法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2548

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

พ.ศ. ๒๕๔๘

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๓๕ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“การเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ” หมายความว่า การเลือกพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเป็นกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษตามวาระ หรือการเลือกแทนตำแหน่งที่ว่าง แล้วแต่กรณี

“ผู้มีสิทธิรับเลือก” หมายความว่า ข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในตำแหน่งระดับ ๘ ขึ้นไป

“ผู้มีสิทธิเลือก” หมายความว่า ข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษทุกระดับ

“การเลือกตามวาระ” หมายความว่า การเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ดำรงตำแหน่งตามวาระ

“การเลือกแทนตำแหน่งที่ว่าง” หมายความว่า การเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงก่อนครบวาระ

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิบดีเป็นผู้สั่งให้มีการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กำหนดวัน เวลา สถานที่เลือก วัน เวลา สถานที่นับคะแนน โดยให้กำหนดวันเลือก วันนับคะแนนให้แล้วเสร็จภายในวันเดียวกัน และพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งไม่เป็นบุคคลผู้มีสิทธิรับเลือกเป็นคณะกรรมการเพื่อรับผิดชอบดำเนินการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

การเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษตามวรรคหนึ่ง จะต้องให้แล้วเสร็จภายในเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่วาระการดำรงตำแหน่งสิ้นสุดลง หรือตำแหน่งดังกล่าวว่างลงก่อนครบวาระแล้วแต่กรณี เว้นแต่วาระของกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่เลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คณะกรรมการที่อธิบดีแต่งตั้งตามข้อ ๔ วรรคหนึ่ง ได้แก่

(๑) คณะกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง และกรรมการอื่น รวมทั้งคณะไม่น้อยกว่าห้าคน แต่ไม่เกินเจ็ดคน

(๒) คณะกรรมการตรวจนับคะแนนการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง และกรรมการอื่น รวมทั้งคณะจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน แต่ไม่เกินเจ็ดคน

(๓) คณะกรรมการทำลายบัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง และกรรมการอื่น รวมทั้งคณะจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน แต่ไม่เกินห้าคน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำบัญชีรายชื่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้มีสิทธิรับเลือก บัญชีรายชื่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้มีสิทธิเลือก โดยให้เรียงลำดับตามอักษรชื่อ แล้วประกาศในที่เปิดเผยให้ทราบโดยทั่วกัน

ในกรณีรายชื่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดังกล่าว ไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง ครบถ้วน ก่อนวันเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

(๒) ส่งหนังสือให้ผู้บัญชาการสำนักและหัวหน้ากลุ่มงาน เพื่อแจ้งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษทราบโดยทั่วกันเกี่ยวกับการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

(๓) จัดเตรียมบัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ให้เป็นไปตามแบบท้ายระเบียบนี้โดยมีจำนวนเท่ากับจำนวนพนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้มีสิทธิเลือก

จัดให้ผู้มีตำแหน่งหน้าที่ ลงลายมือชื่อเป็นผู้ควบคุมบัตรในบัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ให้ถูกต้องครบถ้วนแล้วเก็บรักษาไว้

(๔) จัดเตรียมหีบรับบัตรลงคะแนน ปิดหีบใส่กุญแจประจำครั่งทับรูกุญแจไว้ และส่งมอบลูกกุญแจให้อธิบดีเป็นผู้เก็บรักษา รวมทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องใช้ที่จำเป็น และดำเนินการใด ๆ ตามความเหมาะสม เพื่อให้การลงคะแนนเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเสร็จสิ้นลงภายในเวลาที่กำหนดด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม

หีบรับบัตรลงคะแนนให้มีชนิดของวัสดุโปร่งแสงสามารถมองเห็นภายในหีบได้โดยรอบ และมีรูปแบบหรือลักษณะและขนาดที่แข็งแรง เหมาะสมกับการใช้งานในการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

(๕) ทำการปิดผนึกช่องสำหรับหย่อนบัตรบนหีบรับบัตรลงคะแนน เมื่อได้ประกาศให้สิ้นสุดระยะเวลาในการรับบัตรลงคะแนนแล้ว โดยให้ประธานกรรมการ และกรรมการทุกคนลงลายมือชื่อคาดทับรอยปิดผนึกไว้ แล้วส่งมอบหีบรับบัตรลงคะแนนให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้เก็บรักษาไว้จนถึงเวลานับคะแนน

การดำเนินการตามข้อ ๖ (๑) และ (๒) ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนถึงวันเลือกอย่างน้อยสิบวันทำการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการลงคะแนนเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ให้ผู้มีสิทธิเลือกปฏิบัติดังนี้

(๑) แสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ต่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ณ สถานที่เลือก และลงลายมือชื่อรับบัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน ๑ ใบ

(๒) นำบัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่ได้รับไปทำการลงคะแนนเลือก ณ สถานที่ที่จัดไว้

(๓) ให้ผู้มีสิทธิเลือกเขียนชื่อ ชื่อสกุล ของผู้ที่ตนเลือก ด้วยลายมือของตนเอง

(๔) นำบัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยื่นส่งให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ณ จุดที่ตั้งหีบรับบัตรเพื่อหย่อนบัตร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) จัดเตรียมเอกสาร วัสดุอุปกรณ์ เครื่องใช้ที่จำเป็นในการดำเนินการนับคะแนนการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

(๒) กำหนดแนวทางหรือวิธีการในการดำเนินการตรวจนับคะแนน รวมทั้งจัดหรือมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตรวจนับคะแนนให้เหมาะสม เพื่อให้การดำเนินการในการนับคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ และยุติธรรม

(๓) ให้ประธานกรรมการตรวจนับคะแนนรับมอบลูกกุญแจหีบรับบัตรลงคะแนนจากอธิบดีเพื่อนำไปเปิดหีบรับบัตรลงคะแนนเมื่อเริ่มทำการตรวจนับคะแนน

ดำเนินการตรวจและนับคะแนนจากบัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่อยู่ภายในหีบรับบัตรลงคะแนน ให้กระทำโดยเปิดเผย ให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมสังเกตการณ์ได้ และให้กระทำจนเสร็จในรวดเดียว

ให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนน วินิจฉัยว่าบัตรเลือกนั้นเป็นบัตรดี บัตรเสียบางส่วน หรือบัตรเสีย แล้วดำเนินการนับคะแนนสำหรับบัตรดีและบัตรเสียบางส่วนเฉพาะส่วนที่ไม่เสีย บัตรเสียบางส่วนหรือบัตรเสียให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนสลักหลังว่า “เสียบางส่วน” หรือ “เสีย” แล้วแต่กรณีแล้วให้กรรมการตรวจนับคะแนนลงลายมือชื่อกำกับไว้

(๔) ในกรณีที่มีผู้มีสิทธิรับเลือกได้คะแนนเท่ากัน จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียงลำดับผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามจำนวนกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่จะมีได้ให้ทำการจับสลาก เพื่อให้ได้ผู้ได้รับเลือกตามจำนวนที่จะพึงมีได้

การจับสลากให้ประธานคณะกรรมการตรวจนับคะแนนการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้จับสลาก โดยเปิดเผยต่อหน้าคณะกรรมการตรวจนับคะแนนการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และต่อหน้าผู้ที่อยู่ ณ สถานที่นับคะแนนนั้น

(๕) ตรวจสอบและจัดทำรายงานผลการตรวจนับคะแนนการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ แล้วลงลายมือชื่อร่วมกันในรายงานผลการตรวจนับคะแนนเสนอต่ออธิบดีโดยเร็วหรือภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด

(๖) เมื่อเสร็จสิ้นการตรวจนับคะแนนแล้ว ให้ทำการแยกบัตรลงคะแนนที่เป็นบัตรเสียบางส่วนและบัตรเสีย บรรจุไว้ในซองต่างหากและปิดผนึก แล้วเก็บรักษาซองบัตรเสียบางส่วน บัตรเสีย และบัตรลงคะแนนที่ตรวจนับแล้วนั้นไว้ในหีบรับบัตรลงคะแนนตามเดิม ปิดหีบใส่กุญแจประจำครั่งทับรูกุญแจไว้และปิดผนึกช่องสำหรับหย่อนบัตร โดยประธานกรรมการและกรรมการทุกคน ร่วมกันลงลายมือชื่อคาดทับรอยผนึกไว้ แล้วส่งมอบหีบรับบัตรลงคะแนนพร้อมลูกกุญแจให้สำนักพัฒนาและสนับสนุนคดีพิเศษเก็บรักษาไว้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ บัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษต่อไปนี้ให้ถือเป็นบัตรเสีย

(๑) บัตรที่มิใช่บัตรที่คณะกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจัดทำเตรียมไว้สำหรับใช้ในการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

(๒) บัตรที่ไม่มีลายมือชื่อของผู้ควบคุมบัตรกำกับเป็นหลักฐาน

(๓) บัตรที่ระบุชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกเกินจำนวนที่กำหนดให้เลือก หรือเกินจำนวนตำแหน่งที่ว่างในกรณีเลือกแทนตำแหน่งที่ว่าง แล้วแต่กรณี

(๔) บัตรซึ่งผู้มีสิทธิเลือกมิได้เขียนชื่อ ชื่อสกุล ผู้ที่ตนเลือกด้วยลายมือของตนเอง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ บัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษต่อไปนี้ ให้ถือเป็นบัตรเสียบางส่วนไม่ให้นับคะแนนส่วนที่เสีย และให้นับคะแนนส่วนที่ไม่เสียเท่านั้น

(๑) บัตรที่เขียนชื่อ ชื่อสกุลผู้ที่ไม่มีในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกเป็นกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ปนกับชื่อ ชื่อสกุลผู้ที่มีในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกเป็นกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

(๒) บัตรที่เขียนชื่อ ชื่อสกุลผู้มีสิทธิรับเลือกเป็นกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซ้ำกับชื่อ ชื่อสกุลที่เขียนไว้ก่อนแล้ว

(๓) บัตรที่เขียนชื่อ ชื่อสกุลผู้มีสิทธิรับเลือกเป็นกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ บางรายเลอะเลือน หรือไม่ชัดเจนจนไม่สามารถทราบเจตนาอันแท้จริงของผู้มีสิทธิเลือกได้ว่าลงคะแนนให้แก่ผู้มีสิทธิรับเลือกเป็นกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษคนใด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้อธิบดีประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษโดยเรียงลำดับจากผู้ที่ได้คะแนนมากไปหาน้อย และรายงานผลการดำเนินการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมทราบภายในห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการตรวจนับคะแนน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการทำลายบัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) เมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน นับตั้งแต่วันที่อธิบดีประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ให้เสนออธิบดีเพื่อขออนุมัติทำลายบัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

(๒) เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ทำลายบัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ให้ดำเนินการนำบัตรออกจากหีบรับบัตรลงคะแนน เพื่อนำไปทำลายโดยวิธีที่เหมาะสม

(๓) เมื่อดำเนินการทำลายบัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว ให้รายงานผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษรักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบบัตรเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ แนบท้ายระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๘

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พรรณิศา/ผู้จัดทำ

๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๗๖ ง/หน้า ๒๓/๕ กันยายน ๒๕๔๘

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2548 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6ac5b014d614fe1b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com