法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบเทศบาลเมืองตราด ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนย่อย พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
47
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบเทศบาลเมืองตราด

ระเบียบเทศบาลเมืองตราด

ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนย่อย

พ.ศ.

๒๕๔๙

ด้วย กระทรวงมหาดไทย ตามแผนแม่บท (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.

๒๕๓๐-๒๕๓๔ แผนงานย่อยพัฒนาองค์การและการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น กำหนดให้หน่วยการปกครองท้องถิ่นทุกรูปแบบส่งเสริมชุมชนเมือง

จัดตั้งคณะกรรมการชุมชนขึ้นโดยการรวมตัวของประชาชนในชุมชน และให้กำหนดรูปแบบชุมชนย่อยขึ้น

เพื่อความเหมาะสมกับการแก้ไขสภาพปัญหาของชุมชนนั้น กรมการปกครองจึงขานรับแผนดังกล่าวของกระทรวงมหาดไทย

โดยกำหนดรูปแบบเรื่อง การจัดตั้งชุมชนย่อยขึ้น

เพื่อให้จังหวัดแจ้งเทศบาลและสุขาภิบาลดำเนินการจัดตั้งชุมชนย่อยตามแนวทางที่กำหนด

และเทศบาลเมืองตราดได้สนองรับ โดยดำเนินการจัดตั้งชุมชนย่อยตามแนวทางที่กรมการปกครองกำหนด

ดังนั้น เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางในการดำเนินการของชุมชนย่อยในเขตเทศบาลเมืองตราด

ให้เป็นแนวทางการปฏิบัติเดียวกัน ในทุกชุมชนย่อยในเขตเทศบาลเมืองตราด เทศบาลเมืองตราด

จึงกำหนดแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบเทศบาลเมืองตราด

ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนย่อย พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ คำสั่ง ประกาศ หรือหนังสือสั่งการอื่นใด

ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายกเทศมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ให้นายกเทศมนตรีมีอำนาจตีความ วินิจฉัยปัญหา ตลอดจนยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบนี้

หมวด

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“เทศบาล” หมายความว่า เทศบาลเมืองตราด

“นายกเทศมนตรี”

หมายความว่า นายกเทศมนตรีเมืองตราด

“ผู้อยู่อาศัยในชุมชน”

หมายความว่า ผู้อยู่อาศัยที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตชุมชนย่อย

“ชุมชนย่อย”

หมายความว่า ชุมชนในเขตเทศบาลที่มีประชากรอาศัยอยู่รวมกัน มีลักษณะเป็นกลุ่มหรืออยู่บริเวณเดียวกัน

โดยมีสภาพพื้นที่หรือแนวถนน หรืออาคารเรือนแถวตามความเหมาะสมในลักษณะภูมิศาสตร์ร่วมกัน

เช่น ชุมชนแออัด ชุมชนดั้งเดิม ชุมชนหมู่บ้านจัดสรร เป็นต้น

“คณะกรรมการชุมชนย่อย”

หมายความว่า คณะบุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากผู้อยู่อาศัยในชุมชนให้ทำหน้าที่คณะกรรมการชุมชน

“คณะกรรมการอำนวยการ”

หมายความว่า คณะกรรมการอำนวยการชุมชนย่อยของเทศบาล

“คณะปฏิบัติงาน”

หมายความว่า คณะปฏิบัติงานชุมชนย่อยของเทศบาล

หมวด

วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อยเพื่อทำหน้าที่พัฒนาชุมชนย่อยและประสานงานกับทางราชการ

องค์กรภาคเอกชน หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนย่อยให้อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์

ดังนี้

(๑) สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้อยู่อาศัยในชุมชนย่อย

ดำเนินการพัฒนาตนเองและชุมชนย่อย เกี่ยวกับความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

(๒) ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรในชุมชนย่อยให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาให้มากที่สุด

(๓) ส่งเสริมให้รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนเองตามระบอบประชาธิปไตย

(๔) ส่งเสริมให้เข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นพื้นฐาน

(จปฐ.) การพัฒนาคุณภาพชีวิตและกิจกรรมต่างๆ ที่จะดำเนินการในชุมชนย่อย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของชุมชนย่อย

(๕) ส่งเสริมให้มีการทำนุบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี

ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือวัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนย่อย

หมวด

สิทธิและหน้าที่ของผู้อยู่อาศัยในชุมชนย่อย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้อยู่อาศัยในชุมชนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเลือกตั้งและมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อยและออกเสียงประชามติเท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย

และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตลอดจนศีลธรรมอันดีงามของประชาชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้อยู่อาศัยในชุมชนเป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับบริการต่างๆ

ตามความจำเป็นพื้นฐานที่นอกเหนือความสามารถของชุมชนย่อยจากหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง

โดยผ่านคณะกรรมการชุมชนย่อยอย่างเท่าเทียมกัน

หมวด

องค์การดำเนินการชุมชนย่อยของเทศบาล

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ องค์การดำเนินงานชุมชนย่อยของเทศบาล ประกอบด้วย

(๑) คณะกรรมการอำนวยการ

(๒) คณะปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วย

(๑) นายกเทศมนตรี ประธานกรรมการ

(๒) รองนายกเทศมนตรี กรรมการ

(๓) ปลัดเทศบาล กรรมการ

(๔) รองปลัดเทศบาลทุกคน กรรมการ

(๕) หัวหน้าส่วนราชการของเทศบาลทุกคน กรรมการ

(๖) ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม กรรมการและเลขานุการ

(๗) นักพัฒนาชุมชน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คณะกรรมการอำนวยการมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) กำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานชุมชนย่อยให้สอดคล้องกับสภาพสังคมเศรษฐกิจและปัญหาของชุมชนย่อย

(๒) ให้คำปรึกษาหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานชุมชนย่อยแก่คณะกรรมการชุมชนย่อย

(๓) เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา การพิจารณาให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานชุมชนย่อย

(๔) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานชุมชนย่อย

(๕) ให้การสนับสนุนกิจกรรมหรือโครงการพัฒนาชุมชนย่อย

ซึ่งคณะกรรมการชุมชนย่อยได้เสนอของบประมาณดำเนินการจากเทศบาลตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คณะปฏิบัติงาน ประกอบด้วย

(๑) รองปลัดเทศบาลที่ได้รับมอบหมาย ประธาน

(๒) หัวหน้าส่วนราชการของเทศบาลทุกคน กรรมการ

(๓) ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม กรรมการและเลขานุการ

(๔) พนักงานและลูกจ้างของกองสวัสดิการสังคมทุกคน

กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คณะปฏิบัติงานมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) กำหนดวิธีการดำเนินงานชุมชนย่อย สอดคล้องกับนโยบายและแนวทางการดำเนินงานชุมชนย่อยของคณะกรรมการอำนวยการ

(๒) ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือทางวิชาการแก่คณะกรรมการชุมชนย่อยตามที่เห็นสมควร

(๓) ประสานงานกับคณะกรรมการชุมชนย่อย เพื่อขอความร่วมมือให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของเทศบาลหรือกิจกรรมสาธารณประโยชน์ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ นายกเทศมนตรีอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานตามความเหมาะสม

เพื่อช่วยเหลือการดำเนินงานชุมชนย่อยก็ได้

หมวด

การเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ คณะกรรมการชุมชนย่อย ประกอบด้วย กรรมการชุมชนย่อย

จำนวน ๑๐ คน ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากผู้อยู่อาศัยในชุมชนซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามระเบียบนี้

โดยกำหนดให้เลือกตั้งเป็นคณะ

เว้นแต่กรณีการเลือกตั้งกรรมการชุมชนย่อยใหม่เข้ามาแทนที่กรรมการชุมชนย่อยเดิมที่พ้นจากตำแหน่งเฉพาะตัวตามข้อ

๒๑ โดยกำหนดให้เลือกตั้งเป็นรายบุคคลไป

อนึ่ง สำหรับการจัดตั้งชุมชนย่อยใหม่ครั้งแรก อาจใช้วิธีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อยก็ได้

โดยให้คณะผู้บริหารของเทศบาลเป็นผู้แต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้มีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชนย่อยต้องมีคุณสมบัติ

ดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชนย่อย

(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตชุมชนย่อยที่มีการเลือกตั้ง

(๔) อ่านและเขียนหนังสือไทยได้

(๕) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและมีความภักดีต่อชาติ

ศาสนา และพระมหากษัตริย์

(๖) เป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพโดยสุจริต เป็นผู้เสียสละ

ตั้งใจจริง มีความรับผิดชอบ อุทิศเวลา เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

(๗) ไม่แสวงหาผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ เพื่อตนเองหรือหมู่คณะโดยมิชอบ

(๘) ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๙) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๑๐) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช

(๑๑) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ และไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง

(๑๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี

(๑๓) ไม่เป็นผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก

เว้นแต่ในความผิดลหุโทษหรือกระทำโดยประมาท

(๑๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

(๑๕) ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ

หรือรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

(๑๖) ไม่เป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง

ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อยต้องมีคุณสมบัติ

ดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ นับถึงวันเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อย

(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตชุมชนย่อยนั้น

(๔) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

(๕) ไม่เป็นผู้วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชนย่อย

แล้วแต่กรณี ให้มีผลนับตั้งแต่วันที่เทศบาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งและประกาศแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ คณะกรรมการชุมชนย่อยอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๒ ปี

นับแต่วันที่เทศบาลมีคำสั่งแต่งตั้งและประกาศแต่งตั้ง และสามารถที่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันอีกได้

ถ้าตำแหน่งคณะกรรมการชุมชนย่อยว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากออกตามวาระ ให้เลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อยขึ้นใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง

เว้นแต่จะมีวาระเหลือไม่ถึง ๑๘๐ วัน จะไม่จัดเลือกตั้งขึ้นแทนก็ได้

คณะกรรมการชุมชนย่อยที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาแทน

ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ คณะกรรมการชุมชนย่อยพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เมื่อมีเหตุ

ดังนี้

(๑) ออกตามวาระในข้อ ๑๙

(๒) ลาออกทั้งคณะ โดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายกเทศมนตรี

และได้รับอนุญาตจากนายกเทศมนตรี

เมื่อคณะกรรมการชุมชนย่อยทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง

ให้เทศบาลจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อยขึ้นแทนภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ครบวาระ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑๙ และข้อ ๒๐

กรรมการชุมชนย่อยพ้นจากตำแหน่งเฉพาะตัว ดังนี้

(๑) ตาย

(๒) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายกเทศมนตรี และได้รับอนุญาตจากนายกเทศมนตรี

(๓) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๖

(๔) ต้องคำพิพากษาของศาลโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก

เว้นแต่ในความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

(๕) นายกเทศมนตรีมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เมื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตชุมชนย่อยนั้น

ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนผู้อยู่อาศัยในชุมชนนั้นทำหนังสือร้องเรียนพฤติกรรม กล่าวโทษ

หรือการปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมต่อการเป็นกรรมการชุมชนย่อยเสนอต่อนายกเทศมนตรีและนายกเทศมนตรีได้ดำเนินการสอบสวนแล้วเป็นความจริง

(๖) ขาดการประชุมคณะกรรมการชุมชนย่อย ๓ ครั้งติดต่อกัน

โดยไม่มีสาเหตุอันควร

(๗) คณะกรรมการชุมชนย่อยมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการชุมชนย่อยที่ดำรงอยู่

ทั้งนี้ ให้นำข้อ ๑๖, ๑๗,

๑๘, ๑๙, ๒๓, ๒๔,

๒๕ มาใช้กับการเลือกตั้งกรรมการชุมชนย่อยใหม่

เพื่อแทนที่กรรมการชุมชนย่อยเดิมที่พ้นจากตำแหน่งเฉพาะตัวตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลมใช้เท่าที่ไม่ขัดกับข้อ

๒๑

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่คณะกรรมการชุมชนย่อยพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

คณะกรรมการชุมชนย่อยที่พ้นจากตำแหน่งต้องรักษาการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะกรรมการชุมชนย่อยที่เทศบาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งและประกาศแต่งตั้งชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้นายกเทศมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้เทศบาลประกาศกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งและวันเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อย

พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ วิธีการเลือกตั้งจะกระทำโดยเปิดเผยหรือโดยลับก็ได้

การเลือกตั้งโดยเปิดเผยทำโดย

(๑) ประชาชนมาประชุมพร้อมกัน ในวัน เวลา และสถานที่ที่นัดหมาย

(๒) เสนอบุคคลที่เห็นสมควรเป็นคณะกรรมการชุมชนย่อย

พร้อมทั้งยกมือรับรอง

(๓) เสนอบุคคลที่จะเป็นคณะกรรมการชุมชนย่อยได้ ๑๐

คน เว้นแต่กรณีการเสนอบุคคลที่จะเป็นกรรมการชุมชนย่อยใหม่เพื่อแทนที่กรรมการชุมชนย่อยคนเดิมที่พ้นจากตำแหน่งเฉพาะตัวตามข้อ

๒๑ ให้เสนอบุคคลที่จะเป็นกรรมการชุมชนย่อยได้เท่าจำนวนที่พ้นจากตำแหน่งไป

(๔) เทศบาลออกคำสั่งแต่งตั้งและประกาศแต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชนย่อย

การเลือกตั้งโดยวิธีลับ ให้ใช้วิธีหย่อนบัตรลงคะแนนที่เทศบาลกำหนดลงในหีบบัตรเลือกตั้งตามแบบและวิธีการที่เทศบาลกำหนดเป็นครั้งคราวไป

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ คณะกรรมการชุมชนย่อยอาจแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนย่อยและผู้ช่วยกรรมการชุมชนย่อยได้ตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ การสรรหาและการให้พ้นจากตำแหน่งของที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนย่อยและผู้ช่วยกรรมการชุมชนย่อย

ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการชุมชนย่อยทั้งคณะ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เมื่อสิ้นสุดวาระการเป็นคณะกรรมการชุมชนย่อยทั้งคณะด้วยกรณีใดก็ตาม

คณะกรรมการชุมชนย่อยชุดเดิมต้องส่งมอบงานและทรัพย์สินของชุมชนย่อยนั้น ให้คณะกรรมการชุมชนย่อยชุดใหม่ภายใน

๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่เทศบาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งและประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการชุมชนย่อยชุดใหม่

หมวด

องค์ประกอบและหน้าที่ของคณะกรรมการชุมชนย่อย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ คณะกรรมการชุมชนย่อย ประกอบด้วย กรรมการชุมชนย่อย

จำนวน ๑๐ คน ที่ได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี มีองค์ประกอบ ดังนี้ ประธานคณะกรรมการชุมชนย่อย

จำนวน ๑ คน รองประธานคณะกรรมการชุมชนย่อย จำนวน ๑ คน ฝ่ายปกครอง จำนวน ๑ คน ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย

จำนวน ๑ คน ฝ่ายการคลัง จำนวน ๑ คน ฝ่ายการศึกษา จำนวน ๑ คน ฝ่ายสวัสดิการสังคม จำนวน

๑ คน ฝ่ายสาธารณสุข จำนวน ๑ คน ฝ่ายพัฒนา จำนวน ๑ คน และฝ่ายกิจการประสานด้านการข่าว

จำนวน ๑ คน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ประธานคณะกรรมการชุมชนย่อยมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการชุมชนย่อย

(๒) ควบคุม ดูแล ประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานของฝ่ายต่างๆ

(๓) เป็นผู้ชี้ขาดในกรณีการลงมติมีคะแนนเท่ากัน

(๔) เป็นผู้แทนของชุมชนย่อยนั้นๆ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ รองประธานคณะกรรมการชุมชนย่อยมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) ช่วยเหลือการปฏิบัติงานของประธานคณะกรรมการชุมชนย่อย

(๒) ทำหน้าที่แทนประธานคณะกรรมการชุมชนย่อย ในกรณีที่ประธานคณะกรรมการชุมชนย่อยไม่อยู่หรืออยู่แต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ฝ่ายปกครองมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) บำบัดทุกข์ บำรุงสุขผู้อยู่อาศัยในชุมชนย่อย

(๒) ดูแลผู้อยู่อาศัยในชุมชนให้ปฏิบัติตามกฎหมาย

ขนบธรรมเนียมประเพณี ศีลธรรมอันดีงามและนโยบายส่วนรวมของชาติ

(๓) ส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนสนใจในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

(๔) ส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนสนใจในการปกครองท้องถิ่น

(๕) ส่งเสริมความสามัคคี

(๖) ดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ผู้อยู่อาศัยในชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกันในชุมชนย่อย

เช่น ไฟฟ้าสาธารณะ

(๗) รับผิดชอบงานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการชุมชนย่อยมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อยมีหน้าที่

ดังนี้

(๑) ดูแล รักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชนย่อย

(๒) ช่วยเหลือ ดูแลและระมัดระวังในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในชุมชนย่อย

(๓) รับผิดชอบงานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการชุมชนย่อยมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ฝ่ายการคลังมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีรายรับ-รายจ่ายของชุมชนย่อย

(๒) เก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของชุมชนย่อย

(๓) แถลงบัญชีรายรับ-รายจ่าย ต่อที่ประชุมคณะกรรมการชุมชนย่อย

(๔) รับผิดชอบงานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการชุมชนย่อยมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ฝ่ายการศึกษามีหน้าที่ ดังนี้

(๑) ส่งเสริมการศึกษาให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชน

(๒) ส่งเสริมกิจกรรมให้กับเยาวชนในชุมชนย่อย

(๓) ส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ประเพณี

ศิลปะและวัฒนธรรมต่างๆ ในชุมชนย่อย

(๔) ส่งเสริมการกีฬาและการนันทนาการให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนย่อย

(๕) รับผิดชอบงานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการชุมชนย่อยมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ฝ่ายสวัสดิการสังคมมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) ดูแลงานด้านสงเคราะห์ผู้ยากไร้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ในชุมชนย่อย

(๒) ดูแลงานด้านสงเคราะห์ผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ

ในชุมชนย่อย

(๓) ดูแลงานด้านสวัสดิการสังคมของชุมชนย่อย

(๔) รับผิดชอบงานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการชุมชนย่อยมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ฝ่ายสาธารณสุขมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) รักษาพยาบาลผู้อยู่อาศัยในชุมชน

(๒) ส่งเสริมสุขภาพอนามัยของผู้อยู่อาศัยในชุมชน

(๓) ป้องกันโรคในชุมชนย่อย

(๔) วางแผนครอบครัวแก่ครอบครัวในชุมชนย่อย

(๕) ดูแลการสุขาภิบาลของชุมชนย่อย

(๖) รักษาสภาพแวดล้อมและป้องกันอันตรายที่เกิดจากมลภาวะแวดล้อมในชุมชนย่อย

(๗) รับผิดชอบงานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการชุมชนย่อยมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ฝ่ายพัฒนามีหน้าที่ ดังนี้

(๑) วางโครงการและแผนดำเนินงานพัฒนาและส่งเสริมอาชีพของราษฎรในชุมชนย่อย

(๒) ขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการ องค์การ หรือเอกชน

ตามที่เห็นสมควรเพื่อปฏิบัติงานตามโครงการ

(๓) แก้ไขปัญหา อุปสรรค ข้อขัดแย้งที่เกี่ยวกับงานพัฒนาชุมชนย่อย

(๔) ประสานหน่วยราชการหรือองค์กรเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนย่อย

(๕) รับผิดชอบงานอื่นๆ ที่คณะกรรมการชุมชนย่อยมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ฝ่ายกิจการประสานด้านการข่าวมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) จัดทำแผนเผยแพร่เอกสารต่างๆ ของชุมชนย่อย

(๒) ประชาสัมพันธ์ให้คณะกรรมการชุมชนย่อยมีส่วนร่วมในการพัฒนา

(๓) รับเรื่องราวร้องเรียนและรวบรวมปัญหาต่างๆ ของชุมชนย่อยเสนอต่อคณะกรรมการชุมชนย่อย

(๔) รับผิดชอบงานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการชุมชนย่อยมอบหมาย

หมวด

การดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนย่อย

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ให้คณะกรรมการชุมชนย่อยดำเนินการตามแนวทาง ดังนี้

(๑) ธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

(๒) เป็นตัวแทนประสานงานกับหน่วยราชการ องค์กรเอกชนต่างๆ

ที่เกี่ยวข้องในอันที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน

(๓)

เป็นตัวแทนในการดำเนินงานร่วมกับเทศบาล เริ่มตั้งแต่การสำรวจข้อมูลพื้นฐานต่างๆ

ภายในชุมชนย่อยที่เกี่ยวข้องในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การบริการ โดยนำเอาความจำเป็นพื้นฐานที่ได้ปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพสังคมของชุมชนย่อยในเขตเทศบาลมากำหนดเป็นแผนงานโครงการในการพัฒนาชุมชนย่อย

ภายใต้กรอบแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง

(๔) รับฟังความคิดเห็นและปัญหาความเดือดร้อนของผู้อยู่อาศัยในชุมชน

แล้วพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็นและความเหมาะสม

(๕) เสริมสร้างความสามัคคีของผู้อยู่อาศัยในชุมชน

เพื่อร่วมกันรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองและชุมชน ทั้งในด้านการพัฒนาชุมชน การรักษาความสะอาด

ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย การศึกษาเศรษฐกิจ สังคมและสุขอนามัย

(๖) ส่งเสริมศีลธรรม วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของคนไทย

(๗) ประสานและติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ

ภายในชุมชนย่อย โดยวิธีการตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

(๘) ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ภายในชุมชนย่อย

โดยวิธีการตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ให้มีการประชุมคณะกรรมการชุมชนย่อยอย่างน้อยปีละ

๖ ครั้ง โดยมีพนักงานของเทศบาลซึ่งเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการชุมชนย่อยนั้นเข้าร่วมประชุมด้วย

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ในการประชุมคณะกรรมการชุมชนย่อย ต้องมีกรรมการชุมชนย่อยมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการชุมชนย่อยที่ครองตำแหน่งอยู่

จึงจะครบองค์ประชุม

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ มติที่ประชุมคณะกรรมการชุมชนย่อยให้ถือเสียงข้างมาก

โดยกรรมการชุมชนย่อยคนหนึ่งย่อมมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้ามติที่ประชุมมีคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมคณะกรรมการชุมชนย่อยออกเสียงได้อีกเสียงหนึ่งในฐานะประธาน

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ในการประชุมคณะกรรมการชุมชนย่อยแต่ละครั้ง ให้มีการบันทึกการประชุมไว้เป็นหลักฐาน

แล้วรายงานเทศบาลทราบตามลำดับ

หมวด

การเงินของชุมชนย่อย

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ชุมชนย่อยอาจมีรายได้จาก

(๑) การเก็บค่าบริการจากสมาชิกในชุมชนย่อย

(๒) การสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนจากทั้งของภาครัฐและเอกชน

(๓) การรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนย่อย เช่น

การปลูกพืชผักสวนครัว การจำหน่ายสินค้า ฯลฯ

(๔) การบริจาคหรือการอุทิศให้โดยมีเงื่อนไขและไม่มีเงื่อนไข

(๕) การจัดทำกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนย่อย

(๖) รายได้อื่นๆ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ การใช้จ่ายเงินของชุมชนย่อยให้ใช้จ่ายได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการชุมชนย่อย

ดังนี้

(๑) ด้านการพัฒนา เช่น ค่าจ้างการทำความสะอาดชุมชนย่อย

การปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ในชุมชนย่อยฯ

(๒) ด้านการสวัสดิการของพัฒนาชุมชน

- การเยี่ยมป่วยสมาชิกชุมชนย่อย จะให้สวัสดิการเยี่ยมป่วย

(สิ่งของ, เงิน) ๓๐๐ บาท ต่อคน ต่อปี

- หากกรรมการชุมชนย่อยหรือสมาชิกในครอบครัว (บิดา,

มารดา, สามี, ภรรยา, บุตร)

ถึงแก่กรรม จะได้รับเงินช่วยเหลือ หรือพวงหรีด ๑ พวง

(๓) ด้านการช่วยเหลือสังคม เช่น การเยี่ยมไข้สมาชิกในชุมชนย่อยที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

การทำบุญร่วมกับผู้อื่น

(๔) ด้านสาธารณูปโภคในชุมชนย่อย เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขึ้นใหม่

หรือในการปรับปรุงซ่อมแซมสาธารณูปโภคต่างๆ ที่ชำรุดเสียหายเพื่อนำกลับมาใช้ได้ต่อไป

ได้แก่ ซ่อมแซมถนน ท่อระบายน้ำ การเปลี่ยนหลอดไฟฯ

(๕) ด้านการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนย่อย เช่น

ค่าวัสดุ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นฯ

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง จำนวน ๓ คน เพื่อทำหน้าที่เก็บรักษา

เบิกจ่าย และอนุมัติเงินตามความในข้อ ๔๕ ประกอบด้วย

(๑) ประธานคณะกรรมการชุมชนย่อย

(๒) กรรมการชุมชนย่อย

(๓) ฝ่ายการคลัง

เงินงบประมาณของชุมชนย่อย ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง

เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ในชื่อชุมชนย่อยนั้นๆ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ คณะกรรมการชุมชนย่อยที่ได้รับการเลือกตั้งก่อนใช้ระเบียบนี้

ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปให้ครบวาระการดำรงตำแหน่ง ๒ ปี นับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

ชนินท์

สุทธิวารี

นายกเทศมนตรีเมืองตราด

นันทนา/ผู้จัดทำ

๕ กรกฎาคม ๒๕๔๙

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๖๒ ง/หน้า ๘๓/๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๙

47 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบเทศบาลเมืองตราด ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนย่อย พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_69df98dae956d02c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com