ข้อ ๑๙ เมื่อลูกจ้างรายเดือนมีกรณีดังต่อไปนี้
และผู้บังคับบัญชาเห็นสมควรให้ออกจากงานก็ให้มีอำนาจสั่งให้ออกจากงานได้
(๑) มีร่างกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถ
จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือเป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง
(๒) มีความประพฤติไม่เป็นที่ไว้วางใจที่สมควรจะให้คงทำงานต่อไป
(๓) หย่อนความสามารถด้วยเหตุใด ๆ
ในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่การงานของตน
(๔) ทำงานติดต่อกันมานานจนครบสามสิบปีบริบูรณ์แล้ว
และเป็นผู้ที่มี
ลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
ก.มีความรู้ความสามารถไม่ดีพอกับตำแหน่งหน้าที่ เช่น
ปฏิบัติงานเฉื่อยชาล่าช้า หรือปฏิบัติงานผิดพลาดอยู่เสมอ
หรือมีความรู้สามารถเสมอตัวไม่ดีไม่เลว แต่หาผู้อื่นดีกว่าได้
ข.ประพฤติตนไม่สมศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ เช่น
ประพฤติตนเสเพลเสพเครื่องดองของเมาจนไม่สามารถครองสติได้ มีหนี้สินรุงรัง
เล่นการพนันที่ผิดกฎหมาย
ค.
มีอนามัยหรือสุขภาพไม่สมบูรณ์
(๕) ครบเกษียณอายุ คือ เมื่อผู้ใดอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์
ในปีใดให้มีสิทธิที่จะทำงานต่อไปได้จนถึงสิ้นปีงบประมาณที่ครบเกษียณอายุ
แล้วให้ออกจากงานตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่ของปีงบประมาณถัดไป
แต่ถ้าผู้นั้นประสงค์จะออกเมื่อครบเกษียณอายุ ก็ให้ออกจากงานได้ตั้งแต่วันถัดไป
(๖) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาศาลถึงที่สุดแล้ว
แม้ความผิดที่ลงโทษนั้นจะเป็นความผิดลหุโทษ หรือที่มีกำหนดโทษขั้นลหุโทษ
หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ซึ่งยังไม่ถึงกับจะถูกลงโทษไล่ออก หรือปลดออก
ฐานกระทำผิดวินัยจะสั่งให้ผู้นั้นออกจากงานเสียก็ได้
(๗) ผู้ที่ได้รับการจ้างเป็นลูกจ้างรายเดือนของการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้วภายหลังปรากฏว่า
ผู้นั้นขาดคุณสมบัติตามข้อ ๖ ก็ดี หรือลูกจ้างรายเดือนประเภทที่ ๑ เป็นผู้ขาดพื้นความรู้
ตามข้อบังคับว่าด้วยวิทยฐานะ และอัตราเงินเดือน สำหรับบรรจุบุคคลใหม่เข้าทำงานเป็นพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย
อยู่ก่อนได้รับการจ้างก็ดี หรือมีกรณีต้องหาอยู่ก่อนและภายหลังเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ
เนื่องจากกรณีต้องหานั้นก็ดี ให้ผู้มีอำนาจสั่งจ้างสั่งให้ผู้นั้นออกจากงานโดยพลัน ทั้งนี้
ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่ และการได้รับเงินค่าจ้างก่อนมีคำสั่งให้ออกจากงาน
(๘) ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
และการสอบสวนไม่ได้ความแน่ชัดพอที่จะลงโทษไล่ออกหรือปลดออกได้
แต่มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนนั้น ซึ่งถ้าจะให้คงทำงานอยู่ต่อไปอาจเป็นการเสียหายแก่การรถไฟแห่งประเทศไทย
หมวด
๕
ระเบียบวินัยและการลงโทษ