法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดคณะกรรมการเปรียบเทียบ และหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบ พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เรื่อง กำหนดคณะกรรมการเปรียบเทียบ และหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณา

ของคณะกรรมการเปรียบเทียบ

พ.ศ. ๒๕๕๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๐ วรรคสองและวรรคสาม แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดคณะกรรมการเปรียบเทียบ และหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบ พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดคณะกรรมการเปรียบเทียบ และหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบ พ.ศ. ๒๕๕๙ ลงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๙

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

“ความผิด” หมายความว่า ความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘

“ผู้ต้องหา” หมายความว่า บุคคลผู้ถูกหาว่าได้กระทำความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘

“คณะกรรมการเปรียบเทียบ” หมายความว่า คณะกรรมการเปรียบเทียบตามมาตรา ๑๗๐ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘

คณะกรรมการเปรียบเทียบ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบในเขตกรุงเทพมหานครหนึ่งคณะ และในส่วนภูมิภาคอีกจังหวัดละหนึ่งคณะ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในเขตกรุงเทพมหานครให้ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมประมง เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการเปรียบเทียบ และให้กองกฎหมาย กรมประมง เป็นหน่วยงานฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการเปรียบเทียบ

ในส่วนภูมิภาคให้ประมงจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการเปรียบเทียบและให้กลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมงจังหวัด เป็นหน่วยงานฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการเปรียบเทียบในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบ

ให้ฝ่ายเลขานุการมีหน้าที่ในการรับเรื่องราวจากพนักงานเจ้าหน้าที่และจัดส่งให้คณะกรรมการเปรียบเทียบ ติดตามและแจ้งผลการพิจารณาดำเนินการของคณะกรรมการเปรียบเทียบแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป

หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ บรรดาความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในกรุงเทพมหานครหรือนอกราชอาณาจักรไทย ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบในเขตกรุงเทพมหานครทำการเปรียบเทียบที่กรมประมงและให้ผู้ต้องหาชำระค่าปรับที่กรมประมง

บรรดาความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในส่วนภูมิภาค ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบในส่วนภูมิภาคทำการเปรียบเทียบที่สำนักงานประมงจังหวัดท้องที่เกิดเหตุ และให้ผู้ต้องหาชำระค่าปรับที่สำนักงานประมงจังหวัดนั้น

ในกรณีบรรดาความผิดกระทำในท้องที่ใดในหลายท้องที่หรือความผิดส่วนหนึ่งกระทำท้องที่หนึ่งแต่อีกส่วนหนึ่งกระทำในอีกท้องที่หนึ่ง หรือเป็นความผิดต่อเนื่อง และกระทำต่อเนื่องกันในหลายท้องที่ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจทำการเปรียบเทียบ

ในกรณีมีปัญหาไม่แน่ว่าจะทำการเปรียบเทียบที่ใด ให้อธิบดีกรมประมงเป็นผู้มีอำนาจชี้ขาดโดยคำชี้ขาดของอธิบดีกรมประมงให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบได้รับเรื่องขอให้พิจารณาเปรียบเทียบจากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการเปรียบเทียบนัดประชุมคณะกรรมการเปรียบเทียบโดยเร็วและให้คณะกรรมการเปรียบเทียบพิจารณาเปรียบเทียบให้แล้วเสร็จโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การพิจารณาเปรียบเทียบ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบพิจารณาจากพยานหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑) รายงานการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่

(๒) บันทึกการจับ (ถ้ามี)

(๓) บันทึกคำให้การของผู้ต้องหา (ถ้ามี)

(๔) พยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ในการพิจารณาเปรียบเทียบ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบมีอำนาจแสวงหาข้อเท็จจริงเรียกพยานบุคคลหรือพยานเอกสารจากบุคคลใด ๆ เท่าที่จำเป็นมาประกอบการพิจารณา โดยอาจเรียกผู้ต้องหามาชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ภายใต้บังคับแห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๒ วรรคสาม และมาตรา ๑๖๗ หลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบกำหนดค่าปรับที่ผู้ต้องหาจะพึงชำระดังนี้

(๑) การกระทำความผิดที่มิได้กำหนดโทษตามขนาดของเรือ และไม่มีการกำหนดอัตราโทษขั้นต่ำไว้ หากเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก ให้ปรับในอัตราหนึ่งในสี่ของอัตราโทษที่กำหนดไว้ หากเป็นการกระทำความผิดครั้งที่สอง ให้ปรับในอัตราโทษกึ่งหนึ่งของอัตราโทษที่กำหนดไว้ หากเป็นการกระทำความผิดครั้งที่สาม ให้ปรับในอัตราโทษสามในสี่ของอัตราโทษที่กำหนดไว้ และหากเป็นการกระทำความผิดครั้งที่สี่ขึ้นไป ให้ปรับในอัตราโทษสูงสุดของอัตราโทษที่กำหนดไว้

(๒) การกระทำความผิดที่มิได้กำหนดโทษตามขนาดของเรือ และมีการกำหนดอัตราโทษขั้นต่ำไว้ หากเป็นการกระทำความผิดในครั้งแรก ให้ปรับในอัตราโทษขั้นต่ำสุด หรือปรับในอัตราจำนวนเท่าของมูลค่าของสัตว์น้ำที่กำหนดไว้ในมาตรานั้น ๆ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า หากเป็นการกระทำความผิดซ้ำให้ปรับในอัตราโทษขั้นสูงสุด หรือปรับในอัตราจำนวนเท่าของมูลค่าของสัตว์น้ำที่กำหนดไว้ในมาตรานั้น ๆ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า

(๓) การกระทำความผิดที่มีการกำหนดโทษตามขนาดของเรือ ให้ปรับในอัตราโทษที่กำหนดไว้โดยพิจารณาจากขนาดของเรือ หรือปรับในอัตราจำนวนเท่าของมูลค่าของสัตว์น้ำที่กำหนดไว้ในมาตรานั้น ๆ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า

(๔) การกระทำความผิดที่มีการกำหนดโทษปรับโดยให้คิดจากมูลค่าสัตว์น้ำ ให้ปรับในอัตราจำนวนเท่าของมูลค่าของสัตว์น้ำที่กำหนดไว้ในมาตรานั้น ๆ

(๕) การกระทำความผิดที่มีการกำหนดโทษปรับอัตราเดียว ให้ปรับในอัตราโทษที่กำหนดไว้ในมาตรานั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ มูลค่าราคาสัตว์น้ำตามข้อ ๑๐ ให้คิดในวันที่พบการกระทำความผิด โดยให้เป็นไปตามราคาที่องค์การสะพานปลาประกาศกำหนด หรือราคาซื้อขายที่พาณิชย์จังหวัดประกาศสำหรับสัตว์น้ำจืด ในกรณีสัตว์น้ำประเภทใดไม่มีการประกาศราคาการซื้อขาย ให้เป็นไปตามราคาที่อธิบดีกรมประมงประกาศกำหนดโดยคำนึงถึงราคาตลาด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบได้พิจารณาเปรียบเทียบเสร็จแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งจำนวนค่าปรับที่จะพึงชำระให้ผู้ต้องหาทราบ และให้ผู้ต้องหานำเงินค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบมาชำระภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบ ในกรณีที่ผู้ต้องหาเป็นเจ้าของเรือประมงหรือเป็นผู้ได้รับผลตอบแทนจากการกระทำความผิด ให้แจ้งไปด้วยว่าหากผู้ต้องหายินยอมชำระค่าปรับตามที่มีการเปรียบเทียบแล้ว ผู้ต้องหาต้องยินยอมยกสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ถูกยึดไว้ให้แก่ทางราชการด้วย

ในกรณีที่ผู้ต้องหายินยอมชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบและยินยอมยกสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ถูกยึดไว้ให้แก่ทางราชการตามวรรคหนึ่ง เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับภายในระยะเวลาที่กำหนดและยกสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ถูกยึดไว้ให้แก่ทางราชการแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือไม่ยินยอมยกสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ถูกยึดไว้ให้แก่ทางราชการ หรือไม่ชำระค่าปรับภายในระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบแจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการเปรียบเทียบตามข้อ ๑๒ และข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบจัดทำบันทึกการเปรียบเทียบไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบบันทึกข้อมูลประวัติผู้ต้องหาแนบสำนวนคดี และให้เก็บสำนวนคดีที่ได้ทำการเปรียบเทียบไว้เป็นหลักฐานตามระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เอกสารและหลักฐานตามข้อ ๙ ข้อ ๑๒ ข้อ ๑๔ เอกสารข้อมูลประวัติผู้ต้องหาตามข้อ ๑๕ หรือเอกสารและหลักฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการตามประกาศนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกรมประมงประกาศกำหนด

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วริญา/ปริยานุช/จัดทำ

๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๙

นุสรา/ตรวจ

๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๘๔ ง/หน้า ๒/๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๙

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดคณะกรรมการเปรียบเทียบ และหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบ พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_64268cf10f4dafd1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com