法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรและสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขการยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรและสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืน

หรือยกเว้นภาษี[๑]

เพื่อให้การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา

๑๐๓

และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา

๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นไปโดยถูกต้อง ทันสมัย โปร่งใส

และเป็นธรรม

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒ ข้อ ๔ วรรคสอง ข้อ ๘ วรรคหนึ่ง ข้อ ๑๐

วรรคสอง และข้อ ๑๑ วรรคสอง

แห่งกฎกระทรวงการยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

และสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ.

๒๕๖๐ อธิบดีจึงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“ผู้ส่งออก” หมายความว่า

ผู้ที่ประสงค์จะขอยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

“สถานที่เก็บสินค้า” หมายความว่า

สถานที่เก็บสินค้าที่ได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่ให้ใช้เก็บสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีแล้ว

และให้หมายความรวมถึงสถานที่ใช้เก็บสินค้าที่เสียภาษีแล้วของผู้ส่งออกหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าที่ประสงค์จะขอคืนภาษีด้วย

หมวด

การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรที่จะได้รับยกเว้นหรือคืนภาษี

ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

๒.๑ เป็นสินค้าที่บุคคลตามข้อ ๓

เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

๒.๒

ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐๙

กำหนดให้ได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีในกรณีส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

และ

๒.๓ เป็นสินค้าที่ยังไม่ผ่านการใช้งานหรือยังมิได้บริโภค

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้บุคคลดังต่อไปนี้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีได้

๓.๑ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต

๓.๒

ผู้ซื้อหรือผู้ที่ได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

โดยได้รับความยินยอมจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้น

๓.๓ บุคคลอื่นนอกจากข้อ ๓.๑ และข้อ ๓.๒

ที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้มีสิทธิขอคืนภาษี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะขอยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

ให้ปฏิบัติดังนี้

๔.๑ ยื่นคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน

หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

หรือยื่นผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นที่ได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่ โดยให้ถือปฏิบัติดังนี้

๔.๑.๑ กรณีที่ขอยกเว้นภาษี ให้ผู้ส่งออกยื่นคำขอดังนี้

(๑) กรณีที่ผู้ส่งออกจะนำ

สินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

เพื่อนำไปส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้ยื่นคำขอตามแบบ ภส.๐๕ - ๐๑ ท้ายประกาศนี้

ก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี และให้สรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบความถูกต้องของคำขอ

หากเห็นว่าถูกต้องก็ให้พิจารณาสั่งอนุมัติให้ยกเว้นภาษีในคำขอนั้น

(๒) กรณีที่ผู้ส่งออกจะนำ

สินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไปเก็บไว้ ณ

สถานที่เก็บสินค้าตามข้อ ๙ ให้ยื่นคำขอตามแบบ ภส.๐๕ - ๐๑/๑ ท้ายประกาศนี้ ก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

แล้วแต่กรณี และให้สรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบความถูกต้องของคำขอ

หากเห็นว่าถูกต้องก็ให้พิจารณาสั่งอนุมัติให้ยกเว้นภาษีในคำขอนั้น

๔.๑.๒ กรณีที่ขอคืนภาษี ให้ผู้ส่งออกยื่นคำขอตามแบบ

ภส.๐๕ - ๐๑ ท้ายประกาศนี้

ก่อนนำสินค้าออกจากสถานที่เก็บสินค้าที่ใช้เก็บสินค้าที่เสียภาษีแล้วของผู้ส่งออกนั้น

และให้สรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบความถูกต้องของคำขอ

และเมื่อได้รับหลักฐานรับรองการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรถูกต้องแล้วตามข้อ

๔.๕

ให้สรรพสามิตพื้นที่มีคำสั่งอนุมัติให้คืนภาษีสำหรับสินค้านั้น

๔.๒ กรณีที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร

ให้ประทับตราหรือทำเครื่องหมาย “FOR EXPORT ONLY” หรือ “FOR EXPORT” หรือเครื่องหมายใด ๆ ที่ตัวสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าให้มองเห็นได้ชัดเจน

เว้นแต่สรรพสามิตพื้นที่จะสั่งเป็นอย่างอื่น

กรณีที่ส่งน้ำมันดีเซลออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรให้เติมสาร Marker ก่อนนำน้ำมันดีเซลออกจากโรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

กรณีที่ส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

ให้ผู้ส่งออกแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน

หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี เพื่อไปทำการตรวจสอบชนิดและปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้านั้น

๔.๓ เมื่อผู้ส่งออกดำเนินการตามข้อ ๔.๑ และข้อ ๔.๒ แล้ว

ให้ผู้ส่งออกนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า

แล้วแต่กรณี เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรได้ ทั้งนี้

ผู้ส่งออกจะต้องส่งสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

แล้วแต่กรณี เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ส่งออกอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่

ที่รับคำขอตามข้อ ๔.๑ เพื่อพิจารณาอนุมัติ

แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม

หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี

๔.๔

สินค้าที่ได้รับการยกเว้นหรือขอคืนภาษีต้องผ่านพิธีการศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

กรณีสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ

ให้ผู้ส่งออกแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่ด่านศุลกากรหรือสำนักงานศุลกากรที่ทำพิธีการศุลกากรเพื่อไปทำการตรวจสอบชนิดและปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรทุกครั้ง

๔.๕ เมื่อส่งสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีหรือขอคืนภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว

ให้ผู้ส่งออกส่งแบบ ภส.๐๕ - ๐๑

ซึ่งผู้ส่งออกได้รับรองการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว

พร้อมหลักฐานใบแสดงรายการและราคาสินค้า เช่น ใบกำกับสินค้า (Invoice) หรือใบตราส่ง (Bill of Lading) หรือ Airway Bill เป็นต้นต่อสรรพสามิตพื้นที่

ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอตามข้อ ๔.๑

หรือส่งผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ส่งออกอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอตามข้อ

๔.๑ เพื่อพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีขอคืนภาษี

ผู้ส่งออกจะต้องส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เสียภาษีสำหรับสินค้านั้น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การขอคืนภาษีตามข้อ ๔.๑.๒ ถ้าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่เสียภาษีแล้วโดยการใช้แสตมป์สรรพสามิต

ให้ผู้ส่งออกแกะลอกและทำลายแสตมป์สรรพสามิต ภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้ส่งออกเก็บหลักฐานและเอกสารตามข้อ ๗.๑ ถึงข้อ ๗.๓ ไว้ ณ โรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน สถานที่เก็บสินค้า หรือสถานประกอบการของผู้ส่งออกไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาดังนี้

๗.๑

หลักฐานการรับรองการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรของพนักงานศุลกากร

แล้วแต่กรณี ตามระบบพิธีการศุลกากรส่งออกทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Export)

๗.๒ เอกสารการสั่งซื้อสินค้า เช่น Performa Invoice หรือ Purchase Order หรือ Order Note หรือเอกสารอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน

๗.๓ หลักฐานที่แสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้า เช่น

หลักฐานการเปิด L/C (Letter of Credit) หรือหลักฐานการจัดทำ T/T (Telex Transfer) หรือ T/P (Term of Payment) หรือเอกสารที่ระบุว่ามีการนำเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือ Bank Statement เป็นต้น

ผู้ส่งออกต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเข้าทำการตรวจสอบสินค้าตลอดจนบัญชีหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ

สถานที่เก็บสินค้าและสถานประกอบการของผู้ส่งออกได้ตลอดเวลา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ผู้ส่งออกจัดทำรายงานประจำเดือนการยกเว้นหรือคืนภาษีตามแบบท้ายประกาศนี้และรายงานต่อสรรพสามิตพื้นที่

ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอตามข้อ ๔.๑

ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไปหรือผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต

http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะนำสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีไปเก็บไว้

ณ สถานที่เก็บสินค้าเพื่อรอการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

แล้วแต่กรณี ให้ปฏิบัติดังนี้

๙.๑ ขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้า

เพื่อใช้เก็บสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีเพื่อรอการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

ต่อสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่

พร้อมแจ้งรายละเอียดและหลักฐานดังนี้

๙.๑.๑ ชื่อ ที่ตั้ง

ของสถานที่เก็บสินค้า

๙.๑.๒ ชื่อเจ้าของหรือผู้มีอำนาจดำเนินการของสถานที่เก็บสินค้า

๙.๑.๓ แบบแปลน แผนผัง ของสถานที่เก็บสินค้า ทั้งนี้

กรณีที่ใช้เก็บสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ให้ระบุหมายเลขถังที่จะใช้เก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

ซึ่งได้รับการตรวจสอบรับรองจากกรมสรรพสามิต

๙.๑.๔

หลักฐานแสดงความยินยอมให้ใช้สถานที่เก็บสินค้าจากเจ้าของหรือผู้มีอำนาจดำเนินการของสถานที่เก็บสินค้า

๙.๑.๕

หนังสือยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเข้าไปทำการตรวจสอบสินค้าตลอดจนบัญชีหลักฐานและเอกสารต่าง

ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ภายในสถานที่เก็บสินค้าได้ตลอดเวลาจากเจ้าของหรือผู้มีอำนาจดำเนินการของสถานที่เก็บสินค้า

๙.๒

ก่อนรับสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีเข้าเก็บในสถานที่เก็บสินค้า

ให้ผู้ส่งออกแจ้งการรับสินค้าโดยยื่นแบบแจ้งการรับ - จ่ายสินค้า ณ

สถานที่เก็บสินค้าตามแบบ ภส.๐๕ - ๐๑/๒ ท้ายประกาศนี้

ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่

หรือยื่นผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่

๙.๓ ส่งแบบ ภส.๐๕ - ๐๑/๑

ซึ่งผู้ส่งออกรับรองการรับสินค้าเข้าเก็บไว้ในสถานที่เก็บสินค้าต่อสรรพสามิตพื้นที่

ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอตามข้อ ๔.๑

หรือยื่นผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่

ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

แล้วแต่กรณี เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น

ผู้ส่งออกอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอ ตามข้อ ๔.๑ เพื่อพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้

เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม

หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี พร้อมหลักฐานดังนี้

๙.๓.๑

หลักฐานการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

๙.๓.๒ หลักฐานการรับสินค้าเข้าเก็บไว้

ณ สถานที่เก็บสินค้า

๙.๔

ก่อนจ่ายสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีออกจากสถานที่เก็บสินค้า

ให้ผู้ส่งออกแจ้งการจ่ายสินค้าโดยยื่นแบบแจ้งการรับ - จ่ายสินค้า ณ

สถานที่เก็บสินค้าตามแบบ ภส.๐๕ - ๐๑/๒ ท้ายประกาศนี้

ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่

หรือยื่นผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่

๙.๕ กรณีที่เป็นสินค้าน้ำ

มันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ได้รับการยกเว้นภาษีให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตไปตรวจสอบชนิดและปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้าหรือจ่ายออก

ณ สถานที่เก็บสินค้าทุกครั้ง

๙.๖ ให้ผู้ส่งออกถือปฏิบัติตามข้อ ๔.๒ ถึงข้อ ๔.๓ โดยอนุโลม

๙.๗

เมื่อส่งสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว

ให้ผู้ส่งออกส่งแบบ ภส.๐๕ - ๐๑/๒

ซึ่งผู้ส่งออกได้รับรองการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว

พร้อมหลักฐานใบแสดงรายการและราคาสินค้า เช่น

ใบกำกับสินค้า (Invoice) หรือใบตราส่ง (Bill of Lading) หรือ Airway Bill เป็นต้น ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอตามข้อ ๔.๑ หรือส่งผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่

ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรเว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น

ผู้ส่งออกอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอตามข้อ ๔.๑ เพื่อพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้

เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

๙.๘ ให้ผู้ส่งออกเก็บหลักฐานและเอกสารไว้ ณ

สถานที่เก็บสินค้าหรือสถานประกอบการของผู้ส่งออก โดยให้นำความในข้อ ๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

๙.๙

ผู้ส่งออกต้องส่งสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในหกเดือนนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

แล้วแต่กรณี เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น

ผู้ส่งออกอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอตามข้อ

๔.๑ เพื่อพิจารณาอนุมัติ

แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

แล้วแต่กรณี

๙.๑๐ ผู้ส่งออกต้องจัดทำบัญชีแสดงการรับ – จ่ายสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี ณ สถานที่เก็บสินค้า

ตามแบบท้ายประกาศนี้ และเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า

เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี

หากปรากฏว่า สินค้าที่นำเข้าไปในสถานที่เก็บสินค้าหรือที่จะส่งออกนอกราชอาณาจักร

หรือที่จะนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้รับการยกเว้นภาษี

ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี

และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่

ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ

หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน

หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี

ในกรณีสินค้าตามวรรคหนึ่งเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับหากสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละ ๐.๕ ของจำนวนที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การเสียภาษีของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ส่งออกที่ไม่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาตามข้อ ๔.๓ หรือข้อ ๙.๙

หรือฝ่าฝืนไม่กระทำการตามข้อ ๔.๔ ข้อ ๔.๕ ข้อ ๙.๑ ข้อ ๙.๒ ข้อ ๙.๔ ข้อ ๙.๕ ข้อ ๙.๗ ข้อ ๙.๘ หรือข้อ ๙.๑๐ ให้สรรพสามิตพื้นที่ตามข้อ

๔.๑ มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้า

และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้านั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่

ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

ให้สรรพสามิตพื้นที่แจ้งคำสั่งเพิกถอนตามวรรคหนึ่งเป็นหนังสือแก่ผู้ส่งออกภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ส่งออกที่ขอคืนภาษี

หากไม่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาตามข้อ

๕ หรือฝ่าฝืนไม่กระทำการตามข้อ ๔.๔ ข้อ ๔.๕ หรือข้อ ๗

ให้ถือว่าผู้ส่งออกละทิ้งคำขอและไม่มีสิทธิได้รับคืนภาษีสำหรับสินค้าตามคำขอนั้น

หมวด

การขอรับคืนหรือการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

หรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีหรือผู้นำเข้าซึ่งประสงค์จะขอรับคืนภาษีตามมาตรา

๑๐๗ ให้ยื่นคำขอดังนี้

๑๓.๑

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีหรือผู้นำเข้าซึ่งประสงค์จะขอรับคืนภาษีตามมาตรา

๑๐๗ (๑) หรือ (๒)

ให้ยื่นคำขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตามแบบ ภส.๐๕-๐๕

ท้ายประกาศนี้ ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

หรือยื่นผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นที่ได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่

๑๓.๒ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีหรือผู้นำเข้าซึ่งประสงค์จะขอรับคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๗ (๓)

ให้ยื่นคำขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตามแบบ ภส.๐๕-๐๖ ท้ายประกาศนี้

ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน

หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

หรือยื่นผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นที่ได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่

๑๓.๓

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีหรือผู้นำเข้าที่ประสงค์จะขอรับคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๗ (๔)

ให้ยื่นคำขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตามแบบ ภส.๐๕-๐๗ ท้ายประกาศนี้

ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน

หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

หรือยื่นผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นที่ได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่

กรณีที่ขอยกเว้นภาษี ให้สรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอตามวรรคหนึ่ง

ตรวจสอบคำขอ หากเห็นว่าถูกต้องก็ให้พิจารณาสั่งอนุมัติให้ยกเว้นภาษีในคำขอนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๑๓

ให้สรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอตามข้อ ๑๓ ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

๑๔.๑ กรณีขอรับคืนภาษี

ให้สรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเสียภาษีและสินค้าที่ขอรับคืนภาษี

และเมื่อได้รับหลักฐานถูกต้องแล้วตามข้อ ๑๖ ให้สรรพสามิตพื้นที่มีคำสั่งคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น

๑๔.๒ กรณีขอยกเว้นภาษี

ให้สรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าที่ขอยกเว้นภาษี

หากเห็นว่าถูกต้องให้มีคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านั้น

ในกรณีที่เห็นสมควร สรรพสามิตพื้นที่จะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าหรือสั่งให้ผู้ขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีดำเนินการใด

ๆ กับสินค้านั้น

เพื่อพิสูจน์หรือแสดงว่าเป็นสินค้าที่ขอรับคืนหรือได้รับยกเว้นภาษีก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ได้รับยกเว้นภาษีตามมาตรา

๑๐๗ (๔) ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไปเก็บไว้ ณ

สถานที่เก็บสินค้าเพื่อนำไปใช้เติมอากาศยานหรือเรือเพื่อไปต่างประเทศ

ต้องขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้าต่ออธิบดีโดยให้นำความในข้อ ๙.๑ ข้อ ๙.๒ ข้อ ๙.๔ ข้อ ๙.๕ และข้อ ๙.๑๐ มาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ขอคืนหรือได้รับยกเว้นภาษี

ดำเนินการดังต่อไปนี้

๑๖.๑ กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๑) หรือ (๒)

ให้แจ้งการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า

ต่อสรรพสามิตพื้นที่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอตามข้อ ๑๓

พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ส่วนราชการในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค

หรือราชการส่วนท้องถิ่นหรือองค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น

เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอเพื่อพิจารณาอนุมัติได้

แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว

๑๖.๒ กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๓) ให้แจ้งการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์ต่อสรรพสามิตพื้นที่ภายในหกเดือนนับแต่วันที่จำหน่ายสินค้า

ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอตามข้อ ๑๓

พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่คณะทูตหรือองค์การระหว่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศ ได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น

เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอเพื่อพิจารณาอนุมัติได้

แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่จำหน่ายสินค้า

๑๖.๓ กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๔)

ให้แจ้งการนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเติมอากาศยานหรือเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์ซึ่งพนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้ไปต่างประเทศแล้วต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้อากาศยานหรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศแล้ว

ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ

พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเติมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในอากาศยานหรือเรือดังกล่าว

เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอเพื่อพิจารณาอนุมัติได้

แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้อากาศยานหรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้นำเข้าที่ขอรับคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๗ (๑)

(๒) (๓) หรือ (๔) ต้องดำเนินการตามข้อ ๑๓ ถึงข้อ ๑๖ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ถ้าปรากฏสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้รับยกเว้นภาษี

ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี

และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่

ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ

หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า

โดยให้นำความในข้อ ๑๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าซึ่งไม่ดำเนินการตามข้อ ๑๖ ให้ถือว่าผู้นั้นละทิ้งคำขอและไม่มีสิทธิได้รับคืนภาษีสำหรับสินค้าตามคำขอนั้น

ในกรณีสินค้าที่ยกเว้นภาษี หากผู้ประกอบอุตสาหกรรมไม่ดำเนินการตามข้อ

๑๖ ให้สรรพสามิตพื้นที่ตามข้อ ๑๓ เพิกถอนคำสั่งยกเว้นภาษี

และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่

ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

ให้สรรพสามิตพื้นที่แจ้งคำสั่งเพิกถอนตามวรรคสองเป็นหนังสือแก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมภายในเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่ง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

หมวด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การดำเนินการใด

ๆ เกี่ยวกับคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

และคำขอคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

ซึ่งได้ยื่นไว้ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับนั้น

ให้ดำเนินการต่อไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

และระเบียบซึ่งออกตามความในกฎกระทรวงดังกล่าวจนกว่าจะแล้วเสร็จ

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

สมชาย พูลสวัสดิ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

เอกสารแนบท้าย

๑. แบบคำขอยกเว้นหรือคืนภาษี ตามมาตรา ๑๐๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ (ภส.๐๕ - ๐๑)

๒. แบบคำขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

และน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำไปใช้เติมเรือไปต่างประเทศ ตามมาตรา ๑๐๓ และมาตรา

๑๐๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ (ภส.๐๕

- ๐๑/๑)

๓. แบบแจ้งการรับ-จ่ายสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี ณ สถานที่เก็บสินค้า

ตามมาตรา ๑๐๓ และมาตรา ๑๐๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ (ภส.๐๕-๐๑/๒)

๔. คำขอยกเว้นหรือคืนภาษี ตามมาตรา ๑๐๗ (๑) และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ (ภส.๐๕ - ๐๕)

๕. แบบคำขอคืนหรือยกเว้นภาษี ตามมาตรา ๑๐๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ (ภส.๐๕ - ๐๖)

๖. แบบคำขอยกเว้นหรือคืนภาษี ตามมาตรา ๑๐๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ (ภส.๐๕ - ๐๗)

๗. รายงานประจำเดือนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

ตามมาตรา ๑๐๓

๘. รายงานประจำเดือนการจ่ายสินค้า ตามมาตรา ๑๐๗

๙. บัญชีรับ - จ่าย สินค้า ณ สถานที่เก็บสินค้า

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พัชรภรณ์/จัดทำ

ตุลาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ

๑๑๙ ง/หน้า ๑๘๒ (เล่มที่ ๑)/๒๔ พฤษภาคม

๒๕๖๑

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรและสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_729b97263dbdace0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com