ข้อ ๒ เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามข้อ 6 วรรคสามแห่งประกาศกระทรวงการคลัง สํานักงาน ก.ล.ต. จึงกําหนดให้ใช้ปัจจัยต่อไปนี้ ในการพิจารณาระดับความร้ายแรงของพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
(1) ปัจจัยหลัก ซึ่งหมายถึง ข้อเท็จจริงประเภทที่สํานักงาน ก.ล.ต. ให้น้ําหนักในการพิจารณามากกว่าข้อเท็จจริงอื่น ได้แก่
(ก) ขอบเขตของผลกระทบจากพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้าม เช่น มีผลกระทบ
ต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ตลาดเงิน หรือตลาดทุน กระทบต่อประชาชนโดยรวมหรือต่อบุคคลเฉพาะกลุ่ม เป็นต้น
(ข) นัยสําคัญของพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้าม เช่น จํานวนเงินที่เกี่ยวข้อง
ปริมาณธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
(ค) ผู้รับประโยชน์จากผลของพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้าม
(2) ปัจจัยรอง ซึ่งหมายถึง ข้อเท็จจริงประเภทที่สํานักงาน ก.ล.ต. ใช้เพื่อการเพิ่มหรือลดน้ําหนักในการพิจารณาข้อเท็จจริงโดยรวม ได้แก่
(ก) ความเกี่ยวข้องของบุคคลต่อพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้าม เช่น เป็นตัวการผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน เป็นต้น
(ข) ความซับซ้อนของลักษณะการกระทําหรือเครื่องมือที่ใช้ในการกระทํา เช่น
การใช้ชื่อบุคคลอื่น หรือการตั้งบริษัทอําพราง เป็นต้น
(ค) ประวัติพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้ามในเรื่องเดียวกันในอดีต
(ง) การจงใจฝ่าฝืนหรือละเลยกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง
(จ) พฤติกรรมอื่นในภายหลัง เช่น ให้ข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์
ต่อการพิจารณาคดีหรือการดําเนินคดี หรือปิดบังอําพรางหรือทําลายพยานหลักฐานในคดีหรือให้การเท็จ เป็นต้น