ข้อ ๑๑
ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนประสงค์จะโอนการประกอบกิจการสำนักงานช่างรังวัดเอกชนตามมาตรา
๓๙ แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ให้ผู้โอนและผู้รับโอนยื่นคำขอโอนการประกอบกิจการสำนักงานช่างรังวัดเอกชน
ตามแบบ สช.๕ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน
และแนบหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในคำขอนั้น
(๒) ให้นำความในข้อ ๘ และข้อ ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
เด่น โต๊ะมีนา
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
คำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (แบบ สช.๑)
๒.
ใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (แบบ สช.๒)
๓.
คำขอรับใบแทนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (แบบ สช.๓)
๔.
คำขอรับโอนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (แบบ สช.๔)
๕.
คำขอโอนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (แบบ สช.๕)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๒๘
แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า
การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน การออกใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า
การขอรับโอนใบอนุญาตตามมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๓๙ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๔๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕[๓]
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการใช้กล้องธิโอโดไลท์ในการรังวัดที่ดินอย่างแพร่หลาย
ซึ่งกล้องดังกล่าวเป็นเครื่องมือรังวัดที่มีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้แทนเครื่องจับมุมฉากในการรังวัดที่ดินได้ด้วย
เพื่อให้มีการใช้เครื่องมือรังวัดที่ทันสมัย และลดภาระของผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนในการมีเครื่องมือรังวัด
สมควรยกเลิกการกำหนดให้เครื่องจับมุมฉากเป็นเครื่องมือรังวัดที่บุคคลดังกล่าวต้องมีกรรมสิทธิ์และขึ้นทะเบียนไว้กับนายทะเบียน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฤษดายุทธ/ผู้จัดทำ
๒๔ เมษายน ๒๕๕๖
วิชพงษ์/ผู้ตรวจ
๒๙ เมษายน ๒๕๕๖
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๑๒/หน้า ๑๘/๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๕
[๒]