ข้อ ๒ วิธีการกำหนดราคาตลาดของแร่ ให้กำหนดดังนี้
(๑) แร่ดีบุก
(ก) ราคาโลหะดีบุกในแร่ ให้ประกาศเป็นราคาต่อหนึ่งหาบหลวงโดยให้ถือจาก
ราคาตลาดครั้งหลังสุดที่ซื้อขายกันในสหพันธ์มาเลเซีย
(ข) เมื่อใดราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศครั้งหลังสุดเกินห้าสิบบาท
ต่อหนึ่งหาบหลวง ให้ประกาศใหม่
(๒) แร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์
(ก) ราคาแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ ให้ประกาศโดยให้ถือจากราคาตลาดเฉลี่ย
ของแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ร้อยละหกสิบห้าครั้งหลังสุดที่ซื้อขายกันในนครนิวยอร์ก สหรัฐ
อเมริกา ต่อแร่หนึ่งหาบหลวง
(ข) เมื่อใดราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศครั้งหลังสุดเกิน
ยี่สิบห้าบาทต่อหนึ่งหาบหลวง ให้ประกาศใหม่
(๓) แร่ทองคำ
(ก) ราคาแร่ทองคำ ให้ประกาศเป็นราคาต่อหนึ่งกรัมของทองคำบริสุทธิ์โดย
ให้ถือจากราคาตลาดครั้งหลังสุดที่ซื้อขายกันในกรุงเทพฯ
(ข) เมื่อใดราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศครั้งหลังสุดเกินหนึ่งบาท
ต่อหนึ่งกรัมของทองคำบริสุทธิ์ให้ประกาศใหม่
(ค) ในกรณีที่ราคาตลาดต่ำกว่าราคาทองคำบริสุทธิ์ตามพระราชกฤษฎีกากำหนด
ค่าเสมอภาคของบาทออกตามความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ ให้
ประกาศโดยถือราคากำหนดค่าเสมอภาคของบาท
(๔) แร่ชนิดอื่น
(ก) ราคาแร่ชนิดอื่น นอกจากที่ระบุใน (๑) (๒) และ (๓) และแร่ที่มีกฎกระทรวง
กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ประกาศเป็นราคาต่อหนึ่งเมตริกตันตามชนิดและสภาพของแร่นั้น โดยให้ถือจากราคาถัวเฉลี่ยที่ซื้อขายกันในกรุงเทพ ฯ ครั้งหลังสุด
(ข) สำหรับแร่ที่ผลิตขายเพื่ออุตสาหกรรมประดิษฐกรรม หรือพลังงานภายใน
ประเทศ นอกจากโลหกรรมให้ประกาศโดยให้ถือจากราคาถัวเฉลี่ยที่ซื้อภายในประเทศของผู้ใช้แร่
ตามชนิดและสภาพของแร่นั้น
(ค) เมื่อใดแร่ชนิดใดในสภาพใดที่ได้ประกาศราคาครั้งหลังสุดต่ำกว่าหนึ่งพันบาท
ต่อหนึ่งเมตริกตัน มีราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศไว้นั้นเกินสามสิบบาทต่อหนึ่ง
เมตริกตัน ให้ประกาศใหม่
(ง) เมื่อใดแร่ชนิดใดในสภาพใดที่ได้ประกาศราคาครั้งหลังสุดตั้งแต่หนึ่งพันบาท
ขึ้นไปจนถึงหนึ่งหมื่นบาทต่อหนึ่งเมตริกตัน มีราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศไว้นั้น
เกินห้าสิบบาทต่อหนึ่งเมตริกตันให้ประกาศใหม่
(จ) เมื่อใดแร่ชนิดใดในสภาพใดที่ได้ประกาศราคาครั้งหลังสุดสูงกว่าหนึ่งหมื่นบาท
ต่อหนึ่งเมตริกตัน มีราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศไว้นั้นเกินสี่ร้อยบาทต่อหนึ่ง
เมตริกตัน ให้ประกาศใหม่