ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 15 / 2558
เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง
(Structured products)
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ด้วยพัฒนาการของตลาดเงินในปัจจุบันที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่อยู่ในระดับต่ํา ทําให้ผู้ลงทุนต่าง ๆ มีความต้องการผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ธนาคารพาณิชย์จึงมีการนําเสนอทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งรวมถึงธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธนาคารพาณิชย์ในการนําเสนอธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ตอบสนองต่อพัฒนาการและความต้องการของผู้ลงทุนดังกล่าว ในขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์ต้องนําเสนอธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่เหมาะสมสอดคล้องกับความรู้ ความชํานาญ และความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของผู้ลงทุนแต่ละประเภทด้วย โดยสาระสําคัญในการปรับปรุงประกาศสามารถสรุปได้ ดังนี้
(1) ลดจํานวนเงินขั้นต่ําในการทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงจาก 10 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการนําเสนอธุรกรรม และเพิ่มโอกาสในการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนมากขึ้น ขณะเดียวกันยังคงป้องกันไม่ให้ผู้ลงทุนรายย่อยมีโอกาสเข้าถึงธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงมากเกินไป
(2) กําหนดให้ธนาคารพาณิชย์ไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการชําระคืนเงินต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 หากธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงกับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ หรือทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ให้สิทธิผู้กู้ยืมในการชําระคืน หรือให้สิทธิผู้ให้กู้ยืมในการรับชําระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นตราสารหนี้ ตราสารทุน หรือให้สิทธิผู้กู้ยืมหรือผู้ให้กู้ยืมในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับผู้ลงทุนรายย่อยที่มีภาระสอดคล้อง
(3) กําหนดให้อนุพันธ์แฝงต้องเป็นประเภทธุรกรรมอนุพันธ์ที่ได้รับอนุญาตให้ทําได้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด (Market derivatives) เพื่อไม่ให้ธนาคารพาณิชย์นําเสนอธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่มีความชับซ้อนจนก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สูงเกินไปแก่ผู้ลงทุน
(4) กําหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสําหรับธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงอ้างอิงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (ยกเว้นราคาทองคํา โดยจํากัดให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรมดังกล่าวได้เฉพาะเป็นการทําเพื่อบริหารความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์หรือของคู่สัญญาเท่านั้น เพื่อลดโอกาสที่ธนาคารพาณิชย์หรือคู่สัญญาจะได้รับความเสียหายเป็นมูลค่าสูงจากธุรกรรมที่ไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจของธนาคารพาณิชย์
(5) กําหนดให้หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ด้านเงินเฟ้อแฝงมาอยู่ภายใต้ประกาศฉบับนี้ เพื่อให้มีหลักเกณฑ์การกํากับดูแลที่สอดคล้องกับธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แผ่งประเภทอื่น ๆ มากขึ้น รวมถึงเพื่อเพิ่มความสะดวกของธนาคารพาณิชย์ในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 36 มาตรา 41 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงได้ตามกรอบและหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ยกเลิก/แก้ไข
3.1 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2554 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2554
3.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 3/2554 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ด้านเงินเฟ้อแฝง ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2554
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกธนาคาร ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
ในประกาศฉบับนี้
"ธนาคารพาณิชย์" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
"ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง" หมายความว่า ธุรกรรมเงินกู้ยืม' ที่ธนาคารพาณิชย์ทําทั้งในฐานะผู้กู้ยืมและผู้ให้กู้ยืม ซึ่งมีลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือหลายลักษณะรวมกัน ดังนี้
(1) ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรที่ได้กําหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งการจ่ายอัตราผลตอบแทนดังกล่าวไม่ใช่การจ่ายอัตราดอกเบี้ยปกติ ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวไม่รวมถึงธุรกรรมเงินกู้ยืมที่ชําระคืนเงินต้น และ/หรือจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงอัตราเงินเฟ้อซึ่งคํานวณมาจากดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI) ของประเทศผู้ออกตราสารและมีโครงสร้างธุรกรรมไม่ซับซ้อน ดังต่อไปนี้
(1.1) ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่ในแต่ละงวดการชําระดอกเบี้ยผู้ให้กู้ยืมจะได้รับผลตอบแทนเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real interest rate) คงที่ที่กําหนดไว้ล่วงหน้าซึ่งคํานวณบนเงินต้นที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ' และได้รับชําระคืนเงินต้นที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ ณ วันครบอายุสัญญา
(1.2) ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่ในแต่ละงวดการชําระดอกเบี้ยผู้ให้กู้ยืมจะได้รับผลตอบแทนเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงบวกด้วยอัตราเงินเฟ้อ ' และได้รับชําระคืนเงินต้นที่ไม่ได้ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ ณ วันครบอายุสัญญา
(2) ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิผู้กู้ยืมในการชําระคืน หรือให้สิทธิผู้ให้กู้ยืมในการรับชําระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นตราสารหนี้ ตราสารทุน หรือให้สิทธิผู้กู้ยืมหรือผู้ให้กู้ยืมในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวไม่รวมถึงตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ และหุ้นกู้ที่ผู้ถือหุ้นกู้มีสิทธิที่จะแปลงสภาพหุ้นกู้นั้นเป็นหุ้นสามัญของผู้ออกหุ้นกู้ในช่วงเวลาและราคาที่กําหนดไว้ตามสัญญา ซึ่งเป็นไปตามประเพณีปฏิบัติปกติของตลาดตราสารทางการเงิน
(3) ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิผู้กู้ยืมหรือผู้ให้กู้ยืมที่จะขยายระยะเวลา หรือไถ่ถอนก่อนครบกําหนดตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในสัญญา ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวไม่รวมถึงตราสารหนี้ที่ผู้กู้ยืมหรือผู้ให้กู้ยืมมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกําหนดในช่วงเวลา ราคา และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในสัญญา ซึ่งเป็นไปตามประเพณีปฏิบัติปกติของตลาดตราสารทางการเงิน
(4) ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิผู้กู้ยืมหรือผู้ให้กู้ยืมที่จะเพิ่มมูลค่าเงินกู้ยืมหรือเงินให้กู้ยืมตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในสัญญา โดยมีการกําหนดราคาตัวแปรอ้างอิงไว้ล่วงหน้า (Top-up products) ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวไม่รวมถึงธุรกรรมที่ได้รับการคุ้มครองโดยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
ทั้งนี้ ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงไม่รวมถึงเงินให้สินเชื่อที่นําเสนอพร้อมธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด ซึ่งผู้กู้ยืมทําธุรกรรมอนุพันธ์เพื่อบริหารความเสี่ยงจากเงินให้สินเชื่อ' โดยกรณีดังกล่าวธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด (Market derivatives)
"ผู้ลงทุนสถาบัน" "ผู้ลงทุนรายใหญ่" และ "ผู้ลงทุนรายย่อย" หมายความว่า ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ และผู้ลงทุนรายย่อยตามที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมอนุพันธ์สําหรับธนาคารพาณิชย์
"ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ" หมายความว่า ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-resident ตามคําจํากัดความที่กําหนดไว้ในมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาทตามหนังสือเวียนว่าด้วยขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาท
"ผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ" หมายความว่า ผู้ที่ไม่ใช่ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศตามคําจํากัดความที่กําหนดข้างต้น
5.2 หลักการ
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงได้ โดยธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงดังกล่าวต้องมีลักษณะของธุรกรรม ตัวแปรอ้างอิงรวมถึงคู่สัญญาตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด เพื่อให้ธุรกรรมที่นําเสนอเหมาะสมกับความรู้ความชํานาญ รวมถึงความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของผู้ลงทุน เช่น มีการกําหนดเงื่อนไขจํานวนเงินขั้นต่ําในการลงทุน 5 ล้านบาท โดยธนาคารพาณิชย์ต้องไม่ใช้คําว่า "เงินฝาก" ในการนําเสนอธุรกรรม และกําหนดให้อนุพันธ์แฝงต้องเป็นประเภทธุรกรรมอนุพันธ์ที่ได้รับอนุญาตให้ทําได้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด (Market derivatives) รวมถึงการทําธุรกรรมให้กับผู้ลงทุนรายย่อยต้องมีเงื่อนไขการชําระคืนเงินต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ณ วันครบกําหนดอายุสัญญา
สําหรับธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงอื่นที่อาจมีรายละเอียดของธุรกรรมบางประการต่างจากหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ธนาคารพาณิชย์ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนที่จะเริ่มทําธุรกรรมดังกล่าว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปตามหลักการในการกํากับดูแลสถาบันการเงิน 5 ด้าน ได้แก่ Efficiency, Governance, Micro-prudential, Macro-prudentialและ Fairness ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมอนุพันธ์สําหรับธนาคารพาณิชย์
ทั้งนี้ สรุปโครงสร้างประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง ได้ตามแผนภาพในเอกสารแนบ 1
5.3 ลักษณะธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ได้
5.3.1 มีจํานวนเงินขั้นต่ําในการทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาทหรือเทียบเท่า ยกเว้นการทําธุรกรรมกับผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
5.3.2 กรณีธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงในฐานะผู้กู้ยืมโดยมีการออกตราสารหนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องระบุเงื่อนไขห้ามโอนเปลี่ยนมือ ยกเว้นในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกสามารถควบคุมดูแลการโอนเปลี่ยนมือให้อยู่ภายในขอบเขตของกลุ่มผู้ให้กู้ยืมตามกรอบและหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
5.3.3 กรณีธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงในฐานะผู้กู้ยืมธนาคารพาณิชย์ต้องไม่ใช้คําว่า "เงินฝาก" ในการนําเสนอธุรกรรม รวมถึงต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ผู้ให้กู้ยืมทราบว่าธุรกรรมดังกล่าวไม่ใช่ "เงินฝาก" และธุรกรรมดังกล่าวไม่ได้รับการคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เพื่อไม่ให้ผู้ให้กู้ยืมเข้าใจผิด โดยธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าได้ดําเนินการชี้แจงให้ผู้ให้กู้ยืมทราบแล้วไว้ที่สถานที่ทําการ เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ สําหรับกรณีธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงในฐานะผู้ให้กู้ยืมที่มีการเสนอขายในต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรมที่ใช้คําว่า "เงินฝาก" ได้
5.3.4 อนุพันธ์แฝงในธุรกรรมเงินกู้ยืมต้องเป็นประเภทธุรกรรมอนุพันธ์ที่ได้รับอนุญาตให้ทําได้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด (Market derivatives)
5.3.5 กรณีธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงซึ่งให้สิทธิผู้กู้ยืมในการชําระคืน หรือให้สิทธิผู้ให้กู้ยืมในการรับชําระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นตราสารหนี้หรือตราสารทุนนั้น ตราสารหนี้และตราสารทุนดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 2
5.3.6 กรณีธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงอ้างอิงอัตราเงินเฟ้อ ธนาคารพาณิชย์สามารถทําได้เฉพาะในฐานะผู้ให้กู้ยืมในธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงอ้างอิงอัตราเงินเอของรัฐบาลหรือธนาคารกลางในต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งธุรกรรมดังกล่าวต้องได้รับการจัดอันดับเครดิตไม่ต่ํากว่า AA- หรือ Aa3 จากสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอกตั้งแต่ 2 สถาบันขึ้นไป
5.3.7 กรณีธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงอ้างอิงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ค่าเฉลี่ยของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หรือค่าเฉลี่ยของดัชนีราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในเอกสารแนบ 3
5.4 ตัวแปรอ้างอิง
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงโดยอ้างอิงตัวแปรได้ ดังนี้
5.4.1 อัตราดอกเบี้ย
5.4.2 อัตราแลกเปลี่ยน
5.4.3 ราคาตราสารหนี้ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 2
5.4.4 ราคาตราสารทุน ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 2
5.4.5 ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 2
5.4.6 เครดิต ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการอ้างอิงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชําระหนี้ (Credit event)
5.4.7 ผลการดําเนินงานของกองทุน ซึ่งมีหน่วยงานของทางการกํากับดูแล
5.4.8 อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งต้องคํานวณมาจากดัชนีราคาผู้บริโภคเท่านั้น
5.4.9 ดัชนีทางการเงินที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ดังนี้
(1) เกิดจากการคํานวณโดยใช้ตัวแปรอ้างอิงที่กําหนดในข้อ 5.4.1 ถึง ข้อ 5.4.8
(2) ถูกพัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ
(3) เป็นที่นิยมแพร่หลายในตลาดการเงินไทยหรือสากล
(4) มีการเสนอราคาอย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกวันผ่านสื่อที่เสนอข่าวที่ทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์ และ
(5) มีการกําหนดวิธีการคํานวณไว้อย่างชัดเจน โดยระบุแหล่งข้อมูลของตัวแปรและปัจจัยที่นํามาใช้ในการคํานวณ ทั้งนี้ ตัวแปรและปัจจัยที่นํามาใช้ในการคํานวณดังกล่าวต้องมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระ โดยไม่มีบุคคลใดสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตัวแปร ปัจจัย หรือดัชนีทางการเงินนั้นได้
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าธนาคารพาณิชย์ได้มีการพิจารณาคุณสมบัติของดัชนีทางการเงินอย่างครบถ้วนแล้วไว้ที่สถานที่ทําการเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
5.4.10 ค่าเฉลี่ยของตัวแปรอ้างอิงตามข้อ 5.4.1 ถึงข้อ 5.4.9 ซึ่งคํานวณด้วยวิธีค่าเฉลี่ยแบบง่าย (Simple average) หรือวิธีแบบค่าเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก (Weighted average) ที่กําหนดน้ําหนักไว้อย่างคงที่และชัดเจนตลอดอายุสัญญาเท่านั้น
5.5 คู่สัญญา
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงกับคู่สัญญาที่เป็นผู้ลงทุนได้ทุกประเภท ตามเงื่อนไขดังนี้
5.5. 1 กรณีคู่สัญญาเป็นผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่ ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงได้โดยไม่มีข้อจํากัด
5.5.2 กรณีคู่สัญญาเป็นผู้ลงทุนรายย่อย และธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมในฐานะผู้กู้ยืม ธนาคารพาณิชย์ต้องมีการชําระคืนเงินต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจํานวนเงินที่รับมา ณ วันครบกําหนดอายุสัญญา โดยธนาคารพาณิชย์ต้องขี้แจงข้อเท็จจริงให้ผู้ลงทุนรายย่อยทราบถึงเงื่อนไขการชําระคืนเงินต้นในกรณีต่าง ๆ รวมถึงในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ดําเนินกิจการ ซึ่งผู้ลงทุนรายย่อยอาจไม่ได้รับชําระคืนเงินต้นตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ และธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าธนาคารพาณิชย์ได้ดําเนินการชี้แจงให้ผู้ลงทุนรายย่อยทราบอย่างชัดเจนแล้วไว้ที่สถานที่ทําการ เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบหรือจัดส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
ทั้งนี้ ยกเว้นในกรณีธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ให้สิทธิผู้ลงทุนรายย่อยในการชําระคืน หรือให้สิทธิผู้ลงทุนรายย่อยในการรับชําระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นตราสารหนี้ ตราสารทุน หรือให้สิทธิผู้ลงทุนรายย่อยในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กับผู้ลงทุนรายย่อยที่มีภาระสอดคล้อง
5.6 ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงประเภทอื่นที่ทําเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เอง
หากธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ข้อหนึ่งข้อใดในข้อ 5.3.4 ข้อ 5.3.5 และข้อ 5.4 เพื่อป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เอง ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําได้เฉพาะกรณีที่ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงดังกล่าวมีลักษณะความเสี่ยง (Risk profile) ด้านตลาดในทางตรงกันข้ามและสามารถลดหรือจํากัดความเสี่ยงอย่างมีนัยสําคัญต่อผลขาดทุนที่เกิดขึ้นกับฐานะที่ถูกป้องกันความเสี่ยง (Hedged item) ที่มีอยู่ก่อน รวมถึงไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงอื่นเพิ่มเติม ยกเว้นความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญาของธุรกรรมที่ทําเพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวเท่านั้น
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการทําธุรกรรมดังกล่าวเป็นการทําเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เอง โดยจัดเก็บเอกสารหลักฐานดังกล่าวไว้ที่สถานที่ทําการ เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
5.7 ธุรกรรมที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย
หากธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่อาจมีรายละเอียดของธุรกรรมบางประการต่างจากหลักเกณฑ์ข้อหนึ่งข้อใดตามข้อ 5.3 ถึงข้อ 5.6 ธนาคารพาณิชย์ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนที่จะเริ่มทําธุรกรรมดังกล่าวโดยธนาคารพาณิชย์ต้องนําส่งคําขอตามแบบฟอร์มการขอความเห็นชอบทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดและธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่กําหนดในเอกสารแนบ 4 ทั้งนี้ คําขอดังกล่าวจะต้องลงนามโดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารสูงสุดของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจให้ลงนามแทนในระดับที่ไม่ต่ํากว่าผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดในสายงานที่รับผิดชอบการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยในการมอบอํานาจดังกล่าวต้องกระทําเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องเป็นการลงนามแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารสูงสุดของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศเท่านั้น
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงดังกล่าวได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปตามหลักการในการกํากับดูแลสถาบันการเงิน 5 ด้านตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมอนุพันธ์ โดยในการพิจารณาให้ความเห็นชอบธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับจากวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคําขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน
ทั้งนี้ หากธนาคารพาณิชย์มีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ประสงค์จะทํานั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหรือไม่ให้ธนาคารพาณิชย์หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทําธุรกรรมดังกล่าว
5.8 การรายงานข้อมูล
ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงต้องจัดทําแบบรายงานตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด โดยต้องจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประจําทุกเดือนภายในวันสิ้นเดือนของเดือนถัดไป ผ่านทางระบบบริหารข้อมูล DMS DA (Extranet) ดังนี้
5.8.1 การรายงานการทําธุรกรรมครั้งแรก
ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงต้องรายงานรายละเอียดของสัญญาที่ทําเป็นครั้งแรกของแต่ละธุรกรรม (รวมถึงธุรกรรมที่ทําและสิ้นสุดในระหว่างงวดการรายงานด้วย) ใน "แบบรายงานยอดคงค้างธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง" ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในเอกสารแนบ 5
5.8.2 การรายงานยอดคงค้าง
ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงทุกประเภทที่มียอดคงค้างเหลืออยู่ ณ วันสิ้นเดือน ต้องรายงานยอดคงค้างของธุรกรรมที่ทําใน "แบบรายงานยอดคงค้างธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง" ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในเอกสารแนบ 5
5.9 การกํากับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเงินกองทุน ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับธนาคารพาณิชย์ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญาสําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การดํารงฐานะเงินตราต่างประเทศสําหรับธนาคารพาณิชย์ ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย โดยในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลดังกล่าวให้พิจารณาตามองค์ประกอบย่อยของธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง ทั้งนี้ กรณีธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงอ้างอิงอัตราเงินเฟ้อตามข้อ 5.3.6 ให้ธนาคารพาณิชย์หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยถึงแนวทางการกํากับดูแลที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มทําธุรกรรมดังกล่าว
5.10 ข้อกําหนดอื่น
การทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงของสาขาของธนาคารพาณิชย์ไทยในต่างประเทศ ให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกํากับดูแลของประเทศที่สาขานั้นตั้งอยู่และธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 5.1 ข้อ 5.2 ข้อ 5.8 และข้อ 5.9 ของประกาศฉบับนี้ด้วย ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีสาขาดังกล่าวทําธุรกรรมกับผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ซึ่งจะต้องถือปฏิบัติตามกรอบและหลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้ทุกประการ
อื่นๆ - 6. บทเฉพาะกาล
6.1 หากธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงซึ่งธนาคารพาณิชย์ได้ทําก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับและธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําได้โดยมีหนังสือให้ความเห็นชอบแก่ธนาคารพาณิชย์ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ไม่อยู่ในกรอบและหลักเกณฑ์การทําธุรกรรมที่ได้รับอนุญาตตามประกาศฉบับนี้ธนาคารพาณิชย์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มอีกไม่ได้ สําหรับธุรกรรมที่ทําไปแล้วและยังคงค้างอยู่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้คงธุรกรรมดังกล่าวไว้ได้จนครบกําหนดอายุสัญญาโดยไม่อนุญาตให้มีการต่ออายุสัญญาเว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย
6.2 ให้ธนาคารพาณิชย์มาสารถจัดส่งแบบรายงานตามข้อ 5.8 สําหรับข้อมูลของสิ้นเดือนที่ 1 และสิ้นเดือนที่ 2 หลังจากวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้มายังธนาคารแห่งประเทศไทยพร้อมกับข้อมูลของสิ้นเดือนที่ 3 ได้
อื่นๆ - 7. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน 2558
(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย