法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลฆะมัง ตำบลพิกุล ตำบลชุมแสง และตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 2)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด

หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลฆะมัง ตำบลพิกุล ตำบลชุมแสง

และตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์

พ.ศ.

๒๕๔๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๘ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการขายปลีก หรือขายส่ง หรือทั้งขายปลีกและขายส่ง ซึ่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่มีกิจกรรมหลักเพื่อใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผล หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก ที่บริเวณซึ่งอยู่ห่างจากถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ เป็นระยะ ๒,๔๐๐ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวเส้นตั้งฉากกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ บรรจบกับริมฝั่งแม่น้ำน่าน ฟากตะวันออก เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ที่บริเวณซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ระยะ ๔๐๐ เมตร จนบรรจบกับทางรถไฟสายเหนือ ที่บริเวณซึ่งอยู่ห่างจากทางรถไฟสายเหนือตัดกับศูนย์กลางคลองจระเข้เผือก ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวทางรถไฟสายเหนือเป็นระยะ ๑,๗๐๐ เมตร

ทิศตะวันออก เป็นเส้นตรงที่เชื่อมจากจุดที่บรรจบกับทางรถไฟสายเหนือตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางรถไฟสายเหนือตัดกับศูนย์กลางคลองจระเข้เผือก ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวทางรถไฟสายเหนือเป็นระยะ ๑,๗๐๐ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บรรจบกับเส้นตั้งฉากระยะ ๑,๓๐๐ เมตร กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ที่บริเวณซึ่งอยู่ห่างจากถนนแสงมุกดา บรรจบกับถนนเทศบาลพัฒนา ๒ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวถนนแสงมุกดา และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ เป็นระยะ ๑,๙๐๐ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ เป็นระยะ ๑,๓๐๐ เมตร ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ จนถึงจุดซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ เป็นระยะ ๑,๐๐๐ เมตร

ทิศใต้ เป็นเส้นตรงเชื่อมจากจุดซึ่งตั้งฉากระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ที่บริเวณซึ่งอยู่ห่างจากถนนแสงมุกดาบรรจบกับถนนเทศบาลพัฒนา ๒ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวถนนแสงมุกดา และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ เป็นระยะ ๑,๙๐๐ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านหนองไอ้ยอด บรรจบกับเส้นตั้งฉากระยะ ๕๐๐ เมตร กับทางรถไฟสายเหนือ ที่บริเวณซึ่งอยู่ห่างจากทางรถไฟสายเหนือตัดกับถนนโพธิ์หนองยาว

ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางรถไฟสายเหนือ เป็นระยะ ๒,๖๐๐ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

ตามแนวเส้นตั้งฉากกับทางรถไฟสายเหนือ เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตก บรรจบกับคลองงิ้ว ฟากตะวันออก ที่บริเวณซึ่งอยู่ห่างจากคลองสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ บรรจบกับคลองงิ้วไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวคลองงิ้ว ฟากใต้ เป็นระยะ ๑,๕๐๐ เมตร เป็นเส้นเลียบไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวคลองงิ้ว ฟากใต้ เป็นระยะ ๑,๕๐๐ เมตร บรรจบคลองสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตก เป็นระยะ ๑,๓๐๐ เมตร จนบรรจบกับเส้นตั้งฉากระยะ ๑๕๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕

ทิศตะวันตก เป็นเส้นตรงที่เชื่อมจากจุดซึ่งตั้งฉาก ระยะ ๑๕๐ เมตร กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ เป็นเส้นตรงไปตามทิศเหนือตามแนวเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ เป็นระยะ ๖๓๐ เมตร ผ่านแม่น้ำน่าน บรรจบกับริมฝั่งแม่น้ำยมฝั่งเหนือ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ ที่บริเวณซึ่งถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ เป็นเส้นเลียบไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศเหนือ ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ ผ่านคลองวัว ผ่านถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ จนบรรจบถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก ที่บริเวณซึ่งอยู่ห่างจากถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ

ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ เป็นระยะ ๒,๔๐๐ เมตร

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒

” หมายความว่า พื้นที่ในบริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ เป็นเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จนบรรจบกับเส้นขนานระยะ ๓๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำน่าน ฟากตะวันออก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากถนนเทศบาลพัฒนา ๑ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ เป็นระยะ ๑,๐๐๐ เมตร เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ฟากตะวันตก และถนนเทศบาลพัฒนา ฟากใต้ จดโรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านชุมแสง) หนองน้ำสาธารณะ บรรจบถนนเทศบาลพัฒนา ๑ ฟากตะวันตก และเป็นเส้นตั้งฉาก ระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางรถไฟสายเหนือ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จนบรรจบกับถนนเทศบาลพัฒนา ๑ ฟากตะวันออก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากคลองจระเข้เผือก ตัดกับทางรถไฟสายเหนือ ไปตามแนวทางรถไฟสายเหนือ ระยะ ๑,๐๐๐ เมตร

ทิศตะวันออก เลียบทางรถไฟสายเหนือ ฟากตะวันตก เลียบสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ด้านตะวันตกจนบรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ ไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๘ ฟากตะวันออก ไปทางทิศใต้ บรรจบถนนแสงไพฑูรย์

ทิศใต้ เลียบถนนแสงไพฑูรย์ฟากเหนือ บรรจบแนวขนาน ระยะ ๑๕ เมตร กับริมแม่น้ำน่าน

ฝั่งตะวันออก

ทิศตะวันตก ขนานระยะ ๑๕ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันออก ไปทางทิศเหนือ บรรจบถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ และขนานระยะ ๓๐ เมตร กับแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ บรรจบจุดเริ่มต้น

๒.๒ ทิศเหนือ

จดเส้นตั้งฉาก ระยะ ๗๙๐ เมตร กับศูนย์กลางทางรถไฟสายเหนือ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากคลองจระเข้เผือก บรรจบทางรถไฟสายเหนือ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางรถไฟสายเหนือ ระยะ ๑,๐๐๐ เมตร

ทิศตะวันออก เป็นเส้นตรงไปทางทิศใต้ บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางสะพานข้ามหนองอีขัด ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ระยะ ๒๕๐ เมตร

ทิศใต้ เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ฟากเหนือ

ไปทางทิศตะวันตก บรรจบถนนเทศบาลพัฒนา ๒

ทิศตะวันตก เลียบถนนเทศบาลพัฒนา ๒ และเขตทางรถไฟสายเหนือ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบจุดเริ่มต้น

๒.๓ ทิศเหนือ จดถนนแสงมุกดา ฟากใต้ ตรงจุดที่บรรจบกับถนนเทศบาลพัฒนา ๒ เลียบถนนแสงมุกดา ฟากใต้ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เลียบตามหนองอีขัด บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ฟากใต้ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากกึ่งกลางสะพานข้ามหนองอีขัด ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ระยะ ๒๕๐ เมตร

ทิศตะวันออก เป็นเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ไปทางทิศใต้ระยะ ๑๔๐ เมตร และเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงจุดที่อยู่ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางถนนโพธิ์หนองยาว ระยะ ๕๖๐ เมตร ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนโพธิ์หนองยาว บรรจบกับหลักหมุดผังเมือง นว. ๑๐๐๖ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวถนนโพธิ์หนองยาว ระยะ ๖๕๐ เมตร และเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บรรจบจุดที่อยู่ตามแนวตั้งฉากกับทางรถไฟสายเหนือ ระยะ ๓๖๐ เมตร ที่จุดซึ่งอยู่ห่างถนนโพธิ์หนองยาว บรรจบกับทางรถไฟสายเหนือ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางรถไฟสายเหนือ ระยะ ๑,๓๒๐ เมตร

ทิศใต้ เป็นเส้นตั้งฉากระยะ ๓๖๐ เมตร กับทางรถไฟสายเหนือ

ทิศตะวันตก เลียบเขตทางรถไฟสายเหนือไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบจุดเริ่มต้น

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ จดเขตวัดคลองระนง

ทิศตะวันออก จดแนวขนานระยะ ๒๕๐ เมตร กับถนนเทศบาลพัฒนา ๒

ทิศใต้ จดถนนโพธิ์หนองยาว ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนเทศบาลพัฒนา ๒ ฟากตะวันออก

และบริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ จดแนวขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับถนนแสงชัชวาลย์

ทิศตะวันออก จดเส้นตรงที่ต่อเชื่อมจากเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางถนนแสงชัชวาลย์ ฟากใต้ เป็นระยะ ๑๐๐ เมตร

ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากกับเส้นขนานกับศูนย์กลางเส้นที่ต่อเชื่อมระหว่างหลักหมุดผังเมือง ที่ นว. ๑๐๐๘ กับหลักหมุด ที่ นว. ๑๖๐๐ ตรงจุดที่อยู่ห่างคลองระนงฟากใต้ เป็นระยะ ๑๓๐ เมตร

ทิศตะวันตก เป็นเส้นขนานระยะ ๖๐ เมตร กับเส้นตรงที่ต่อเชื่อมระหว่างหลักหมุดที่ นว. ๑๐๐๘ กับหลักหมุดที่ นว. ๑๖๐๐

๒.๔ ทิศเหนือ จดถนนสาธารณะ และถนนแสงสุจริตธรรม ๑ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดถนนเทศบาลพัฒนา ๑ ฟากตะวันตก และทางรถไฟสายเหนือ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉาก ระยะ ๙๔๐ เมตร กับทางรถไฟสายเหนือ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนแสงสุจริตธรรม ๑ บรรจบกับทางรถไฟสายเหนือไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางรถไฟสายเหนือ ระยะ ๑,๓๒๐ เมตร และเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ บรรจบจุดที่อยู่ตามแนวขนานกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ เป็นระยะ ๒๐๐ เมตร เป็นแนวขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บรรจบจุดที่อยู่ตามแนวตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนแสงสุจริตธรรม ๑ บรรจบกับถนนแสงราษฎร์ใต้ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวถนนแสงราษฎร์ใต้ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ระยะ ๓,๒๕๓ เมตร เป็นเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นแนวขนานระยะ ๓๐ เมตร กับริมแม่น้ำน่าน

ทิศตะวันตก ขนานระยะ ๓๐ เมตร กับริมแม่น้ำน่าน ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงจุดที่อยู่ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากโรงเรียนวัดท่านา ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ระยะ ๖๐๐ เมตร เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ฟากตะวันออก ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

บรรจบจุดที่อยู่ห่างจากถนนแสงสุจริตธรรม ๑ บรรจบกับถนนแสงราษฎร์ใต้ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวถนนแสงสุจริตธรรม และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ ระยะ ๑,๘๐๐ เมตร และตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๕ บรรจบระยะขนาน ๓๐ เมตร กับแม่น้ำน่าน เลียบระยะขนาน ๓๐ เมตร กับแม่น้ำน่าน ไปทางทิศเหนือบรรจบจุดเริ่มต้น

ทั้งนี้

ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา ศาสนสถาน โบราณสถาน สวนสาธารณะ และบริเวณที่ดินที่เป็นสาธารณประโยชน์ของแผ่นดิน

ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลฆะมัง ตำบลพิกุล ตำบลชุมแสง และตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและประเภท ดังต่อไปนี้

(๑) ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๕๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

(๒) ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารดังต่อไปนี้

(ก) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

(ข) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๕๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้

๑. ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

๒. แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

๓.

มีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๕๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๔. มีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๒ ต่อ ๑

๕. มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

๖. มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๗. มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๘ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๘. อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

๙.

มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

๑๐. ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ห้ามบุคคลใดดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ อาคารที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อกฎกระทรวงนี้ไม่ได้

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗

โภคิน พลกุล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบ]

๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลฆะมัง

ตำบลพิกุล ตำบลชุมแสง และตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. ๒๕๔๗

(ดูข้อมูลภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลฆะมัง ตำบลพิกุล ตำบลชุมแสง และตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ลงวันที่

๒ กันยายน ๒๕๔๖ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๔๖ เป็นต้นมา แต่มาตรา

๑๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.

๒๕๒๒ บัญญัติว่า

ถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับ

ให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิก และโดยที่สมควรห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในบริเวณดังกล่าวต่อไป

เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ศุภชัย/พิมพ์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๘

ฐิติพงษ์/พัชรินทร์/ตรวจ

๓๑

พฤษภาคม ๒๕๔๘

A+B

[๑] รก.๒๕๔๗/พ๕๑ก/๗๒/๓ กันยายน

๒๕๔๗

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลฆะมัง ตำบลพิกุล ตำบลชุมแสง และตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_724349eb8a908ee4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com