ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 13 / 2563
เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจ
สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการทางการเงินที่ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมของประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเนื่องมาจากปัญหาหนี้นอกระบบซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้คุณภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น จึงถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจํานวนมาก ภาครัฐโดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้เข้ามากํากับดูแลการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับตั้งแต่ พ.ศ. 2558 เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคจากการถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรมรวมทั้งเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจทั้งที่เป็นสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกํากับดูแลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
การปรับปรุงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ เพื่อกําหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ ผู้มีอํานาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน และกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจมีหลักธรรมาภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) และเพื่อปรับลดอัตรารวมสูงสุดของดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใด ๆ ที่สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินอาจเรียกเก็บจากลูกหนี้เหลือร้อยละ 33 ต่อปี (effective rate) ตามที่ พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ) กําหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับอัตรารวมสูงสุดของดอกเบี้ย เบี้ยปรับค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใด ๆ ที่สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มีใช่สถาบันการเงินอาจเรียกเก็บจากลูกหนี้ได้ตามความเหมาะสมของภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รวมหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินไว้ในประกาศฉบับเดียวกัน
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
2.1 อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 40 มาตรา 41 มาตรา 46 มาตรา 47 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ ให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
2.2 อาศัยอํานาจตามความในข้อ 2 ข้อ 4 ข้อ 8 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 17 และข้อ 21 แห่งประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ) ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
3.1 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2558 เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับสําหรับสถาบันการเงิน ลงวันที่ 22 มกราคม 2558
3.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2558 เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับสําหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 22 มกราคม 2558
3.3 หนังสือเวียนที่ ฝนส. (01) ว. 24/2558 เรื่อง นําส่งแบบรายงานการให้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2558
3.4 หนังสือเวียนที่ ฝนส. (01) ว. 25/2558 เรื่อง นําส่งแบบรายงานการให้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2558
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ)
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
5.1.1 “สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ” หมายความว่า การให้กู้ยืมเงินการรับซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตั๋วเงิน หรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด การให้เช่าซื้อ การให้เช่าแบลีสซิ่งแก่บุคคลธรรมดา ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปใช้ในการประกอบอาชีพที่ไม่มีทรัพย์หรือทรัพย์สินเป็นหลักประกัน
5.1.2 “สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ” หมายความว่าสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปใช้ในการประกอบอาชีพ ที่มีวงเงินรวมสินเชื่อไม่เกินหนึ่งแสนบาทต่อลูกหนี้แต่ละราย และมีระยะเวลาการให้สินเชื่อตามที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจได้ตกลงกัน โดยมีกระบวนการให้สินเชื่อที่ยืดหยุ่นสอดคล้องกับคุณลักษณะของกลุ่มลูกหนี้ เช่น ผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจใหม่ เป็นต้น
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสินเชื่อที่เกิดจากการให้เช่าซื้อ การให้เช่าแบบลีสซิ่ง และการขายแล้วเช่ากลับคืน (sale and lease back) ในสินค้าที่ผู้ประกอบธุรกิจจําหน่ายเป็นทางการค้าปกติและในสินค้าประเภทรถและเครื่องจักร สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และสินเชื่อเพื่อการเดินทางไปทํางานในต่างประเทศ
5.1.3 “สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน” หมายความว่า การให้กู้ยืมเงินแก่บุคคลที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถ โดยผู้ประกอบธุรกิจมีการรับสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ หรือจัดให้มีสัญญาเอกสาร หรือหลักฐานอื่นใด เพื่อให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถโอนทะเบียนรถไว้ล่วงหน้า เพื่อเป็นประกันการชําระหนี้ หรือจัดให้มีสัญญา เอกสาร หรือหลักฐานอื่นใด เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถนํารถที่เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ไปขายหรือดําเนินการอื่นใดเพื่อการชําระหนี้นั้น ทั้งนี้ ลูกหนี้ยังคงสามารถครอบครองรถและใช้ประโยชน์ในฐานะเจ้าของรถได้ตามปกติ
5.1.4 “รถ” หมายความว่า รถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก
5.1.5 “ผู้บริโภค” หมายความว่า ผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค
5.1.6 “ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน
5.1.7 “สถาบันการเงิน” หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
5.1.8 “ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ ตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ)
5.2 หลักการ
ในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับให้ผู้ประกอบธุรกิจถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลตามกรอบหลักการ (guiding principles) ดังต่อไปนี้
5.2.1 การให้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับควรพิจารณาให้แก่ผู้ที่มีความสามารถเพียงพอในการชําระหนี้ ไม่กระตุ้นการก่อหนี้ที่ไม่จําเป็น และคํานึงถึงความสามารถในการดํารงชีพของผู้บริโภคภายหลังการอนุมัติธุรกรรมด้านสินเชื่อ
5.2.2 การเรียกเก็บดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้บริโภคควรคํานึงถึงต้นทุนที่แท้จริง ในอัตราที่เป็นธรรม และไม่เอาเปรียบผู้บริโภครวมทั้งให้บริการแก่ผู้บริโภคอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
5.3 คุณสมบัติผู้ประกอบธุรกิจและการยื่นคําขออนุญาตการประกอบธุรกิจ
ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ ผู้มีอํานาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน รวมถึงกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ)
ทั้งนี้ ในการยื่นคําขออนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ยื่นผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยตามแบบยื่นค้าขออนุญาตประกอบธุรกิจและจัดส่งตามช่องทางที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในคู่มือประชาชน
5.4 หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ
5.4.1 คุณสมบัติของผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ
ผู้ประกอบธุรกิจต้องพิจารณาให้สินเชื่อแก่บุคคลธรรมดาที่ผู้ประกอบธุรกิจประเมินแล้วว่าเป็นผู้มีความสามารถเพียงพอสําหรับการชําระหนี้ โดยผู้ประกอบธุรกิจสามารถนําปัจจัยอื่นที่สะท้อนความสามารถในการชําระหนี้ของผู้ใช้บริการสินเชื่อรายย่อย เพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับอย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือมาใช้พิจารณาได้และต้องมีนโยบายและกระบวนการในการพิจารณาใช้ปัจจัยอื่นดังกล่าวในการพิจารณาความสามารถในการชําระหนี้ตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 1
ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องทบทวนความสามารถในการชําระหนี้และความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้บริโภคที่ใช้บริการสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ โดยหากปรากฏว่าผู้บริโภคมีความสามารถในการชําระหนี้และความเสี่ยงด้านเครดิตที่ดีขึ้นและเหมาะสมกับการใช้บริการสินเชื่อประเภทอื่น ให้ผู้ประกอบธุรกิจพิจารณาปรับเปลี่ยนประเภทสินเชื่อตามเห็นสมควรตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่เปลี่ยนแปลงไป โดยแจ้งให้ผู้บริโภครับทราบและพิจารณาให้ความยินยอม
อนึ่ง ห้ามผู้ประกอบธุรกิจดําเนินการดังต่อไปนี้
(1) ห้ามผู้ประกอบธุรกิจเปลี่ยนหนี้ประเภทอื่นมาเป็นสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากผู้บริโภคก่อน
(2) ห้ามผู้ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับแก่ผู้บริโภค หากผู้บริโภคนั้นมีความสามารถในการชําระหนี้และความเสี่ยงด้านเครดิตที่เข้าข่ายจะได้รับสินเชื่อประเภทอื่นเว้นแต่ผู้บริโภคจะแสดงเจตจํานงโดยชัดแจ้ง
5.4.2 การกําหนดวงเงินสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ
ผู้ประกอบธุรกิจจะให้วงเงินสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับแก่ผู้บริโภคแต่ละรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท
5.4.3 การเรียกเก็บดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใด ๆ และค่าใช้จ่ายอื่น
ผู้ประกอบธุรกิจอาจเรียกเก็บดอกเบี้ยในหนี้ค้างชําระ หรือดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดชําระหนี้ หรือค่าบริการต่าง ๆ หรือเบี้ยปรับหรือค่าปรับในการชําระหนี้ล่าช้ากว่ากําหนด หรือค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้บริโภค ทั้งนี้ เมื่อคํานวณรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 33 ต่อปี (effective rate)
ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่นําดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายใด ๆ มารวมกับจํานวนหนี้ที่ค้างชําระเพื่อคิดดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และค่าปรับอีก และต้องดูแลมิให้นําการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในสัญญาสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับเป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงข้อกําหนดเกี่ยวกับดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใด ๆ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับด้วย
5.4.4 การกําหนดนโยบายและแผนงาน
ผู้ประกอบธุรกิจต้องกําหนดนโยบายและแผนงานในการดําเนินธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ โดยควรประกอบด้วยทิศทางและแนวทางในการให้บริการสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ รวมถึงแนวทางการดูแลผู้บริโภค
ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (outsourcing) เพื่อลดต้นทุนการดําเนินงานและเพิ่มความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ ให้สามารถใช้บริการ'ได้เฉพาะในส่วนของงานที่ไม่ใช่งานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (strategic function) โดยให้ถือปฏิบัติตามเอกสารแนบ 2 ด้วย
5.4.5 การบริหารจัดการความเสี่ยง
ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงในการให้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ ดังนี้
(1) ระบบการพิจารณาคุณสมบัติของผู้บริโภคที่ยื่นขอสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ เพื่อใช้ในการอนุมัติและกําหนดวงเงินสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับตามระดับความสามารถในการชําระหนี้
(2) ระบบการเรียกเก็บหนี้ เพื่อใช้ในการเตือนให้ทราบเมื่อผู้บริโภคเริ่มมีปัญหาในการชําระหนี้หรือไม่สามารถชําระหนี้ได้ตามข้อตกลง ตลอดจนกลยุทธ์ในการเรียกเก็บหนี้ในกรณีต่างๆ
(3) ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร เพื่อใช้ในการกําหนดและทบทวนนโยบายและแผนงานเกี่ยวกับการให้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ
5.4.6 การดูแลผู้บริโภค
ให้ผู้ประกอบธุรกิจถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) และถือปฏิบัติเพิ่มเติมในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลอัตราดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย การจัดทําตารางแสดงภาระหนี้ การเรียกให้ชําระหนี้และการติดตามทวงถามให้ชําระหนี้ การเปลี่ยนประเภทหนี้การปฏิบัติและการจัดการเกี่ยวกับข้อมูลของผู้บริโภค การปฏิบัติเมื่อมีข้อร้องเรียน และการประกอบการนอกสถานที่ ทั้งนี้ รายละเอียดให้เป็นไปตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 3
5.4.7 การจัดทํา จัดเก็บ และจัดส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินสามารถจัดทํา จัดเก็บ และจัดส่งข้อมูลต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ฉบับนี้ ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ แก่ผู้บริโภคเป็นการทั่วไป หรือเปลี่ยนแปลงการแจ้งข้อมูลต่าง ๆ ให้แก่ผู้บริโภคในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยนําหลักเกณฑ์ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการจัดทําจัดเก็บ และจัดส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของสถาบันการเงินมาใช้โดยอนุโลม
5.4.8 การดํารงอัตราส่วนหนี้สินรวมทั้งสิ้นต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity ratio)
เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการการกํากับดูแลเกี่ยวกับธนาคารเงา (Shadow Banking) ของคณะกรรมการต้านเสถียรภาพการเงิน (Financial Stability Board: FSB) ซึ่งเป็นประเด็นสําคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกําหนดให้การยื่นคําขออนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน ผู้ที่ยื่นขออนุญาตต้องมีอัตราส่วนหนี้สินรวมทั้งสิ้นต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เกินกว่า 7 เท่า และต้องดํารงอัตราส่วนดังกล่าวตลอดการประกอบธุรกิจสินเชื่อ รายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับ
5.4.9 การย้ายหรือปิดสํานักงานสาขา
ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินแจ้งการย้ายหรือปิดสํานักงานสาขา1 โดยรายงานในรูปแบบและตามระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด และให้ประกาศกําหนดการย้ายหรือปิดสํานักงานสาขาล่วงหน้า โดยอย่างน้อยต้องประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานสาขานั้น ๆ และในช่วงเวลาดําเนินการดังกล่าว ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มีใช่สถาบันการเงินต้องกําหนดแนวทางการดําเนินการเพื่ออํานวยความสะดวกให้ผู้บริโภคตามความเหมาะสม
5.5 การรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย
5.5.1 ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทําและจัดส่งแบบรายงานในรูปแบบและตามระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด รวมถึงจัดทําและจัดส่งรายงานและข้อมูลอื่นเพิ่มเติมเป็นรายกรณีตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยร้องขอ
5.5.2 ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินต้องจัดส่งงบการเงินประจําปีที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีและลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอํานาจกระทําการแทนของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินมายังธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 180 วันนับจากวันสิ้นงวดบัญชี
5.6 การขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (outsourcing) การดํารงอัตราส่วนหนี้สินรวมทั้งสิ้นต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity ratio) และการรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทยที่กําหนดในประกาศฉบับนี้เป็นรายกรณีได้ โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องขออนุญาตผ่อนผันโดยแสดงเหตุผลและกรณีปิดสํานักงานสาขาเพียงชั่วคราว ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินสามารถดําเนินการได้เลยแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบทันทีหลังจากปิดสํานักงานสาขาชั่วคราวดังกล่าว
ความจําเป็นมายังธนาคารแห่งประเทศไทยตามที่กําหนดในคู่มือประชาชน และในการพิจารณาผ่อนผันดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมด้วยก็ได้
5.7 การกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในลักษณะอื่นเป็นการทั่วไป
ในกรณีเหตุจําเป็นที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจหรือกระทบต่อการให้บริการตามปกติของผู้ประกอบธุรกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาผ่อนผันหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติเมื่อมีเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค และการประกาศกําหนดการย้ายหรือปิดสํานักงานสาขาที่กําหนดในประกาศฉบับนี้เป็นการทั่วไปได้ และในการพิจารณาผ่อนผันดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมด้วยก็ได้
5.8 การกําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม สั่งให้แก้ไข ระงับ หรือเพิกถอนการอนุญาต
ในกรณีผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้แก้ไข หรือระงับการดําเนินงานในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับปฏิบัติด้วยก็ได้ รวมทั้งอาจเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตได้
ทั้งนี้ ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินส่งคืนใบอนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 15 วัน
5.9 บทเฉพาะกาล
ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้ให้สินเชื่อที่มีลักษณะการจ่ายชําระเป็นงวดและมีการกําหนดระยะเวลาการผ่อนชําระไว้อย่างชัดเจนก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ สามารถเรียกเก็บอัตรารวมสูงสุดของดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใด ๆ ได้ตามอัตราที่กําหนดตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้นได้จนกว่าจะมีการชําระหนี้ดังกล่าวเสร็จสิ้น
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2563
(นายวิรไท สันติประภพ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย