ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง
สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์
ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้
ของบริษัทเงินทุน
และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
๑.
เหตุผลในการออกประกาศ
แม้ปัจจุบันบริษัทจะได้มีการกันสำรองเพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระดับที่เพียงพอสอดคล้องกับแนวทางของมาตรฐานการบัญชีไทย
ฉบับที่ ๑๑ เรื่อง หนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันแล้ว แต่เนื่องด้วยมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ
(International Accounting Standard -IAS) ฉบับที่ ๓๙ เรื่อง การรับรู้และการวัดมูลค่าตราสารทางการเงิน
ได้เริ่มมีผลบังคับใช้ในประเทศต่างๆ แล้วเมื่อปี ๒๕๔๘ สำหรับประเทศไทยคาดว่า สภาวิชาชีพบัญชีจะกำหนดให้มีผลบังคับใช้ประมาณปี
๒๕๕๑ มาตรฐานการบัญชีฉบับดังกล่าวจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงินโดยเฉพาะเงินให้สินเชื่อซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักของบริษัท
กล่าวคือ บริษัทต้องกันเงินสำรองเพื่อรองรับความเสียหายเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าลูกหนี้จะไม่สามารถชำระหนี้ได้
เช่น ลูกหนี้ที่มีการค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า ๓ เดือน โดยบริษัทต้องกันเงินสำรองสำหรับผลต่างของยอดหนี้คงค้างกับมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่บริษัทคาดว่าจะได้รับจากลูกหนี้
หรือผลต่างของยอดหนี้คงค้างกับมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่บริษัทคาดว่าจะได้รับจากการจำหน่ายหลักประกัน
ซึ่งเงินสำรองที่ต้องกันดังกล่าวนั้น IAS ๓๙ อนุญาตให้บริษัทเลือกที่จะกันเป็นเงินสำรองสะสมไว้
หรือตัดลูกหนี้ส่วนนั้นออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ วิธีใดก็ได้ตามที่เห็นว่าเหมาะสม
เพื่อให้บริษัทมีการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตาม
IAS ๓๙ ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในประเทศไทยประมาณปี ๒๕๕๑ และเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทมากนักธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกำหนดให้บริษัททยอยกันเงินสำรองตามมาตรฐานการบัญชีฉบับดังกล่าวภายในวันที่
๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐
๒.
อำนาจตามกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๓ ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์
และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ และมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๘ ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกำหนดเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้
และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
ตามที่กำหนดในประกาศฉบับนี้
๓.
ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับบริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ทุกบริษัท
๔.
เนื้อหา
๔.๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้
และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
ลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๔๗
๔.๒ ในประกาศฉบับนี้
(๑) สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง
สินทรัพย์จัดชั้นสูญ
(๒) สินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้
หมายถึง
(ก) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ
(ข) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย
(ค) สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน
(ง) สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ หรือ สินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษ
(จ) สินทรัพย์จัดชั้นปกติ
(๓) เงินสำรอง หมายถึง เงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญค่าเผื่อการลดราคา
ค่าเผื่อการด้อยค่า ค่าเผื่อการปรับมูลค่า สำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้
ทั้งนี้ บริษัทจะต้องกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นแต่ละประเภทตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้
๔.๓ สินทรัพย์จัดชั้นสูญ
สินทรัพย์จัดชั้นสูญดังต่อไปนี้ให้ตัดออกจากบัญชี
(๑) สิทธิเรียกร้องซึ่งได้ปฏิบัติการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แต่ไม่มีทางที่จะได้รับชำระหนี้แล้ว
โดยให้พิจารณาตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(ก) ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญไปและไม่มีทรัพย์สินใดๆ
จะชำระหนี้ได้
(ข) ลูกหนี้เลิกกิจการ และมีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้
(ค) บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง
และในกรณีนั้นๆ ได้มีคำบังคับหรือคำสั่งของศาลแล้ว แต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ จะชำระหนี้ได้
(ง) บริษัทได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย
และในกรณีนั้นๆ ได้มีการประนอมหนี้กับลูกหนี้โดยศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้น
หรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกแล้ว
(๒) สิทธิเรียกร้องซึ่งตามพฤติการณ์ไม่อาจเรียกให้ชำระหนี้ได้
(๓) สินทรัพย์อื่นซึ่งชำรุด เสียหาย หรือหมดราคา
(๔) ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
๔.๔ สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ
สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้กันเงินสำรองในอัตราร้อยละ ๑๐๐
(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า
๑๒ เดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน
แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญแล้ว
(๒) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้ หรือซื้อจากการขายทอดตลาดเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคาไว้ไม่เกิน
๑๒ เดือนโดยมูลค่าที่กล่าวให้หักด้วยประมาณการค่าใช้จ่ายในการขายก่อนนำไปเปรียบเทียบกับราคาตามบัญชีแต่หากบริษัทได้ทำการประเมินราคาหรือตีราคาไว้เกินกว่า
๑๒ เดือน ให้นำมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคามาใช้ได้เพียงร้อยละ ๕๐ ทั้งนี้
ในการประเมินราคาหรือตีราคาอสังหาริมทรัพย์ที่กล่าวให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
(๓) สินทรัพย์อื่นเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่ายุติธรรมหรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน
ทั้งนี้ บริษัทต้องกำหนดมูลค่ายุติธรรมหรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในมาตรฐานการบัญชี
(๔) ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของยอดหนี้ที่สูงกว่ามูลค่าหลักประกัน
(๕) สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวน
(๖) ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
(๗) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง
๔.๕ สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย
สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐
(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า
๖ เดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน
แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญหรือสงสัยจะสูญแล้ว
(๒) ลูกหนี้ที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว
(๓) ลูกหนี้ที่หยุดดำเนินกิจการหรือเลิกกิจการ หรือกิจการของลูกหนี้อยู่ระหว่างชำระบัญชี
(๔) ลูกหนี้ที่ประวิงการชำระหนี้ หรือกระทำการใดๆ
เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ เช่น ออกไปเสียนอกราชอาณาจักร หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน
(๕) ลูกหนี้ที่บริษัทติดต่อไม่ได้ หรือตามตัวลูกหนี้ไม่พบ
หรือลูกหนี้ไปเสียจากภูมิลำเนาที่ปรากฏตามสัญญาโดยไม่แจ้งให้บริษัททราบ
(๖) ลูกหนี้ที่ไม่ปรากฏธุรกิจแน่ชัด หรือไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจัง
หรือนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
(๗) บริษัทได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง
(๘) สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกให้ชำระคืนไม่ได้ครบถ้วน
(๙) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นคาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง
๔.๖ สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน
สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐานตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐
(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า
๓ เดือนนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน
แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ หรือสงสัยแล้ว
(๒) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นมีปัญหาในการเรียกให้ชำระคืน
หรือไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามปกติตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง
๔.๗ จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษ
สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้
ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒ หรืออัตราที่ต่ำกว่าซึ่งคำนวณได้ตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตามเอกสารแนบ โดยใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับเป็นฐานในการคำนวณเงินสำรอง
ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า
๑ เดือน นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา หรือวันที่บริษัททวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน
แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย หรือต่ำกว่ามาตรฐานแล้ว
๔.๘ สินทรัพย์จัดชั้นปกติ
สินทรัพย์จัดชั้นปกติตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑ หรืออัตราที่ต่ำกว่าซึ่งคำนวณได้ตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตามเอกสารแนบ โดยใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับเป็นฐานในการคำนวณเงินสำรอง
(๑) ลูกหนี้ที่ไม่ผิดนัดชำระหนี้
(๒) ลูกหนี้อื่นที่ไม่เข้าข่ายเป็นลูกหนี้จัดชั้นสูญ
สงสัยจะสูญ สงสัย ต่ำกว่ามาตรฐานหรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ (หรือควรระวังเป็นพิเศษ)
(๓) ลูกหนี้ที่มีหนังสือยืนยันการตรวจรับงานจากหน่วยราชการตามระเบียบของหน่วยราชการนั้นที่มีระยะเวลาไม่เกิน
๖ เดือน นับแต่วันตรวจรับงาน เงินให้สินเชื่อส่วนที่มีหนังสือยืนยันนั้นให้ถือเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ
ในการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ
(หรือควรระวังเป็นพิเศษ) ตามข้อ ๔.๗ และสินทรัพย์จัดชั้นปกติตามข้อ ๔.๘ หากธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าอัตราที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตามเอกสารแนบไม่เพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงสำหรับบริษัทใด
ธนาคารแห่งประเทศไทยมีสิทธิสั่งการให้บริษัทนั้นกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นดังกล่าวในอัตราที่เห็นสมควรได้
แต่ต้องไม่เกินร้อยละ ๒ หรือร้อยละ ๑ แล้วแต่กรณี
๔.๙ การจัดชั้นรายบัญชี
ให้บริษัทจัดชั้นเงินให้สินเชื่อโดยพิจารณาเป็นรายบัญชี
ไม่ต้องพิจารณาจัดชั้นเป็นกลุ่มลูกหนี้ หรือจัดชั้นลูกหนี้ในเครือเดียวกันไว้ที่ชั้นเดียวกัน
๔.๑๐ การจัดชั้นเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์
ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ให้ถือเป็นลูกหนี้ที่ไม่ต้องจัดชั้น
และไม่ต้องกันเงินสำรอง เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ ๔.๔ (๔)
๔.๑๑ การจัดชั้นกรณีปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
ให้บริษัทถือปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) ตัดส่วนสูญเสียออกจากบัญชี หรือกันเงินสำรองดังต่อไปนี้
(ก) ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้
หรือรับชำระหนี้โดยการรับโอนสินทรัพย์ ตราสารการเงิน หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน
ให้บริษัทตัดจำหน่ายบัญชีลูกหนี้และบันทึกส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นพร้อมกับโอนกลับรายการเงินสำรองส่วนเกินที่กันไว้เฉพาะสำหรับลูกหนี้รายนั้นทั้งจำนวนได้
(ข) ในกรณีที่บริษัทยินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้
โดยไม่มีการลดต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งมีผลทำให้มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของหนี้ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ได้คำนวณตามวิธีการที่กำหนดไว้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดต่ำกว่าราคาตามบัญชีเดิมรวมดอกเบี้ยค้างรับที่บันทึกในบัญชีของลูกหนี้ก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ให้บริษัทบันทึกเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นดังกล่าวทั้งจำนวน ทั้งนี้ บริษัทสามารถโอนกลับรายการเงินสำรองที่กันไว้แล้วเดิมก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายนั้นได้เฉพาะจำนวนที่กันไว้แล้วสูงกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกัน
และหากเงินสำรองที่กันไว้แล้วต่ำกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันก็ให้กันเงินสำรองเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันดังกล่าว
(ค) ในกรณีที่บริษัทยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้
หรือรับชำระหนี้บางส่วนโดยการรับโอนสินทรัพย์ ตราสารการเงิน หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน
และผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ในส่วนที่เหลือให้แก่ลูกหนี้ ให้บริษัทปฏิบัติตาม
(ก) สำหรับกรณีการลดต้นเงินหรือดอกเบี้ย หรือการรับชำระหนี้ดังกล่าว และปฏิบัติตาม
(ข) ในส่วนการผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้
(๒) ในระหว่างติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ซึ่งลูกหนี้ต้องชำระเงินตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า
๓ เดือน หรือ ๓ งวดการชำระเงินแล้วแต่ระยะเวลาใดจะนานกว่า ให้ดำเนินการดังนี้
(ก) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสงสัยจะสูญ หรือสงสัย
ให้จัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน
(ข) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ
(หรือควรระวังเป็นพิเศษ) ให้คงจัดชั้นเช่นเดิม
ทั้งนี้ บริษัทจะต้องกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ตามสถานะการจัดชั้นหลังการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
หากเงินสำรองตาม (๒) นี้มีจำนวนสูงกว่าเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตาม
(๑) (ข) และ (ค)
เมื่อลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้โดยชำระเงินตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า
๓ เดือน หรือ ๓ งวดการชำระเงินแล้วให้ถือเป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ
ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่
ให้นับระยะเวลาการค้างชำระรวมกับระยะเวลาการค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แล้วพิจารณาจัดชั้นตามหลักเกณฑ์การจัดชั้นเพื่อการกันเงินสำรองตามเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ต่อไป
(๓) สำหรับลูกหนี้ที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
และเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้บริษัทจัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
(ก) ลูกหนี้ที่สามารถชำระดอกเบี้ยได้ไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด
(Market interest rate) โดยไม่มีช่วงปลอดการชำระดอกเบี้ย แต่อาจมีช่วงปลอดชำระเงินต้นได้
(ข) ลูกหนี้ที่มีส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ
๒๐ ของยอดหนี้ตามบัญชีก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งได้มีการตัดออกจากบัญชีแล้ว
หรือได้มีการกันเงินสำรองในอัตราดังกล่าวครบถ้วนแล้ว โดยหนี้ส่วนที่เหลือได้มีการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้
ตลอดจนกระแสเงินสด อย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล และ มีหลักฐานประกอบจนเชื่อได้แน่นอนว่า
ลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุง โครงสร้างหนี้ได้
(ค) ลูกหนี้ในลักษณะ Loan Syndication หรือมีเจ้าหนี้หลายราย
ซึ่งบรรดาเจ้าหนี้ได้ตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ร่วมกันได้ และสามารถแสดงหลักฐานการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้
ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล และมีความเป็นไปได้แน่นอนที่ลูกหนี้จะปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้
(ง) กรณีที่บริษัทได้ฟ้องร้องลูกหนี้ ต่อมาได้มีการตกลงทำ
สัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว และกรณีที่บริษัทได้ฟ้องร้องลูกหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
และศาลได้มีคำสั่งเห็นชอบตามคำขอประนอมหนี้หรือแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว
(๔) กรณีที่บริษัทได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้บริษัทจัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
(๕) ในกรณีที่เห็นว่ามีข้อผิดสังเกตในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้มีการแก้ไข หรือให้บริษัทหาผู้เชี่ยวชาญอิสระมาประเมินหรือทบทวนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
หรือสั่งการให้เปลี่ยนแปลงการจัดชั้นและการกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ในแต่ละรายได้
๔.๑๒ มูลค่าหลักประกันที่ใช้ในการกันเงินสำรอง
ในการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นทุกประเภท
เว้นแต่สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔.๔ (๒) (๓) (๔) และ (๖) ให้นำมูลค่าของหลักประกันซึ่งได้ประเมินราคาตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง
โดยบริษัทสามารถเลือกที่จะนำหลักประกันมาหักออกจากบัญชีใดของลูกหนี้ก่อนก็ได้ ทั้งนี้
มูลค่าของหลักประกันที่นำมาหักได้จะต้องไม่สูงเกินกว่าวงเงินที่ระบุในสัญญาจำนำ สัญญาจำนอง
สัญญาค้ำประกัน หรือสัญญาหลักประกันอื่นแล้วแต่กรณี และประเภทหลักประกัน มูลค่าที่จะนำมาหักได้
รวมทั้งความถี่ในการประเมินราคาหลักประกันแต่ละประเภทให้เป็นไปตามตารางสรุปประเภทของหลักประกันและมูลค่าของหลักประกันที่สามารถนำมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรองตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
สำหรับสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษตาม