法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความนพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช 2465 ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2479

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
30
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวงมหาดไทย

กฎกระทรวงมหาดไทย

ออกตามความในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

พุทธศักราช ๒๔๖๕

ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

(ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช

๒๔๗๙[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖

แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช ๒๔๖๕ ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา

๔ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๗๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

ให้ยกเลิกกฎกระทรวงมหาดไทย

ออกตามความในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช ๒๔๖๕ ลงวันที่ ๑ มกราคม

พุทธศักราช ๒๔๖๕ และให้ใช้กฎต่อไปนี้แทน

หมวด

การนำยาเข้าและการยกเว้น

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑.

ผู้ถือใบอนุญาตผู้ใดปรารถนาจะซื้อยาเสพติดให้โทษชนิดใด

ซึ่งยังมิได้ประกาศว่าเป็นยาอันจะนำเข้ามาในพระราชอาณาจักรระหว่างปีถัดไป

จะต้องแจ้งปริมาณยานั้น และเหตุที่ขอร้องในคำร้องเป็นหนังสือดั่งที่บังคับไว้ ในมาตรา

๙ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช ๒๔๖๕

และถ้ายาเสพติดให้โทษนั้นมีอยู่ในของผสมชนิดใดก็ให้แจ้งปริมาณต่าง ๆ

ของโอสถสารอื่น ๆ ซึ่งมีอยู่ในของผสมนั้น

กับทั้งปริมาณยาเสพติดให้โทษชนิดเดียวหรือหลายชนิดนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ (๑) ผู้ใดปรารถนาจะขอให้ยาหรือยาปรุงชนิดใดได้ยกเว้นตามข้อความในมาตรา

๕ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช ๒๔๖๕

ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือต่ออธิบดี แจ้งชื่อยา หรือยาปรุง

แจ้งส่วนอันแน่นอนของยาเสพติดให้โทษซึ่งมีอยู่และโอสถสารอย่างอื่นพร้อมทั้งเหตุที่ปรารถนาจะให้ยาหรือยาปรุงนั้นได้ยกเว้นจากพระราชบัญญัติ

และเหตุที่เชื่อว่ายาหรือยาปรุงนั้นไม่ให้โทษด้วย

(๒) ถ้ายาปรุงนั้นปรากฏอยู่ในฟาร์มาโกเบีย

ซึ่งรับรองว่าเป็นยาตำรับหลวง ก็ต้องแจ้งตำรับยาปรุงนั้น

และระบุชื่อฟาร์มาโกเบียซึ่งรับรองตำรับนั่นด้วย

(๓) ถ้ายาปรุงนั้นไม่ใช่ยาตำรับหลวง แต่เป็นผลิตภัณฑ์ของผู้ประดิษฐ์เฉพาะบางคนแล้ว

ต้องแจ้งชื่อผู้ประดิษฐ์พร้อมด้วยส่วนผสมของยาปรุงนั้น

(๔) ต้องส่งตัวอย่างยาปรุงนั้นพร้อมกับคำขอและในเวลาอื่น ๆ

ตามแต่จะต้องการให้ส่ง

(๕) ผู้ที่จะขอให้ยาปรุงขนานใดเป็นยายกเว้น

ต้องเป็นผู้ทำหรือเป็นเจ้าของตำรับยาปรุงขนานนั้น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓.

ผู้ใดปรารถนาจะนำยาซึ่งได้ยกเว้นแล้วตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

พุทธศักราช ๒๔๖๕ เข้ามาในราชอาณาจักรให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี โดยใช้แบบ ย.ส. ๔

ท้ายกฎนี้ ถ้าอธิบดีเห็นสมควรก็ให้ออกใบอนุญาตให้ตามแบบ ย.ส. ๙ ท้ายกฎนี้

โดยเรียกค่าธรรมเนียมหนึ่งบาท

การนำยายกเว้นเข้ามาในราชอาณาจักรนั้น

ให้นำเข้ามาได้ทางกรุงเทพ ฯ ภูเก็ต และปาดังเบซาร์ เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔. ผู้รับอนุญาตตามข้อ ๓.

ต้องนำใบอนุญาตนำยาเข้าแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร

และเมื่อได้รับยาแล้วต้องสลักหลังสำเนาใบอนุญาตนั้นว่า ไว้รับยาถูกต้องแล้วและนำส่งคืนต่ออธิบดี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕.

การใช้ยาเสพติดให้โทษในการประดิษฐ์

หรือปรุงเป็นยาผสมซึ่งเป็นยายกเว้นแล้วเพื่อสำรองไว้นั้น

จะทำได้แต่เฉพาะผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประเภท ก. ตามข้อ ๖ เท่านั้น

และต้องแจ้งต่ออธิบดีเป็นหนังสือ โดยแจ้งชื่อและปริมาณยาผสม

และปริมาณยาเสพติดให้โทษที่จะใช้และวันปรุงให้ทราบ

เมื่ออธิบดีอนุญาตแล้วจึงจะปรุงได้

อธิบดีอาจตั้งผู้แทนไปควบคุมหรือตรวจการปรุงยานั้นด้วยก็ได้

ยาปรุงนั้นผู้ปรุงจะต้องระบุชื่อและปริมาณยาเสพติดให้โทษเป็นส่วนร้อยไว้ที่ฉลากปิดขวดด้วย

หมวด

ใบอนุญาตและค่าธรรมเนียม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖. ใบอนุญาตจะได้ออกให้ตามประเภทต่าง

ๆ ต่อไปนี้

(๑) ประเภท ก.

สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันและสาขาเภสัชกรรมชั้นหนึ่ง

(๒) ประเภท ข.

สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาเภสัชกรรมชั้นสอง

(๓) ประเภท ค.

สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาเวชกรรมหรือทันตกรรมชั้นหนึ่ง

หรือสัตวแพทย์มีปริญญาหรือประกาศนียบัตร

(๔) ประเภท ง.

สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาเวชกรรม หรือทันตกรรมชั้นสอง หรือสัตวแพทย์

ซึ่งไม่มีปริญญาหรือประกาศนียบัตร

(๕) ประเภท จ.

สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้รักษาพัสดุรัฐบาลกุศลสังคหสภา โรงพยาบาลและศาลาหรือสภาวิทยาศาสตร์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ขอใบอนุญาตประเภท ก. ต้องใช้แบบ ย.ส. ๑

ท้ายกฎนี้ ยื่นต่ออธิบดี

เมื่ออธิบดีเห็นเป็นการสมควรแล้วก็ให้ออกใบอนุญาตให้ตามแบบ ย.ส. ๗ ท้ายกฎนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ขอใบอนุญาตประเภท ข. ต้องใช้แบบ ย.ส. ๒

ท้ายกฎนี้ ยื่นต่ออธิบดี แต่ต้องมีผู้ถือใบอนุญาตประเภท ก. ลงนามรับรองในคำขอว่า

ผู้นั้นมีความรู้และความชำนาญพอที่จะจ่ายยานั้น

โดยมิให้เป็นอันตรายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด เมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นเป็นการสมควรแล้ว

ก็ให้ออกใบอนุญาตให้ตามแบบ ย.ส. ๗ ท้ายกฎนี้

อนึ่ง ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตประเภท ข.

ต้องวางเงินหนึ่งพันบาทไว้ต่อกรมสาธารณสุขเพื่อเป็นประกันพร้อมกับคำขอ

เมื่อผู้ถือใบอนุญาตทำผิดต่อพระราชบัญญัติและกฎกระทรวงนี้ข้อหนึ่งข้อใดแล้ว

อธิบดีอาจริบเงินประกันทั้งหมดหรือแต่บางส่วน แต่เมื่อครบกำหนดอายุใบอนุญาตแล้ว

ถ้าผู้ถือใบอนุญาตมิได้กระทำผิดต่อกฎกระทรวงนี้อย่างใด และไม่ต่ออายุใบอนุญาต

กรมสาธารณสุขต้องคืนเงินให้ผู้นั้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙. ผู้ขอใบอนุญาตประเภท ค.

ต้องใช้แบบ ย.ส. ๑ ท้ายกฎนี้ ยื่นต่ออธิบดี

เมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นเป็นการสมควรแล้ว ก็ให้ออกใบอนุญาตให้ตามแบบ ย.ส. ๗

ท้ายกฎนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐. ผู้ขอใบอนุญาตประเภท ง.

ต้องใช้แบบ ย.ส. ๑ ท้ายกฎนี้ ยื่นต่ออธิบดี

เมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นเป็นการสมควรแล้ว ก็ให้ออกใบอนุญาตให้ตามแบบ ย.ส. ๗

ท้ายกฎนี้ แต่อธิบดีจะให้ผู้ยื่นคำขอแสดงหลักฐานความรู้ความชำนาญก่อนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑. ผู้ขอใบอนุญาตประเภท จ.

ต้องใช้แบบ ย.ส. ๑ ท้ายกฎนี้ ยื่นต่ออธิบดี เมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นเป็นการสมควรแล้ว

ก็ให้ออกใบอนุญาตให้ตามแบบ ย.ส. ๗ ท้ายกฎนี้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

ให้เรียกเก็บฉบับละสิบบาท ค่าต่ออายุใบอนุญาตครั้งละสามบาท

และค่าใบแทนใบอนุญาตฉบับละหนึ่งบาท

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓.

ถ้าใบอนุญาตสูญหายหรือเป็นอันตรายด้วยประการใด ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่ออธิบดีเป็นหนังสือเพื่อขอรับใบแทนใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔.

ใบอนุญาตทุกประเภทดั่งกล่าวไว้ในข้อ ๖ ให้ใช้ได้เฉพาะตัวผู้รับใบอนุญาต

และให้ใช้ได้แต่เฉพาะสำหรับสถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕.

ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยในสถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖.

ใบอนุญาตทุกฉบับให้ใช้ได้จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคมของทุกปีที่ออกให้

แต่อาจต่ออายุให้ได้ครั้งหนึ่งไม่เกินวันที่ ๓๑ มีนาคมของปีที่ต่ออายุให้นั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗.

ผู้ถือใบอนุญาตผู้ใดปรารถนาจะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอโดยใช้แบบ ย.ส. ๑ หรือแบบ

ย.ส. ๒ ท้ายกฎนี้แล้วแต่กรณี ไม่ช้ากว่าวันที่ ๑

กุมภาพันธ์ของปีที่ใบอนุญาตยังมีอายุอยู่

หมวด

การซื้อและมียา

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘.

ผู้ถือใบอนุญาตผู้ใดปรารถนาจะซื้อยาเสพติดให้โทษจากอธิบดี ต้องยื่นคำขอโดยใช้แบบ

ย.ส. ๓ ท้ายกฎนี้ต่อคลังยา ซึ่งกล่าวไว้ในใบอนุญาตของผู้นั้นว่าเป็นคลังยาซึ่งผู้นั้นจะซื้อยานั้นได้

ถ้าจะไม่รับยาโดยตนเองและปรารถนาจะมอบให้ผู้อื่นรับแทน

ก็ให้ลงนามรับรองว่าผู้นั้นเป็นตัวแทน

และตนเองเป็นผู้รับผิดชอบในการเก็บและการมอบยาให้ตนเป็นผู้รักษาไว้

เมื่อพนักงานคลังยาผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีได้พิจารณาคำขอซื้อยานั้น

เห็นถูกต้องตามระเบียบแล้วก็ให้รับคำขอซื้อยานั้นไว้

แล้วขายและมอบยานั้นให้แก่ผู้ยื่นคำขอซื้อยาหรือตัวแทนไปในนามของอธิบดี

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙.

ผู้ถือใบอนุญาตผู้ใดปรารถนาจะซื้อ มี

และจ่ายยาเสพติดให้โทษเกินกว่าจำนวนซึ่งรัฐมนตรีได้กำหนดไว้สำหรับใบอนุญาตของตน

อาจยื่นคำขอต่ออธิบดีโดยใช้แบบ ย.ส. ๕ ท้ายกฎนี้ เพื่อขอรับใบอนุญาตพิเศษ

เมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นเป็นการสมควร

ก็ให้ออกใบอนุญาตพิเศษโดยอนุมัติของรัฐมนตรีโดยใช้แบบ ย.ส. ๘ ท้ายกฎนี้

และเรียกค่าธรรมเนียมเป็นเงินหนึ่งบาท

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐.

อธิบดีจะขายยาเสพติดให้โทษได้เฉพาะแต่ที่บรรจุไว้เป็นหน่วย ๆ

อันผนึกตามราคาซึ่งจะได้กำหนดล่วงหน้าไว้อย่างชัดเจนเป็นคราว ๆ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑.

ก่อนที่จะนำยาเสพติดให้โทษทั้งสิ้นออกจากคลังยา จะต้องเขียนชื่อยา จำนวนยา

เลขที่ใบอนุญาตของผู้ที่ซื้อยา ชื่อสถานที่คลังยาซึ่งได้ขายยานั้น

และวันขายยาเป็นฉลากติดไว้กับที่บรรจุยา

แต่ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับแก่ยาที่ส่งจากคลังยาแห่งหนึ่งไปยังคลังยาอีกแห่งหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒. ผู้ถือใบอนุญาตทุกประเภทต้องปฏิบัติการดังต่อไปนี้

(๑) ลงบัญชีแบบ ย.ส. ๑๑ ท้ายกฎนี้

(๒) ลงบัญชีแบบ ย.ส. ๑๒ ท้ายนี้

(๓) เมื่อสิ้นเดือนให้คัดสำเนาบัญชีดั่งกล่าวไว้ใน (๑) และ

(๒)

อันถูกต้องและลงนามรับรองแล้วส่งต่ออธิบดีภายในสิบวันนับแต่วันสิ้นเดือนทุกเดือน

ผู้ถือใบอนุญาตประเภท จ. สำหรับศาลาและสภาวิทยาศาสตร์

และพัสดุรัฐบาลไม่ต้องปฏิบัติการทำบัญชีตาม (๒)

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓. การเก็บยาเสพติดให้โทษทั้งสิ้นต้องรวมรักษาไว้ต่างหากในที่ใส่กุญแจ

และต้องเปิดให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้ตามเวลาอันสมควร และยาชนิดหนึ่ง ๆ

ต้องอยู่ในที่บรรจุเดิม ซึ่งมีฉลากและเครื่องหมายติดอยู่คงที่ทั้งสิ้น

ที่บรรจุยาซึ่งไม่มียาให้คงรักษาไว้ในที่ใส่กุญแจแห่งนั้นและห้ามมิให้ทำลายเสียก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้เห็นและอนุญาตให้ทำลายได้

หมวด

การจ่ายยาของผู้ถือใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔.

การจ่ายยาเสพติดให้โทษเพื่อการบำบัดโรคนั้นให้ทำได้แต่เฉพาะบุคคลดังต่อไปนี้ คือ

(ก)

ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาเภสัชกรรมซึ่งมีใบอนุญาตให้ซื้อ มี และจ่ายยาเสพติดให้โทษ

เมื่อได้รับใบสั่งยาของผู้ซึ่งมีสิทธิจะใช้แบบใบสั่งยาตามข้อ ๒๘

แต่ให้จ่ายยาตามใบสั่งยานั้นได้เพียงครั้งเดียวเว้นแต่แพทย์ผู้สั่งจะระบุไว้ในใบสั่งยานั้นเป็นอย่างอื่น

(ข) ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาเวชกรรม ทันตกรรม

หรือสัตวแพทย์มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรซึ่งมีใบอนุญาตให้ซื้อ มี

และจ่ายยาเสพติดให้โทษ

แต่ให้พึงเข้าใจว่าสัตวแพทย์นั้นจะจ่ายได้เฉพาะเพื่อบำบัดโรคของสัตว์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕.

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหรือกุศลสังคหสภาซึ่งมีใบอนุญาตให้ซื้อ มี

และจ่ายยาเสพติดให้โทษ จะจ่ายยาเสพติดให้โทษได้แต่เฉพาะสำหรับคนไข้ของโรงพยาบาลหรือสภานั้น

ตามคำสั่งเป็นหนังสือของแพทย์ซึ่งเป็นผู้บำบัดโรคของคนไข้นั้น

หรือคำสั่งของแพทย์คนใดคนหนึ่งซึ่งได้รับมอบหน้าที่โดยชอบ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖.

เจ้าหน้าที่ศาลาหรือสภาวิทยาศาสตร์ซึ่งมีใบอนุญาตให้ซื้อ มี และจ่ายยาเสพติดให้โทษ

จะจ่ายยาเสพติดให้โทษได้เฉพาะเพื่อการทดลองหรือการวิทยาศาสตร์แห่งศาลาหรือสภานั้น

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗.

เจ้าหน้าที่ผู้รักษาพัสดุรัฐบาลซึ่งมีใบอนุญาตให้ซื้อ มี และจ่ายยาเสพติดให้โทษ

จะจ่ายยาเสพติดให้โทษได้เฉพาะสำหรับการรักษาพยาบาลในราชการทหารบกทหารเรือ

และทหารอากาศ หรือในพฤติการณ์พิเศษ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘.

ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาเวชกรรม หรือทันตกรรมชั้นหนึ่ง

ซึ่งไม่มีใบอนุญาตให้ซื้อ มี และจ่ายยาเสพติดให้โทษ จะสั่งจ่ายยาเสพติดให้โทษ

แก่คนไข้ของตนได้

และสัตวแพทย์ซึ่งมีปริญญาหรือประกาศนียบัตรแต่ไม่มีใบอนุญาตให้ซื้อ มี

และจ่ายยาเสพติดให้โทษ จะสั่งจ่ายยาเสพติดให้โทษเพื่อบำบัดโรคของสัตว์ก็ได้

แต่จะต้องใช้แบบใบสั่งยาของกรมสาธารณสุขตามแบบ ย.ส. ๑๐ ท้ายกฎนี้

ซึ่งจะต้องยื่นคำขออนุญาตซื้อต่ออธิบดีโดยใช้แบบ ย.ส. ๖ ท้ายกฎนี้

เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึ่งจะซื้อใบสั่งยานั้นได้จากเจ้าหน้าที่ยาเสพติดให้โทษ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ใบสั่งยาเสพติดให้โทษดั่งกำหนดไว้ในข้อ ๒๘.

ต้องทำสำเนาใบสั่งยานั้นและเก็บรักษาไว้มีกำหนดสามปี เพื่ออธิบดี

ผู้มีตำแหน่งรองหรือผู้แทนซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่โดยชอบต้องการตรวจเมื่อใดจะได้นำออกแสดงได้

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐. ใบสั่งยาทั้งสิ้นซึ่งผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาเภสัชกรรมได้รับไว้นั้น

ต้องเก็บรักษาไว้มีกำหนดสามปีโดยประการที่จะพึงตรวจดูได้โดยสะดวก

ดั่งได้กำหนดไว้ในข้อ ๒๙.

กฎให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๘๒

เชวงศักดิ์สงคราม

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ลงนามแทน

สุกัญญา/ผู้จัดทำ

๒๒ เมษายน ๒๕๕๒

ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ

๓๐ เมษายน ๒๕๕๒

ธนวัชร/ปรับปรุง

๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๕๖/ตอนที่ -/หน้า ๒๓๔๖/๑๑

มีนาคม ๒๔๘๒

30 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความนพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช 2465 ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2479 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_720bdc3fd9e69b79

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com