มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘
และมาตรา ๙ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่
๑๐) พ.ศ. ๒๕๒๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๘
ให้มีประธานศาลฎีกาประจำศาลฎีกาหนึ่งคน และให้มีอธิบดี
ผู้พิพากษาประจำศาลอุทธรณ์ ศาลแพ่ง ศาลอาญา
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ศาลอาญากรุงเทพใต้
ศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรีศาลละหนึ่งคนกับให้มีรองประธานศาลฎีกาประจำศาลฎีกา
และรองอธิบดีผู้พิพากษาประจำศาลอุทธรณ์ ศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลาแพ่งกรุงเทพใต้
ศาลอาญากรุงเทพใต้ศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรี ศาลละสองคน แต่ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในทางราชการ
จะกำหนดให้มีรองประธานศาลฎีกา หรือรองอธิบดีผู้พิพากษาประจำศาลใดมากกว่าสองคนก็ได้
เมื่อตำแหน่งประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง
อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้
อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี หรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรีว่างลง
หรือเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ให้รองประธานศาลฎีกาหรือรองอธิบดี
ผู้พิพากษาแล้วแต่กรณีเป็นผู้ทำการแทน
ถ้ามีผู้ดำรงตำแหน่งนั้นมากกว่าหนึ่งคนให้ผู้มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้ทำการแทน
ถ้าผู้มีอาวุโสสูงสุดไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้มีอาวุโสถัดลงมาตามลำดับ
เป็นผู้ทำการแทน
ในกรณีที่ไม่อาจมีผู้ทำการแทนตามวรรคสองได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะสั่งให้ผู้พิพากษาคนหนึ่งซึ่งประจำศาลนั้นหรือศาลใดศาลหนึ่งเป็นผู้ทำการแทนก็ได้