คำสั่ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
คำสั่ง
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
ที่ ๑๖๗/๒๕๕๗
เรื่อง
ให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นศูนย์อำนวยการตามมาตรา ๑๗
แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗
เห็นชอบให้ประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
และอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
ระหว่างวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ และมอบหมายให้
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน
ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง
และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
และจัดทำแผนการดำเนินการในการบูรณาการการกำกับ ติดตาม และเร่งรัดหน่วยงานของรัฐ
และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๗
แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑
ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เมื่อวันที่
๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
๑. เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน
ให้บรรดาประกาศ ข้อกำหนด คำสั่ง หรือการดำเนินการใดของ หน่วยงาน พนักงานเจ้าหน้าที่
หรือผู้ใดที่ได้รับมอบหมายจาก ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
ที่ได้จัดตั้งขึ้นตามคำสั่ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่
๑๑๐/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ยังคงเป็นศูนย์อำนวยการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
พ.ศ. ๒๕๕๑ และเป็นหน่วยขึ้นตรงของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
โดยมีภารกิจในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง
และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
ในเขตพื้นที่และห้วงเวลาที่ประกาศ
๒. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยให้เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่แทนผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
ในการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติภารกิจข้างต้นได้
ตามความจำเป็นและเหมาะสม
๓. โครงสร้าง
การบริหารจัดการ อำนาจหน้าที่
การกำกับติดตามสายการบังคับบัญชาและอัตรากำลังของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
ให้เป็นไปตามผนวก ก ผนวก ข และผนวก ค ที่แนบท้ายคำสั่งนี้ ทั้งนี้
ให้ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยพิจารณาแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมได้
ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์
๔. ให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานอื่น
ๆ
ที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนการดำเนินการตามที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
ประสานและร้องขอ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๕๕๗
สั่ง ณ
วันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
[เอกสารแนบท้าย]
๑. ผนวก ก โครงสร้าง การบริหารจัดการ อำนาจหน้าที่
การกำกับติดตามสายการบังคับบัญชาของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ประกอบคำสั่ง
กอ.รมน. ที่ ๑๖๗/๒๕๕๗ ลง ๒๙ เม.ย. ๕๗
๒. ผนวก ข (การจัดเฉพาะกิจ) ประกอบคำสั่ง กอ.รมน. ที่ ๑๖๗/๒๕๕๗ ลง ๒๙
เม.ย. ๕๗
๓. อนุผนวก ๑ (โครงสร้างการจัดเฉพาะกิจ ศปก.ศอ.รส.,
ส่วนระวังป้องกัน, กำลังตำรวจ) ประกอบผนวก ข (การจัดเฉพาะกิจ) ประกอบคำสั่ง
กอ.รมน. ที่ ๑๖๗/๒๕๕๗ ลง ๒๙ เม.ย. ๕๗
๔. อนุผนวก ๒ (โครงสร้างการจัดเฉพาะกิจ กำลังทหาร และ กำลัง กอ.รมน.)
ประกอบผนวก ข (การจัดเฉพาะกิจ) ประกอบคำสั่ง กอ.รมน. ที่ ๑๖๗/๒๕๕๗ ลง ๒๙ เม.ย. ๕๗
๕. ผนวก ค รายนามคณะที่ปรึกษา ศอ.รส. ประกอบคำสั่ง กอ.รมน. ที่ ๑๖๗/๒๕๕๗
ลง ๒๙ เม.ย. ๕๗
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗
อุษมล/ผู้ตรวจ
๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๗๒ ง/หน้า ๒๓/๓๐ เมษายน ๒๕๕๗