ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในข้อ 11 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 14/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 4/2544 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุนส่วนบุคคล (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน “ข้อ 11 ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ห้ามมิให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่นายจ้างหรือบริษัทในเครือของนายจ้างเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ําประกันหรือผู้รับฝากเงิน เว้นแต่ได้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกค้าโดยได้อธิบายให้ลูกค้าเข้าใจถึงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ด้วยแล้ว
การได้รับความยินยอมจากลูกค้าตามวรรคหนึ่ง อาจกําหนดไว้ในสัญญาหรือได้รับความยินยอมก่อนการลงทุนดังกล่าวก็ได้
(2)เว้นแต่ลูกค้าจะกําหนดเป็นอย่างอื่น ให้บริษัทจัดการรายงานให้ลูกค้าทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในระยะเวลาที่กําหนดในสัญญา โดยรายงานดังกล่าวต้องระบุวันที่ลงทุน ชื่อหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินที่ลงทุน จํานวน ราคาต่อหน่วย มูลค่าหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุนและอัตราส่วนการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ
(3)ลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่นายจ้างหรือบริษัทในเครือของนายจ้างเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ําประกันหรือผู้รับฝากเงิน มีมูลค่ารวมกันไม่เกินร้อยละสิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ โดยคํานวณตามความรับผิดหรือภาระผูกพันของนายจ้างหรือบริษัทในเครือของนายจ้าง ทั้งนี้ มิให้นับรวมตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน และพันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้รับอาวัลหรือผู้ค้ําประกันรวมในอัตราส่วนดังกล่าว
การคํานวณอัตราส่วนการลงทุนตาม (3) ของวรรคหนึ่งให้นับรวมการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนําเงินที่ได้จากการจําหน่ายหน่วยลงทุนทั้งหมดไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของนายจ้าง หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดที่สํานักงานประกาศกําหนด
ความในวรรคหนึ่งมิให้นํามาใช้บังคับกับ
(ก) การจัดการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพที่มีนายจ้างมากกว่าหนึ่งราย (pooled fund) และมีจํานวนนายจ้างที่เป็นบริษัทในเครือเดียวกันน้อยกว่าสองในสามของจํานวนนายจ้างทั้งหมด หรือ
(ข) การลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินตามโครงการให้สิทธิสมาชิกซื้อที่อยู่อาศัยที่นายจ้างหรือบริษัทในเครือของนายจ้างเป็นผู้จัดโครงการดังกล่าว”