ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยการจัดองค์คณะและการคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค พ.ศ. 2539
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 22 ต.ค. 2539 (1996-10-22) · 12 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
ว่าด้วยการจัดองค์คณะและการคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
พ.ศ. ๒๕๓๙
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๔ วรรคสาม
มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๓ มาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา
พ.ศ. ๒๕๒๒ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว
จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑
ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยการจัดองค์คณะและการคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
พ.ศ. ๒๕๓๙
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒
ในระเบียบนี้
หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค หมายความว่า
กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาตามมาตรา
๕๗ วรรคสอง ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้รับผิดชอบ มีหน้าที่ดูแล ตรวจตรา และแนะนำเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ที่อยู่ในเขตอำนาจให้เป็นไปโดยเรียบร้อย
หัวหน้าสำนักงาน หมายความว่า
ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
มีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
ตลอดจนมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวน หมายความว่า
ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนแต่ละเรื่อง
และมีหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นของตนต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
เพื่อประกอบการพิจารณาตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
นิติกรผู้ทำสำนวน หมายความว่า
นิติกรประจำสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนและการทำสำนวนเกี่ยวกับคำร้องทุกข์
ตลอดจนการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องร้องทุกข์ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
การจัดองค์คณะของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓
ในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ ให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคร่วมกันวินิจฉัยเป็นองค์คณะ
แต่ละองค์คณะประกอบด้วยหัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคคนหนึ่งและกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคอีกอย่างน้อยสี่คน ทั้งนี้ ตามคำสั่งของประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในการนี้ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะมีคำสั่งให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ไปปฏิบัติงานช่วยราชการในองค์คณะหนึ่งองค์คณะใดเป็นการชั่วคราวก็ได้
แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความยินยอมจากกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ผู้นั้นก่อน
หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคแต่ละคณะมีหน้าที่กำกับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคในคณะให้เป็นไปโดยเรียบร้อย
ในกรณีที่หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการพิจารณาครั้งใดได้
ให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคเลือกกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคในคณะคนหนึ่งคนใดทำหน้าที่หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคในการพิจารณาครั้งนั้น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔
ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคคณะใดไม่ครบองค์คณะเพราะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคคนหนึ่งคนใดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ขอถอนตัวตามระเบียบนี้ หรือในกรณีที่มีความจำเป็นอย่างอื่น
ให้หัวหน้าสำนักงานรายงานต่อเลขาธิการเพื่อขอให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคหรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์คนหนึ่งคนใดไปร่วมเป็นองค์คณะในคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคแห่งนั้นเป็นการชั่วคราวได้
โดยให้คำนึงถึงความเหมาะสมในด้านประสบการณ์ของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ที่ประกอบกันเข้าเป็นองค์คณะในการพิจารณาเรื่องนั้น
ๆ และต้องได้รับความยินยอมจากกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ผู้นั้นก่อน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕ ในการประชุมของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
ให้เลขาธิการแต่งตั้งนิติกรผู้ทำสำนวนหรือข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นเลขานุการ
ทำหน้าที่ทั่วไปให้แก่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
และจะมีผู้ช่วยเลขานุการคนหนึ่งหรือหลายคน ซึ่งเลขาธิการแต่งตั้งจากข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ทำหน้าที่ช่วยเลขานุการก็ได้
การคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖
กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่นั่งพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ใด อาจถูกคัดค้านเพราะเหตุหนึ่งเหตุใด
ดังต่อไปนี้
(๑) มีผลประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องอยู่ในเรื่องที่มีการร้องทุกข์นั้น
(๒)
เป็นญาติกับผู้ร้องทุกข์หรือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่การกระทำเป็นสาเหตุแห่งการร้องทุกข์
คือ เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดาน หรือเป็นพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดา หรือเป็นลูกพี่ลูกน้องนับได้ภายในสามชั้น
หรือเป็นญาติเนื่องจากการสมรสนับได้ภายในสองชั้น
(๓)
ทำหรือเคยทำธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์ในการหาประโยชน์มาแบ่งปันกันกับผู้ร้องทุกข์
หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่การกระทำเป็นสาเหตุแห่งการร้องทุกข์
เว้นแต่กรณีที่เป็นเพียงการถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗ การคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
ให้ผู้ร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่การกระทำเป็นสาเหตุแห่งการร้องทุกข์
หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ยื่นคำคัดค้านเป็นหนังสือต่อหัวหน้าสำนักงานในโอกาสแรกที่จะพึงกระทำได้
แต่ทั้งนี้ต้องไม่ช้ากว่าสิบวันทำการนับแต่วันพิจารณาครั้งแรก (ถ้ามี)
หรือก่อนวันที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคจะวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องร้องทุกข์นั้น
แล้วแต่กรณี
ให้เลขาธิการส่งคำคัดค้านตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคคณะหนึ่งคณะใดหรือคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
พิจารณาวินิจฉัยว่าเหตุคัดค้านเป็นไปตามที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้างหรือไม่
และเป็นการสมควรหรือไม่ที่จะให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่ถูกคัดค้านนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ในการพิจารณาตามวรรคสอง
ห้ามมิให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่ถูกคัดค้านอยู่ในที่ประชุม
และถ้าที่ประชุมมีมติให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่ถูกคัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปด้วยคะแนนเสียงตั้งแต่สองในสามของผู้ซึ่งมาประชุม
ก็ให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
มติดังกล่าวให้กระทำโดยวิธีลงคะแนนลับและให้เป็นที่สุด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘
กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคผู้ใดเห็นว่าตนมีเหตุที่อาจถูกคัดค้านได้ตามข้อ
๖
หรือเห็นว่ามีเหตุอื่นที่อาจจะมีการกล่าวอ้างในภายหลังได้ว่าตนไม่อยู่ในฐานะที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้จะแจ้งให้หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคทราบเพื่อขอถอนตัวออกจากการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์นั้นก็ได้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๙
ในกรณีที่กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานช่วยราชการหรือได้รับการร้องขอให้ไปร่วมเป็นองค์คณะในคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
ให้นำความในข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
เบ็ดเตล็ด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๐
ให้นำความในหมวด ๒ มาใช้บังคับแก่การคัดค้านหรือการขอถอนตัวของนิติกรผู้ทำสำนวนและพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนด้วยโดยอนุโลม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๑[๑]
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙
พลอากาศเอก สมบุญ ระหงษ์
รองนายกรัฐมนตรี
ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา
อัมพิกา/แก้ไข
๒
สิงหาคม๒๕๔๔
ปาจรีย์/ปรับปรุง
๒๓ มกราคม ๒๕๔๙
เอกฤทธิ์/ปรับปรุง
๖ ตุลาคม ๒๕๕๑
โชติกานต์/ปรับปรุง
๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๘๕ ง/หน้า ๓๔/๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).