法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 607/2549 เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติ

ที่ 607/2549

เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 แห่ง

พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว

เพื่อให้การพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เป็นไปตามข้อตกลงและแนวทางการปฏิบัติระหว่างประเทศ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และมาตรา 11 (4) แห่งพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 จึงกําหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติของสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในคําสั่งนี้

1.1 “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ในสังกัดสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง

1.2 “ผู้รับมอบอํานาจ” หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติมอบหมายให้มีอํานาจอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การอนุญาตให้คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว จะกระทําได้ต่อเมื่อคนต่างด้าวดังกล่าวถือหนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอันถูกต้องสมบูรณ์อยู่ และทางราชการไทยให้การรับรองและได้รับการตรวจลงตราหรือได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราดังนี้

2.1 ถือหนังสือเดินทางทูต (DIPLOMATIC PASSPORT) หรือหนังสือเดินทางราชการ (OFFICIAL/SERVICE/SPECIAL PASSPORT) หรือหนังสือเดินทางสหประชาชาติ (UNITED NATIONS LAISSEZ-PASSER) ที่ได้รับการตรวจลงตราหรือได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราตามที่รัฐบาลของประเทศนั้นได้ทําความตกลงไว้กับรัฐบาลไทย

2.2 ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (ORDINARY PASSPORT) และได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ (NON - IMMIGRANT VISA category F)

2.3 ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (ORDINARY PASSPORT) และได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเพื่อการต่าง ๆ นอกจากข้อ 2.2

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เป็นผู้ที่เดินทางเข้ามาตามช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท้องที่ตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด และผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร หรือการอนุญาตให้อยู่รอฟังผลการพิจารณาคําขอที่ได้ยื่นไว้ ต้องไม่เกินกว่าอายุของหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางนั้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การพิจารณาอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และรายการเอกสาร ดังต่อไปนี้

| | | |

| --- | --- | --- |

| เหตุแห่งความจําเป็น | หลักเกณฑ์การพิจารณา | รายการเอกสาร |

| 5.1 เป็นบุคคลในคณผู้แทนทางทูต (ตามมาตรา 15 (1) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522) ให้อนุญาตตามกําหนดระยะเวลาตามความจําเป็น | (1) เป็นบุคคลในคณะผู้แทนทางทูตซึ่งรัฐบาลต่างประเทศส่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในราชอาณาจักร หรือซึ่งเดินทางผ่านราชอาณาจักรเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศอื่น และ(2) ถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตรา หรือยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ 2.1 และ(3) ได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ | 1. สําเนาหนังสือเดินทางของผู้ขออยู่ต่อ2.หนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ |

| 5.2 เป็นพนักงานหรือลูกจ้างฝ่ายกงสุล (ตามมาตรา 15 (2) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522) ให้อนุญาตตามกําหนดระยะเวลาตามความจําเป็น | (1) เป็นพนักงานฝ่ายกงสุลหรือลูกจ้างฝ่ายกงสุล ซึ่งรัฐบาลต่างประเทศส่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในราชอาณาจักร หรือซึ่งเดินทางผ่านราชอาณาจักรเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศอื่น และ(2) ถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตรา หรือยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 และ(3) ได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ | 1. สําเนาหนังสือเดินทางของผู้ขออยู่ต่อ2. หนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ |

| 5.3 เป็นบุคคลซึ่งรัฐบาลต่างประเทศโดยความเห็นชอบของรัฐบาลไทยให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจในราชอาณาจักร (ตามมาตรา 15 (3) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522)- กรณีถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตราหรือได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 ให้อนุญาตตามความจําเป็น- กรณีถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตราตามข้อ 2.3 ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี | (1) เป็นบุคคลซึ่งรัฐบาลต่างประเทศโดยความเห็นชอบของรัฐบาลไทยให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจในราชอาณาจักร และ(2) ถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตราหรือยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 หรือ 2.3 และ(3) ได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือจากส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า | 1. สําเนาหนังสือเดินทางของผู้ขออยู่ต่อ2. หนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือจากส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า |

| 5.4 เป็นบุคคลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ หรือภารกิจในราชอาณาจักรตามความตกลงที่รัฐบาลไทยได้ทําไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (ตามมาตรา 15 (4) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522)- กรณีถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตราหรือได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 ให้อนุญาตตามความจําเป็น- กรณีถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตราตามข้อ 2.3 ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี | (1) เป็นบุคคลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ หรือภารกิจในราชอาณาจักรเพื่อรัฐบาลไทย ตามความตกลงที่รัฐบาลไทยทําไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ และ(2) ถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตรา หรือยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 หรือ 2.3 และ(3) ได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือจากส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า | 1. สําเนาหนังสือเดินทางของผู้ขออยู่ต่อ2. หนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือจากส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า3. บันทึกความตกลงที่รัฐบาลไทยทําไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ |

| 5.5 เป็นหัวหน้าสํานักงานหรือพนักงาน หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคคลอื่นซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจในราชอาณาจักรตามความตกลงที่รัฐบาลไทยได้ทําไว้กับองค์การ หรือทบวงการระหว่างประเทศ (ตามมาตรา 15 (5) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522)- กรณีถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตราหรือได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 ให้อนุญาตตามความจําเป็น- กรณีถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตราตามข้อ 2.3 ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี | (1) เป็นหัวหน้าสํานักงานขององค์การหรือทบวงการระหว่างประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครองการดําเนินงานในประเทศไทย หรือซึ่งรัฐบาลไทยได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว หรือเป็นพนักงานหรือผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่น ซึ่งองค์การ หรือทบวงการตามวรรคแรก แต่งตั้ง หรือมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ หรือภารกิจในราชอาณาจักรเพื่อองค์การ หรือทบวงการดังกล่าว หรือเพื่อรัฐบาลไทยตามความตกลงที่รัฐบาลไทยได้ทําไว้กับองค์การ หรือทบวงการระหว่างประเทศนั้น และ(2) ถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตรา หรือยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 หรือ 2.3 และ(3) ได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือจากส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า | 1. สําเนาหนังสือเดินทางของผู้ขออยู่ต่อ2. หนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือจากส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า |

| 5.6 เป็นคู่สมรส หรือบุตรซึ่งอยู่ในความอุปการะและเป็นส่วนแห่งครัวเรือน (ตามมาตรา 15 (6) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522)- กรณีถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตราหรือได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 ให้อนุญาตตามความจําเป็น- กรณีถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตราตามข้อ 2.3 ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี | (1) เป็นคู่สมรส หรือบุตรซึ่งอยู่ในความอุปการะ และเป็นส่วนแห่งครัวเรือนของบุคคลตามมาตรา 15 (1) (2) (3) (4) หรือ (5) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และ(2) ถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตรา หรือยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 หรือ 2.3 และ(3) ได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือจากส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า | 1. สําเนาหนังสือเดินทางของผู้ขออยู่ต่อ2. หนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือจากส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า |

| 5.7 เป็นคนรับใช้ส่วนตัว (ตามมาตรา 15 (7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522)ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี | (1) เป็นคนรับใช้ส่วนตัวซึ่งเดินทางจากต่างประเทศ เพื่อมาทํางานประจําเป็นปกติ ณ ที่พักอาศัยของบุคคลตามมาตรา 15 (1) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 หรือ ณ ที่พักอาศัยของบุคคลซึ่งได้รับเอกสิทธิเท่าเทียมกันกับบุคคลซึ่งมีตําแหน่งทางทูตตามความตกลงที่รัฐบาลไทยได้ทําไว้กับรัฐบาลต่างประเทศหรือกับองค์การ หรือทบวงการระหว่างประเทศ และ(2) ถือหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจลงตรา หรือยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 หรือ 2.3 และ(3) ได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ | 1. สําเนาหนังสือเดินทางของผู้ขออยู่ต่อ2.หนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ |

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ และคําสั่งอื่นใด ในส่วนที่กําหนดไว้แล้วในคําสั่งนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้ใช้คําสั่งนี้แทน

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2549

พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ

ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 607/2549 เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_65df2d68aae302c2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com