว่าสามคนเห็นว่าเรื่องใดควรนําเข้าสู่การประชุม ให้ประธาน ก.พ.ค. จัดเข้าสู่วาระการประชุมภายในหนึ่งเดือน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้เลขานุการ ก.พ.ค. ส่งระเบียบวาระการประชุมและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจําเป็น อาจส่งเอกสาร

ที่เกี่ยวข้องไปในภายหลังได้ แต่ต้องส่งล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน ยกเว้นเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือลับ จะส่งเอกสารที่ีเกี่ยวข้องให้ใน

ที่ประชุมก็ได้

ส่วน ๒ การประชุม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้กรรมการ ก.พ.ค. และเลขานุการ ก.พ.ค. ลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มาประชุมที่จัดเตรียมไว้ทุกครั้งที่มาประชุม

กรรมการ ก.พ.ค. ผู้ใดไม่อาจมาประชุมตามที่กําหนดได้ ให้แจ้งต่อประธาน ก.พ.ค. หรือเลขานุการ ก.พ.ค. ในโอกาสแรกที่สามารถทําได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการประชุม ผู้ที่เข้าร่วมประชุมได้ นอกจากเลขานุการแล้วให้เป็นไปตามคําสั่งของประธาน ก.พ.ค. สําหรับบุคคลอื่นจะเข้ามาในห้องประชุมได้เมื่อได้รับอนุญาตจากประธานในที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในระหว่างการประชุมห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องบันทึกเสียง เครื่องบันทึกภาพ หรือเครื่องมือสื่อสารใด ๆ เว้นแต่เพื่อประโยชน์ในการจัดทํารายงานการประชุม หรือได้รับอนุญาตจากประธานในที่ประชุม

ในกรณีที่มีการบันทึกเสียงหรือบันทึกภาพเพื่อประโยชน์ในการจัดทํารายงานการประชุม ให้เก็บรักษาแถบบันทึกเสียงหรือแถบบันทึกภาพไว้จนกว่าที่ประชุมจะได้พิจารณารับรองรายงานการประชุมครั้งนั้นแล้ว หรือจนกว่ากรรมการที่ได้ร่วมประชุมแต่มิได้ร่วมพิจารณารับรองรายงานการประชุมได้กลับมาร่วมประชุมและมิได้ทักท้วง จึงจะทําลายหรือลบสิ่งที่บันทึกไว้ในแถบบันทึกเสียงหรือแถบบันทึกภาพดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การประชุมต้องมีกรรมการ ก.พ.ค. มาประชุมรวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการ ก.พ.ค. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมครั้งใดได้ ให้กรรมการ ก.พ.ค. ที่มาประชุมดําเนินการเลือกกรรมการ ก.พ.ค. คนใดคนหนึ่งที่มาประชุม ให้ทําหน้าที่ประธานในที่ประชุมในการประชุมครั้งนั้น และให้ผู้ซึ่งทําหน้าที่ประธานในที่ประชุมมีอํานาจหน้าที่เช่นเดียวกับประธาน ก.พ.ค.

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ กรรมการ ก.พ.ค. ผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณา ห้ามมิให้กรรมการ ก.พ.ค. ผู้นั้นเข้าร่วมประชุมและลงมติในเรื่องนั้น แต่ถ้าได้เข้าร่วมประชุมอยู่ก่อนแล้ว ให้นับกรรมการ ก.พ.ค. ผู้นั้นเป็นองค์ประชุมในการพิจารณาเรื่องนั้นด้วย

ส่วน ๓ การลงมติ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การลงมติของที่ประชุมโดยปกติให้ถือเสียงข้างมากของจํานวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่กรณีที่มีกฎ หรือระเบียบ ก.พ.ค. กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น

กรรมการ ก.พ.ค. คนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน และห้ามมิให้งดออกเสียง ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสีึยงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด และในกรณีที่มีผู้มีความเห็นแย้งให้ทําความเห็นแย้งไว้ก็ได้

การออกเสียงลงมติให้กระทําโดยเปิดเผย เว้นแต่ที่ประชุมโดยเสียงข้างมากมีมติให้กระทําโดยวิธีการลงคะแนนลับ ส่วนวิธีการลงคะแนนลับให้เป็นไปตามที่ประธานในที่ีประชุมกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในการพิจารณาลงมติจะพิจารณารวมหรือแยกประเด็นในการพิจารณาให้เป็นไปตามมติของที่ประชุม

ส่วน ๔ รายงานการประชุมและเอกสารการประชุม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้เลขานุการในที่ประชุม จัดทํารายงานการประชุม โดยบันทึกประเด็นที่ประชุมพิจารณาพร้อมด้วยความเห็นทั้งของเสียงข้างมากและความเห็นของเสียงข้างน้อย และมติของที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ระเบียบวาระการประชุม เอกสารที่เกี่ยวข้อง และรายงานการประชุม ให้เก็บรักษาไว้เป็นเอกสารลับในที่ปลอดภัยไม่น้อยกว่าสิบปี

การทําลายเอกสารให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ รายงานการประชุม ให้ประธาน ก.พ.ค. และเลขานุการ ก.พ.ค. ลงลายมือชื่อในรายงานการประชุมทุกครั้ง แต่ถ้ามิได้มีการลงลายมือชื่อไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้เลขานุการ ก.พ.ค. บันทึกเหตุนั้นไว้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การประชุมคณกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ และคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ให้นําหมวด 1 การประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ค. มาใช้บังคับโดยอนุโลม

บทเฉพาะกาล - บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การประชุมที่ได้ดําเนินการไปก่อนที่ระเบียบนี้จะใช้บังคับ ให้มีผลเป็นการประชุมตามนัยระเบียบนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

นายศราวุธ เมนะเศวต

ประธานกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ค. คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ และคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6239ec48b34fb7b2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com