ข้อ ๗
ในกรณีที่พนักงานตรวจโรคสัตว์มีเหตุอันควรสงสัยว่าเนื้อสัตว์นั้นเป็นโรค
หรือมีสารตกค้างที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
หรือมีลักษณะไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์นั้นเป็นอาหารตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ให้พนักงานตรวจโรคสัตว์ทำการผ่าเนื้อสัตว์หรือเก็บตัวอย่างส่งตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์หรือที่กรมปศุสัตว์ให้การรับรอง
ถ้าผลการตรวจพิสูจน์เนื้อสัตว์ตามวรรคหนึ่งพบโรค
หรือสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค หรือมีลักษณะไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์นั้นเป็นอาหารตามที่ประกาศกรมปศุสัตว์
เรื่อง กำหนดโรคหรือลักษณะไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์นั้นเป็นอาหาร
ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๙
ให้พนักงานตรวจโรคสัตว์สั่งทำลายเนื้อสัตว์นั้นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือสั่งให้จัดทำให้เป็นเนื้อสัตว์ที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคก่อน
การจัดทำให้เป็นเนื้อสัตว์ที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคตามวรรคสอง
ให้พนักงานตรวจโรคสัตว์ปฏิบัติดังนี้
(๑)
เนื้อสัตว์ที่ส่วนหนึ่งส่วนใดมีรอยโรคตามประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง
กำหนดโรคหรือลักษณะไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์นั้นเป็นอาหาร
ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๙
ถือว่าเนื้อสัตว์ส่วนนั้นไม่เหมาะสมที่จะใช้บริโภคเป็นอาหารให้พนักงานตรวจโรคสัตว์สั่งให้ทำลายเนื้อสัตว์นั้นทั้งหมด
(๒)
เนื้อสัตว์ที่ส่วนหนึ่งส่วนใดมีลักษณะไม่เหมาะสมที่จะใช้บริโภคเป็นอาหารตามข้อ ๓ ของประกาศกรมปศุสัตว์
เรื่อง กำหนดโรคหรือลักษณะไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์นั้นเป็นอาหารตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์
พ.ศ. ๒๕๕๙
ให้พนักงานตรวจโรคสัตว์สั่งให้ตัดเนื้อสัตว์ส่วนที่เสียนั้นออกแล้วนำไปทำลายทิ้ง
หากต้องการนำเนื้อสัตว์ส่วนที่เสียนั้นไปบริโภคหรือจะนำไปทำเป็นอาหารสัตว์
ให้พนักงานตรวจโรคสัตว์สั่งให้นำไปผ่านกระบวนการให้ความร้อนที่อุณหภูมิ ๑๓๓
องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน ๒๐ นาที ที่ความดัน ๓ บาร์
ก่อนใช้เนื้อสัตว์ส่วนนั้นเป็นอาหาร
การตรวจโรคและการตรวจพิสูจน์โรคสัตว์กรณีสัตว์ตายโดยมิได้ถูกฆ่า