รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยการจัดองค์คณะและการคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค พ.ศ. 2539

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยการจัดองค์คณะและการคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค พ.ศ. 2539

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 22 ต.ค. 2539 (1996-10-22) · 12 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยการจัดองค์คณะและการคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๓๙ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๔ วรรคสาม มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๓ มาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยการจัดองค์คณะและการคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๓๙”

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒ ในระเบียบนี้ “หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค” หมายความว่า กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาตามมาตรา ๕๗ วรรคสอง ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้รับผิดชอบ มีหน้าที่ดูแล ตรวจตรา และแนะนำเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ที่อยู่ในเขตอำนาจให้เป็นไปโดยเรียบร้อย “หัวหน้าสำนักงาน” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค มีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค ตลอดจนมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค “พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวน” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนแต่ละเรื่อง และมีหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นของตนต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค เพื่อประกอบการพิจารณาตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค “นิติกรผู้ทำสำนวน” หมายความว่า นิติกรประจำสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนและการทำสำนวนเกี่ยวกับคำร้องทุกข์ ตลอดจนการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องร้องทุกข์ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค การจัดองค์คณะของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

หมวด ๑

ข้อ ๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ ให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคร่วมกันวินิจฉัยเป็นองค์คณะ แต่ละองค์คณะประกอบด้วยหัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคคนหนึ่งและกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคอีกอย่างน้อยสี่คน ทั้งนี้ ตามคำสั่งของประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการนี้ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะมีคำสั่งให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ไปปฏิบัติงานช่วยราชการในองค์คณะหนึ่งองค์คณะใดเป็นการชั่วคราวก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความยินยอมจากกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ผู้นั้นก่อน หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคแต่ละคณะมีหน้าที่กำกับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคในคณะให้เป็นไปโดยเรียบร้อย ในกรณีที่หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการพิจารณาครั้งใดได้ ให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคเลือกกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคในคณะคนหนึ่งคนใดทำหน้าที่หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคในการพิจารณาครั้งนั้น

ข้อ ๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคคณะใดไม่ครบองค์คณะเพราะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคคนหนึ่งคนใดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ขอถอนตัวตามระเบียบนี้ หรือในกรณีที่มีความจำเป็นอย่างอื่น ให้หัวหน้าสำนักงานรายงานต่อเลขาธิการเพื่อขอให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคหรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์คนหนึ่งคนใดไปร่วมเป็นองค์คณะในคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคแห่งนั้นเป็นการชั่วคราวได้ โดยให้คำนึงถึงความเหมาะสมในด้านประสบการณ์ของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ที่ประกอบกันเข้าเป็นองค์คณะในการพิจารณาเรื่องนั้น ๆ และต้องได้รับความยินยอมจากกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ผู้นั้นก่อน

ข้อ ๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕ ในการประชุมของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค ให้เลขาธิการแต่งตั้งนิติกรผู้ทำสำนวนหรือข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นเลขานุการ ทำหน้าที่ทั่วไปให้แก่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค และจะมีผู้ช่วยเลขานุการคนหนึ่งหรือหลายคน ซึ่งเลขาธิการแต่งตั้งจากข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทำหน้าที่ช่วยเลขานุการก็ได้ การคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

หมวด ๒

ข้อ ๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖ กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่นั่งพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ใด อาจถูกคัดค้านเพราะเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้ (๑) มีผลประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องอยู่ในเรื่องที่มีการร้องทุกข์นั้น (๒) เป็นญาติกับผู้ร้องทุกข์หรือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่การกระทำเป็นสาเหตุแห่งการร้องทุกข์ คือ เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดาน หรือเป็นพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดา หรือเป็นลูกพี่ลูกน้องนับได้ภายในสามชั้น หรือเป็นญาติเนื่องจากการสมรสนับได้ภายในสองชั้น (๓) ทำหรือเคยทำธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์ในการหาประโยชน์มาแบ่งปันกันกับผู้ร้องทุกข์ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่การกระทำเป็นสาเหตุแห่งการร้องทุกข์ เว้นแต่กรณีที่เป็นเพียงการถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

ข้อ ๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗ การคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค ให้ผู้ร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่การกระทำเป็นสาเหตุแห่งการร้องทุกข์ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ยื่นคำคัดค้านเป็นหนังสือต่อหัวหน้าสำนักงานในโอกาสแรกที่จะพึงกระทำได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่ช้ากว่าสิบวันทำการนับแต่วันพิจารณาครั้งแรก (ถ้ามี) หรือก่อนวันที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคจะวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องร้องทุกข์นั้น แล้วแต่กรณี ให้เลขาธิการส่งคำคัดค้านตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคคณะหนึ่งคณะใดหรือคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ พิจารณาวินิจฉัยว่าเหตุคัดค้านเป็นไปตามที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้างหรือไม่ และเป็นการสมควรหรือไม่ที่จะให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่ถูกคัดค้านนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ในการพิจารณาตามวรรคสอง ห้ามมิให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่ถูกคัดค้านอยู่ในที่ประชุม และถ้าที่ประชุมมีมติให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่ถูกคัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปด้วยคะแนนเสียงตั้งแต่สองในสามของผู้ซึ่งมาประชุม ก็ให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ มติดังกล่าวให้กระทำโดยวิธีลงคะแนนลับและให้เป็นที่สุด

ข้อ ๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘ กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคผู้ใดเห็นว่าตนมีเหตุที่อาจถูกคัดค้านได้ตามข้อ ๖ หรือเห็นว่ามีเหตุอื่นที่อาจจะมีการกล่าวอ้างในภายหลังได้ว่าตนไม่อยู่ในฐานะที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้จะแจ้งให้หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคทราบเพื่อขอถอนตัวออกจากการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์นั้นก็ได้

ข้อ ๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙ ในกรณีที่กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานช่วยราชการหรือได้รับการร้องขอให้ไปร่วมเป็นองค์คณะในคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค ให้นำความในข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม เบ็ดเตล็ด

หมวด ๓

ข้อ ๑๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐ ให้นำความในหมวด ๒ มาใช้บังคับแก่การคัดค้านหรือการขอถอนตัวของนิติกรผู้ทำสำนวนและพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนด้วยโดยอนุโลม

ข้อ ๑๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๑[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙ พลอากาศเอก สมบุญ ระหงษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา อัมพิกา/แก้ไข ๒ สิงหาคม๒๕๔๔ ปาจรีย์/ปรับปรุง ๒๓ มกราคม ๒๕๔๙ เอกฤทธิ์/ปรับปรุง ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ โชติกานต์/ปรับปรุง ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๘๕ ง/หน้า ๓๔/๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้