ข้อ ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑๖) ของข้อ ๒ ของประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่องการลดอัตราอากรและการยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร
พ.ศ. ๒๕๓๐ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและการยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา ๑๒
แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ๑๖) ลงวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ.
๒๕๔๗
(๑๖) ของตามประเภทย่อย ๓๙๑๗.๓๒ ประเภทย่อย ๓๙๒๓.๒๙
ประเภทย่อย ๓๙๒๖.๙๐ และประเภทย่อย ๘๔๘๑.๘๐ ที่นำเข้ามาเพื่อใช้ประกอบเป็นอุปกรณ์ล้างไตตามประเภทย่อย
๙๐๑๘.๑๙ ซึ่งต้องเสียอากรตามอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากรในอัตราตามราคาสูงกว่าร้อยละ
๑ ให้ลดอัตราอากรลงเหลือร้อยละ ๑ หรือในอัตราตามสภาพซึ่งเมื่อเทียบเป็นร้อยละของราคาแล้วสูงกว่าร้อยละ
๑ ให้ลดอัตราอากรลงเหลือเทียบเท่าร้อยละ ๑
การลดอัตราอากรตาม (๑๖) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข
ดังนี้
(ก) ผู้นำของเข้าต้องเป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงงานผลิตหรือประกอบเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์
(ข) ผู้นำของเข้าต้องยื่นสูตรการผลิตต่อกรมศุลกากร
(ค) เป็นการนำเข้าปัจจัยการผลิตและชิ้นส่วนอุปกรณ์มาเพื่อใช้ในการผลิตภายในโรงงานของผู้นำของเข้าเท่านั้น
(ง) ผู้นำของเข้าจะต้องนำปัจจัยการผลิตและชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ได้รับการลดอัตราอากรมาผลิตหรือประกอบเป็นของครบชุดสมบูรณ์ตามสูตรการผลิตให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี
นับแต่วันนำเข้าหากมีเหตุขัดข้องหรืออุปสรรคอันใดต้องรายงานขอขยายเวลาต่ออธิบดีกรมศุลกากรก่อนครบกำหนดหนึ่งปี
ยกเว้นในกรณีที่ปัจจัยการผลิตและชิ้นส่วนอุปกรณ์ไม่สามารถผลิตหรือประกอบเป็นของครบชุดสมบูรณ์ได้จะต้องรีบแจ้งให้กรมศุลกากรทราบโดยทันที
และจะต้องส่งกลับออกไปหรือทำลายหรือดำเนินการอย่างอื่นตามแต่อธิบดีกรมศุลกากรจะเห็นสมควร
(จ) ของที่เสียหาย เศษที่ไม่ใช้หรือเศษที่ใช้ไม่ได้
จะต้องทำลายหรือดำเนินการอย่างอื่นตามแต่อธิบดีกรมศุลกากรจะเห็นสมควร
(ฉ) ผู้นำของเข้าต้องปฏิบัติตามระเบียบพิธีการที่กรมศุลกากรกำหนด