ข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการสรรหามีอำนาจหน้าที่ในการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเฉพาะด้าน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้คณะกรรมการสรรหากำหนดด้านที่ประสงค์จะให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ ให้ประกอบด้วยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านสังคมศาสตร์ ด้านบริหารธุรกิจ ด้านกฎหมาย หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการเฉพาะด้านนั้น ๆ พร้อมทั้งจำนวนกรรมการแต่ละด้านที่จะเสนอให้มีการแต่งตั้ง
(๒) ให้กรรมการสรรหาเสนอชื่อบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความสามารถเป็นที่ประจักษ์ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านสังคมศาสตร์ ด้านบริหารธุรกิจ ด้านกฎหมาย หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการเฉพาะด้านนั้น ๆ และมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๐ พร้อมทั้งประวัติย่อและความยินยอมของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ
(๓) ห้ามมิให้เสนอรายชื่อกรรมการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเฉพาะด้าน
(๔) ก่อนการพิจารณาคัดเลือก ให้เลขานุการรวบรวมรายชื่อ ตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม พร้อมทั้งประวัติและผลงานของผู้ได้รับการเสนอชื่อ และเสนอให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณา
(๕) ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการคัดเลือกบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ ให้เหลือจำนวนสองเท่าของจำนวนกรรมการที่จะมีในแต่ละด้านตาม (๑) และสรุปผลการคัดเลือก พร้อมทั้งประวัติและผลงานของผู้ที่ได้รับการสรรหา เสนอต่อรัฐมนตรี
(๖) ให้รัฐมนตรีพิจารณาคัดเลือกรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาตาม (๕) ให้เหลือเท่าจำนวนกรรมการในแต่ละด้านตามที่กำหนดใน (๑) แล้วเสนอรายชื่อต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเฉพาะด้าน
(๗) ให้คณะกรรมการสรรหามีอำนาจดำเนินการอื่นใดเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาได้เท่าที่จำเป็นและไม่ขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์และวิธีการตามระเบียบนี้
ในกรณีที่คณะกรรมการไม่เห็นชอบด้วยกับรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่เสนอทั้งหมดหรือบางส่วน ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาและเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิคนใหม่ ให้ครบจำนวนตามที่กฎหมายกำหนดโดยเร็ว