法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยการจัดองค์คณะและการคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค พ.ศ. 2539

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ว่าด้วยการจัดองค์คณะและการคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

พ.ศ. ๒๕๓๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๔ วรรคสาม

มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๓ มาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา

พ.ศ. ๒๕๒๒ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว

จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยการจัดองค์คณะและการคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

พ.ศ. ๒๕๓๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ในระเบียบนี้

“หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค” หมายความว่า

กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาตามมาตรา

๕๗ วรรคสอง ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้รับผิดชอบ มีหน้าที่ดูแล ตรวจตรา และแนะนำเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ที่อยู่ในเขตอำนาจให้เป็นไปโดยเรียบร้อย

“หัวหน้าสำนักงาน” หมายความว่า

ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

มีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

ตลอดจนมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

“พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวน” หมายความว่า

ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนแต่ละเรื่อง

และมีหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นของตนต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

เพื่อประกอบการพิจารณาตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

“นิติกรผู้ทำสำนวน” หมายความว่า

นิติกรประจำสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนและการทำสำนวนเกี่ยวกับคำร้องทุกข์

ตลอดจนการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องร้องทุกข์ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

การจัดองค์คณะของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ ให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคร่วมกันวินิจฉัยเป็นองค์คณะ

แต่ละองค์คณะประกอบด้วยหัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคคนหนึ่งและกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคอีกอย่างน้อยสี่คน ทั้งนี้ ตามคำสั่งของประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในการนี้ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะมีคำสั่งให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ไปปฏิบัติงานช่วยราชการในองค์คณะหนึ่งองค์คณะใดเป็นการชั่วคราวก็ได้

แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความยินยอมจากกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ผู้นั้นก่อน

หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคแต่ละคณะมีหน้าที่กำกับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคในคณะให้เป็นไปโดยเรียบร้อย

ในกรณีที่หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการพิจารณาครั้งใดได้

ให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคเลือกกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคในคณะคนหนึ่งคนใดทำหน้าที่หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคในการพิจารณาครั้งนั้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคคณะใดไม่ครบองค์คณะเพราะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคคนหนึ่งคนใดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ขอถอนตัวตามระเบียบนี้ หรือในกรณีที่มีความจำเป็นอย่างอื่น

ให้หัวหน้าสำนักงานรายงานต่อเลขาธิการเพื่อขอให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคหรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์คนหนึ่งคนใดไปร่วมเป็นองค์คณะในคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคแห่งนั้นเป็นการชั่วคราวได้

โดยให้คำนึงถึงความเหมาะสมในด้านประสบการณ์ของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ที่ประกอบกันเข้าเป็นองค์คณะในการพิจารณาเรื่องนั้น

ๆ และต้องได้รับความยินยอมจากกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ผู้นั้นก่อน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในการประชุมของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

ให้เลขาธิการแต่งตั้งนิติกรผู้ทำสำนวนหรือข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นเลขานุการ

ทำหน้าที่ทั่วไปให้แก่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

และจะมีผู้ช่วยเลขานุการคนหนึ่งหรือหลายคน ซึ่งเลขาธิการแต่งตั้งจากข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ทำหน้าที่ช่วยเลขานุการก็ได้

การคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่นั่งพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ใด อาจถูกคัดค้านเพราะเหตุหนึ่งเหตุใด

ดังต่อไปนี้

(๑) มีผลประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องอยู่ในเรื่องที่มีการร้องทุกข์นั้น

(๒)

เป็นญาติกับผู้ร้องทุกข์หรือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่การกระทำเป็นสาเหตุแห่งการร้องทุกข์

คือ เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดาน หรือเป็นพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดา หรือเป็นลูกพี่ลูกน้องนับได้ภายในสามชั้น

หรือเป็นญาติเนื่องจากการสมรสนับได้ภายในสองชั้น

(๓)

ทำหรือเคยทำธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์ในการหาประโยชน์มาแบ่งปันกันกับผู้ร้องทุกข์

หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่การกระทำเป็นสาเหตุแห่งการร้องทุกข์

เว้นแต่กรณีที่เป็นเพียงการถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

ให้ผู้ร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่การกระทำเป็นสาเหตุแห่งการร้องทุกข์

หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ยื่นคำคัดค้านเป็นหนังสือต่อหัวหน้าสำนักงานในโอกาสแรกที่จะพึงกระทำได้

แต่ทั้งนี้ต้องไม่ช้ากว่าสิบวันทำการนับแต่วันพิจารณาครั้งแรก (ถ้ามี)

หรือก่อนวันที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคจะวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องร้องทุกข์นั้น

แล้วแต่กรณี

ให้เลขาธิการส่งคำคัดค้านตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคคณะหนึ่งคณะใดหรือคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

พิจารณาวินิจฉัยว่าเหตุคัดค้านเป็นไปตามที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้างหรือไม่

และเป็นการสมควรหรือไม่ที่จะให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่ถูกคัดค้านนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ในการพิจารณาตามวรรคสอง

ห้ามมิให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่ถูกคัดค้านอยู่ในที่ประชุม

และถ้าที่ประชุมมีมติให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่ถูกคัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปด้วยคะแนนเสียงตั้งแต่สองในสามของผู้ซึ่งมาประชุม

ก็ให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

มติดังกล่าวให้กระทำโดยวิธีลงคะแนนลับและให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคผู้ใดเห็นว่าตนมีเหตุที่อาจถูกคัดค้านได้ตามข้อ

หรือเห็นว่ามีเหตุอื่นที่อาจจะมีการกล่าวอ้างในภายหลังได้ว่าตนไม่อยู่ในฐานะที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้จะแจ้งให้หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคทราบเพื่อขอถอนตัวออกจากการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์นั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในกรณีที่กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานช่วยราชการหรือได้รับการร้องขอให้ไปร่วมเป็นองค์คณะในคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

ให้นำความในข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้นำความในหมวด ๒ มาใช้บังคับแก่การคัดค้านหรือการขอถอนตัวของนิติกรผู้ทำสำนวนและพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙

พลอากาศเอก สมบุญ ระหงษ์

รองนายกรัฐมนตรี

ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา

อัมพิกา/แก้ไข

สิงหาคม๒๕๔๔

ปาจรีย์/ปรับปรุง

๒๓ มกราคม ๒๕๔๙

เอกฤทธิ์/ปรับปรุง

๖ ตุลาคม ๒๕๕๑

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๘๕ ง/หน้า ๓๔/๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยการจัดองค์คณะและการคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค พ.ศ. 2539 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6ee98e8a5cb26b96

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com