法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 6/2552 เรื่อง การกระทำการหรืองดเว้นกระทำการในประการที่น่าจะมีผลต่อการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

ที่ ทจ. 6/2552

เรื่อง การกระทําการหรืองดเว้นกระทําการ

ในประการที่น่าจะมีผลต่อการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 16/6 มาตรา 247 และมาตรา 250/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 44 และมาตรา 64 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการ ก.ล.ต. ทําหน้าที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

(1) “กิจการ” หมายความว่า บริษัทที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

(2) “หลักทรัพย์แปลงสภาพ” หมายความว่า ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ

(3) “บริษัทย่อย” หมายความว่า

(ก) บริษัทที่กิจการถือหุ้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น

(ข) บริษัทที่กิจการตาม (ก) ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น

(ค) บริษัทที่ถูกถือหุ้นต่อไปเป็นทอด ๆ โดยเริ่มจากการถือหุ้นของบริษัทตาม (ข) ในบริษัทที่ถูกถือหุ้น โดยการถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวในแต่ละทอดมีจํานวนเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น

(ง) บริษัทที่กิจการหรือบริษัทตาม (ก) (ข) หรือ (ค) ถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น

(จ) บริษัทที่กิจการหรือบริษัทตาม (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) มีอํานาจควบคุมในเรื่องการกําหนดนโยบายทางการเงินและการดําเนินงานของบริษัทเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์จากกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทนั้น

(4) “บริษัทร่วม” หมายความว่า

(ก) บริษัทที่กิจการหรือบริษัทย่อยถือหุ้นรวมกันตั้งแต่ร้อยละยี่สิบแต่ไม่เกิน

ร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น

(ข) บริษัทที่กิจการหรือบริษัทย่อยมีอํานาจในการมีส่วนร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินและการดําเนินงานของบริษัท แต่ไม่ถึงระดับที่จะควบคุมนโยบายดังกล่าว และไม่ถือเป็นบริษัทย่อยหรือกิจการร่วมค้า

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การกระทําของกิจการที่เข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาตามข้อ 5 เข้าลักษณะเป็นการกระทําในประการที่น่าจะมีผลต่อการทําคําเสนอซื้อ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ

(1) การส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน หรือเพื่อขออนุมัติการออกหลักทรัพย์แปลงสภาพ โดยมิได้เปิดเผยข้อมูลดังต่อไปนี้ไว้อย่างชัดแจ้ง

(ก) รายละเอียดเกี่ยวกับการทําคําเสนอซื้อเท่าที่กิจการทราบ

(ข) ผลกระทบของการเพิ่มทุนจดทะเบียนหรือการออกหลักทรัพย์แปลงสภาพต่อการทําคําเสนอซื้อและต่อผู้ถือหุ้นของกิจการจากการดําเนินการดังกล่าว

(2) การได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่มีนัยสําคัญต่อการดําเนินธุรกิจของกิจการ ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาหรือเครื่องจักรหลักที่ใช้ในการผลิต ที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละสิบซึ่งคํานวณตามมูลค่าสูงสุดในแต่ละวิธีตามที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทํารายการที่มีนัยสําคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน

(3) การก่อหนี้หรือการเข้าทํา แก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกสัญญาที่มีนัยสําคัญ โดยมิได้มีลักษณะเป็นการดําเนินการปกติในทางธุรกิจของกิจการ

(4) การซื้อหุ้นคืนของกิจการ (treasury stock) หรือการก่อให้หรือสนับสนุนให้บริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมซื้อหุ้นของกิจการ

(5) การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นในลักษณะที่มิใช่การดําเนินการปกติของกิจการ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในการนําเรื่องเข้าขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการตามมาตรา 250/1 ก่อนทํารายการตามข้อ 2(2) ให้กิจการจัดทําความเห็นในเรื่องดังต่อไปนี้อย่างชัดเจนในหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น

(1) ความสมเหตุสมผลและประโยชน์ของการทํารายการต่อกิจการ

(2) ความเป็นธรรมของราคาและเงื่อนไขของการทํารายการ

(3) ความเห็นว่าผู้ถือหุ้นควรลงมติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการทํารายการพร้อมระบุเหตุผลประกอบ

(4) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของเงินทุนหมุนเวียนของกิจการในกรณีที่กิจการตกลงเข้าทํารายการ

ในกรณีที่การทํารายการตามข้อ 2(2) มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไปซึ่งคํานวณตามมูลค่าสูงสุดในแต่ละวิธีตามที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์การทํารายการที่มีนัยสําคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน กิจการต้องจัดให้มีที่ปรึกษาทางการเงินอิสระแสดงความเห็นเกี่ยวกับการทํารายการดังกล่าวในเรื่องที่กําหนดตามวรรคหนึ่งแทนกิจการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การกระทําของกิจการตามข้อ 2 หากเป็นการดําเนินการภายใต้ความยินยอมหรือการผ่อนผันดังต่อไปนี้ ไม่เป็นการกระทําในประการที่น่าจะมีผลต่อการทําคําเสนอซื้อ

(1) ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ทําคําเสนอซื้อ ให้กระทําการเช่นนั้นได้

(2) ได้รับการผ่อนผันจากสํานักงานในกรณีที่กิจการแสดงได้ว่ามีข้อจํากัดในการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ และการกระทํานั้นมิได้มีเจตนาเพื่อก่อให้เกิดผลกระทบต่อการทําคําเสนอซื้อ โดยต้องยื่นขอผ่อนผันต่อสํานักงานก่อนที่กิจการจะกระทําการดังกล่าว และในกรณีที่เห็นสมควร สํานักงานอาจเสนอให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการพิจารณาคําขอผ่อนผันดังกล่าวได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้การกระทําของกิจการตามข้อ 2 ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่มีการประกาศต่อสาธารณชนว่าจะเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ หรือวันที่ยื่นประกาศเจตนาในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ หรือวันที่เริ่มต้นทําคําเสนอซื้อแล้วแต่วันใดจะเกิดก่อน จนถึงวันที่ยื่นประกาศปฏิเสธการทําคําเสนอซื้อ หรือวันที่ส่งหนังสือแจ้งการยกเลิกคําเสนอซื้อพร้อมเหตุผลต่อสํานักงานและสํานักงานมิได้แจ้งทักท้วงการยกเลิกดังกล่าว หรือวันที่พ้นกําหนดระยะเวลารับซื้อตามคําเสนอซื้อ ตามที่กําหนดไว้ในประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 แล้วแต่กรณี เป็นการกระทําในประการที่น่าจะมีผลต่อการทําคําเสนอซื้อ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่กิจการกระทําการตามข้อ 2 โดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ ผู้ทําคําเสนอซื้อจะใช้สิทธิยกเลิกคําเสนอซื้อหรือลดราคาเสนอซื้อได้ ต่อเมื่อผู้ทําคําเสนอซื้อได้ระบุเหตุดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนในคําเสนอซื้อและได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานแล้ว

เมื่อเกิดเหตุที่ผู้ทําคําเสนอซื้อจะใช้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ทําคําเสนอซื้อแจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าเป็นหนังสือให้สํานักงานทราบก่อนการใช้สิทธิ และหากสํานักงานมิได้ทักท้วงเป็นประการใดภายในสามวันทําการนับแต่วันที่สํานักงานได้รับแจ้ง ให้ถือว่าผู้ทําคําเสนอซื้อได้รับความเห็นชอบให้ใช้สิทธิตามวรรคหนึ่งได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ทําคําเสนอซื้อ บุคคลที่กระทําการร่วมกันตามมาตรา 247 หรือบุคคลตามมาตรา 258 ของบุคคลเหล่านั้นได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเห็นชอบด้วยกับการกระทําการตามข้อ 2 ผู้ทําคําเสนอซื้อจะใช้สิทธิตามวรรคหนึ่งมิได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

(นายวิจิตร สุพินิจ)

ประธานกรรมการ

คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมายเหตุ -

เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ เพื่อกําหนดลักษณะการกระทําของกิจการที่น่าจะมีผลกระทบต่อการทําคําเสนอซื้อ ซึ่งต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น การกระทําเช่นนั้นจึงจะมีผลผูกพันกิจการ และกําหนดให้ผู้ทําคําเสนอซื้ออาจยกเลิกคําเสนอซื้อได้เมื่อมีการกระทําของกิจการในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด จึงจําเป็นต้องออกประกาศนี้

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 6/2552 เรื่อง การกระทำการหรืองดเว้นกระทำการในประการที่น่าจะมีผลต่อการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_718fa3c96237efe3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com