ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 25/2561
เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ธนาคารแห่งประทศไทยได้กําหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบและขอบเขตการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน ตลอดจนการยื่นขอความเห็นชอบและการแจ้งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี และเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนและตรงกันเกี่ยวกับคุณสมบัติและการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีที่พึงประสงค์ ซึ่งต่อมาได้มีการปรับปรุงกระบวนการพิจารณาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับกระบวนการกํากับดูแลที่เปลี่ยนแปลงไป
เพื่อส่งเสริมการรักษาความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชีอันจะช่วยยกระดับคุณภาพของงบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยโดยกําหนดให้สถาบันการเงินจัดให้มีการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีตามมาตรฐานจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กําหนดซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ International Federation of Accountants (IFAC) โดยในกรณีที่ผู้สอบบัญชีปฏิบัติงานสอบบัญชีให้สถาบันการเงินมาแล้ว 7 รอบปีบัญชีไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ สถาบันการเงินจะสามารถยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายดังกล่าวได้ต่อเมื่อพ้นระยะเวลาการตรวจสอบสถาบันการเงินแห่งนั้นแล้วอย่างน้อย 5 รอบปีบัญชีติดต่อกัน ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดคราวละไม่เกิน 5 ปี และให้สถาบันการเงินแจ้งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจําปีภายหลังจากปีที่ได้รับความเห็นชอบแล้วแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเช่นเดิม
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 67 มาตรา 69 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน
อื่นๆ - 3. ประกาศที่ยกเลิก
ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 5/2558 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 16 มีนาคม 2558
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง ยกเว้นสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คุณสมบัติผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน
ผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
5.1.1 เป็นผู้สอบบัญชีที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้ความเห็นชอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อในรายงานการสอบบัญชีของนิติบุคคลใด ๆ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
5.1.2 ไม่เป็นผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้มีอํานาจในการจัดการหรือตัวแทน พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงิน หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน' นั้น
5.1.3 ไม่เป็นบุคคลที่มีคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นผู้ถือหุ้นของสถาบันการเงิน หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินนั้น หรือมีคู่สมรสและบุตรเป็นกรรมการ ผู้มีอํานาจในการจัดการหรือตัวแทนของสถาบันการเงิน หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินนั้น
5.1.4 ไม่เป็นผู้สอบบัญชีที่ถูกสั่งพัก หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดยหน่วยงานที่พิจารณาออกใบอนุญาตผู้สอบบัญชี
5.1.5 ไม่เป็นผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมสรรพากร หรือหน่วยงานอื่นของทางการ สั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ ไม่รับรองหรือไม่อนุญาตให้ตรวจสอบบัญชีของกิจการที่อยู่ในการกํากับดูแลของหน่วยงานดังกล่าว
5.1.6 ไม่เป็นผู้สอบบัญชีที่ตรวจสอบสถาบันการเงินแห่งเดียวกันเกินกว่าระยะเวลาตามที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน และประกาศแนวปฏิบัติว่าด้วยแนวทางการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีในตลาดทุนและการผ่อนผันการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีในตลาดทุน รวมถึงหลักเกณฑ์การหมุนเวียนผู้สอบบัญชีในระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน (transitional period) ตามประกาศดังกล่าวด้วย
5.1.7 ไม่เป็นผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าขาดความเหมาะสมในการปฏิบัติงานสอบบัญชีให้สถาบันการเงิน
5.2 การพิจารณาให้ความเห็นชอบ
5.2.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินมีกําหนดระยะเวลาคราวละไม่เกิน 5 ปี โดยผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยกําหนด ตามข้อ 5.1
5.2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจแจ้งให้สถาบันการเงินที่ขอความเห็นชอบหรือให้สถาบันการเงินดําเนินการให้ผู้สอบบัญชีที่สถาบันการเงินขอความเห็นชอบ มาชี้แจงหรือส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร ภายในเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
ในกรณีที่สถาบันการเงินที่ขอความเห็นชอบ ไม่ดําเนินการตามวรรคแรกภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด จะถือว่าสถาบันการเงินไม่ประสงค์จะยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายนั้น
5.2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่า ผลการปฏิบัติงานตรวจสอบบัญชีมีข้อบกพร่องหรือมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมขาดความระมัดระวังในฐานะผู้สอบบัญชีพึงปฏิบัติในการตรวจสอบสถาบันการเงิน ละเว้นหรือไม่ปฏิบัติตามแนวการสอบบัญชี (audit program) ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่กําหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดโดยหน่วยงานกํากับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งไม่ให้ความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยในการกํากับและตรวจสอบฐานะและการดําเนินงานของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยร้องขอ หรือไม่ให้ความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
5.2.4 ในกรณีที่สํานักงานสอบบัญชีมิได้ควบคุมดูแลผู้สอบบัญชี หรือไม่ปฏิบัติตามคํารับรองที่ให้ไว้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจไม่ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายอื่นที่สังกัดสํานักงานสอบบัญชีนั้นด้วย
5.3 การปฏิบัติของผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบ
ให้สถาบันการเงินดําเนินการให้ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบปฏิบัติ ดังนี้
5.3.1 จัดส่งแนวการสอบบัญชี (audit program) ที่ใช้ปฏิบัติงานจริง กระดาษทําการ และเอกสารหลักฐานอื่นที่ได้จากการตรวจสอบ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยร้องขอ
5.3.2 จัดส่งหนังสือแจ้งการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ และหนังสือแจ้งจุดอ่อนของระบบการควบคุมภายในด้านบัญชีที่มีสาระสําคัญตามมาตรฐานการสอบบัญชี รวมทั้งหนังสือแจ้งข้อสังเกตหรือข้อแนะนําอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับฐานะการดําเนินงานหรือการบริหารที่ผู้สอบบัญชีส่งให้สถาบันการเงิน (ถ้ามี) ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 90 วันนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลา 6 เดือนและรอบปีบัญชี
5.3.3 ร่วมประชุม หรือชี้แจงข้อมูล หรือให้ความร่วมมือใด ๆ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยร้องขอ
5.3.4 ชี้แจง หรือส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หรือดําเนินการแก้ไข หรือปฏิบัติหรืองดเว้นการกระทํา ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพบหรือรับทราบข้อมูลข่าวสารหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบว่าปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ไม่เหมาะสม หรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 5.3.1 ถึงข้อ 5.3.3
ทั้งนี้ ให้สถาบันการเงินดําเนินการให้ผู้สอบบัญชีนําส่งเอกสารตามข้อ 5.3.1 ถึงข้อ 5.3.4 มายังฝ่ายกํากับธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 1
5.4 การยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินและการแจ้งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินประจําปี
5.4.1 การยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน
ให้สถาบันการเงินยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีโดยใช้แบบคําขอความเห็นชอบพร้อมแนบสําเนาหนังสือการให้ความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หนังสือรับรองของผู้สอบบัญชี ประวัติและรายละเอียดของผู้สอบบัญชีและหนังสือรับรองของหัวหน้าสํานักงานสอบบัญชีตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดตามเอกสารแนบ 2 และให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติดังนี้
5.4.1.1 กรณียื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีตามรอบปกติ หรือขอเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมผู้สอบบัญชีจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้วให้สถาบันการเงินยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีต่อธนาคารแห่งประเทศไทยล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนนําเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น
5.4.1.2 ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีที่สถาบันการเงินยื่นขอความเห็นชอบมา ให้สถาบันการเงินยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายใหม่ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 30 วันนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหนังสือแจ้งให้ทราบ
5.4.1.3 หากปรากฎในภายหลังว่า ผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบไว้แล้วนั้น ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามข้อใดข้อหนึ่งตามข้อ 5.1 ให้สถาบันการเงินยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายใหม่ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สถาบันการเงินทราบว่าผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบไว้แล้วนั้นขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามข้อใดข้อหนึ่งตามข้อ 5.1
ทั้งนี้ สถาบันการเงินอาจขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีมากกว่า 1 คน หรือต่างสํานักงาน เพื่อนําไปเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นก็ได้ และในกรณีที่ผู้สอบบัญชีรายใดปฏิบัติงานสอบบัญชีให้สถาบันการเงินแห่งเดียวกันมาแล้วตามระยะเวลาที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน และประกาศแนวปฏิบัติว่าด้วยแนวทางการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีในตลาดทุนและการผ่อนผันการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีในตลาดทุน ให้ถือว่าผู้สอบบัญชีรายนั้นพ้นจากการปฏิบัติงานสอบบัญชีดังกล่าว ซึ่งสถาบันการเงินจะสามารถยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายนั้นได้ใหม่เมื่อพ้นระยะเวลาตามที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน และประกาศแนวปฏิบัติว่าด้วยแนวทางการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีในตลาดทุนและการผ่อนผันการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีในตลาดทุน รวมถึงหลักเกณฑ์การหมุนเวียนผู้สอบบัญชีในระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน (transitional period) ตามประกาศดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี
5.4.2 การแจ้งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินประจําปี
5.4.2.1 ทุกปีหลังจากปีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน ให้สถาบันการเงินแจ้งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินประจําปีล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนนําเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยใช้หนังสือแจ้งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินประจําปีตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ตามเอกสารแนบ 3 ทั้งนี้ หากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่แจ้งทักท้วงภายใน 15 วันทําการนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือแจ้งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินประจําปี ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งนั้นแล้ว
5.4.2.2 เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้แต่งตั้งผู้สอบบัญชีรายใดเป็นผู้สอบบัญชีประจําปีนั้นแล้ว ให้สถาบันการเงินแจ้งมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีดังกล่าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งที่กล่าว
ทั้งนี้ ให้สถาบันการเงินยื่นเอกสารประกอบการขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน และเอกสารประกอบการแจ้งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน ตามข้อ 5.4 มายังฝ่ายกํากับธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 4
5.5 ในกรณีที่พบว่าผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้วมีคุณสมบัติหรือปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศฉบับนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีได้
5.6 ในกรณีที่สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินใดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 ให้ถือว่าสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินนั้น โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยและไม่ต้องแจ้งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินประจําปีอีกและไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ 5.3.1
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2561
(นายวิรไท สันติประภพ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย