ข้อ ๖ ผู้ที่เคยเป็นราชองครักษ์ในรัชกาลใด
เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วและได้รับพระราชทานเข็มอักษรพระปรมาภิไธยย่อในองค์พระมหากษัตริย์รัชกาลนั้น
ประกอบด้วยแถบแพรเป็นเกียรติยศ ให้ติดที่อกเสื้อข้างขวาเหนือกระเป๋าบน
ถ้ามีเครื่องหมายอื่นติดอยู่แล้ว ให้ติดเครื่องหมายนี้เหนือขึ้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงทั้ง ๓ ฉบับนี้
คือ กฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ มีข้อความอย่างเดียวกันในเรื่อง
(๑) สิทธิและโอกาสในการแต่งเครื่องแบบ (๒) การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์
และ (๓) การใช้เสื้อครุย เสื้อปริญญา และเครื่องหมายพิเศษบางอย่าง สมควรแยกออกบัญญัติไว้เป็นกฎกลาง
โดยตรากฎกระทรวงทั้ง ๓ ฉบับ นี้ขึ้น
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์
ฉบับที่ ๒[๘]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปลอกแขนสำหรับนายทหารราชองครักษ์สวมขณะที่ทำการในหน้าที่ประจำพระองค์โดยเฉพาะ
เช่น รับ นำ ตาม หรือแซงเสด็จ หรือไปในการต่าง ๆ
ในหน้าที่ราชองครักษ์ที่ใช้อยู่เดิมนั้น ยังไม่เหมาะสม สมควรแก้ไขเปลี่ยนแปลงเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์
ฉบับที่ ๓[๙]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ทหารบกหญิงเป็นราชองครักษ์พิเศษแล้ว แต่ตามกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์
มิได้กำหนดเครื่องหมายราชองครักษ์สำหรับทหารบกหญิงที่เป็นราชองครักษ์ไว้
จึงเป็นการสมควรที่จะกำหนดเครื่องหมายราชองครักษ์สำหรับทหารบกหญิงที่เป็นราชองครักษ์เพิ่มขึ้น
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์
ฉบับที่ ๔[๑๐]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากเครื่องแบบกันหนาวของทหารบกที่ใช้เสื้อชั้นนอกคอปิดสีดำตามกฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก
ฉบับที่ ๓๗ ได้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมเป็นเครื่องแบบกันหนาวที่ใช้เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ
และกองทัพเรือต้องการให้ใช้สายยงยศไหมทองเมื่อแต่งเครื่องแบบที่เป็นเสื้อกันหนาว
หรือสำหรับใช้ในประเทศหนาวที่ใช้เสื้อสโมสรสีดำ เสื้อน้อย เสื้อกลาง หรือเสื้อใหญ่สีน้ำเงินดำ
ประกอบกับกองทัพอากาศได้ปรับปรุงกฎกระทรวงว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศขึ้นใหม่
จึงเป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๔๗๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์เสียใหม่เพื่อให้สอดคล้องต้องกันต่อไป
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์
ฉบับที่ ๕[๑๑]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
ทางราชการทหารได้แก้ไขเครื่องแบบทหารอากาศขึ้นใหม่ จึงต้องแก้ไขการประดับเครื่องหมายอักษรพระปรมาภิไธยย่อเพื่อให้สอดคล้องกันกับการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์ตามเครื่องแบบทหารอากาศใหม่
จึงแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าวข้างต้น
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์
ฉบับที่ ๖[๑๒]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อให้ผู้ที่เป็นราชองครักษ์ใช้สายยงยศอย่างอื่นนอกจากสายยงยศราชองครักษ์ในโอกาสที่แต่งเครื่องแบบที่มิได้กำหนดให้ใช้สายยงยศราชองครักษ์ได้และแก้ไขการติดเครื่องหมายอักษรพระปรมาภิไธยบนอินทรธนูให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์
ฉบับที่ ๗[๑๓]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดการประดับเครื่องหมายอักษรพระปรมาภิไธยกับเครื่องแบบทหารเรือให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
พรรณพร/เพิ่มเติม
๒๒ เมษายน
๒๕๖๒
พรรณพร/ปรับปรุง
๓ พฤษภาคม
๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๓/ตอนที่ ๙๘/หน้า ๑๕๐๖/๒๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๙
[๒] ข้อ
๔ (๑) (ก) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์ ฉบับที่ ๔
[๓] ข้อ
๔ (๑) วรรคท้าย แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์ ฉบับที่ ๖
[๔] ข้อ
๔ (๒) (ก) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์ ฉบับที่ ๖
[๕] ข้อ
๔ (๒) (ข) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์ ฉบับที่ ๗
[๖] ข้อ
๔ (๒) (ค) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์ ฉบับที่ ๕
[๗] ข้อ
๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ.
๒๕๐๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์
ฉบับที่ ๒
[๘] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๖/ตอนที่ ๗๓/หน้า ๒๖๔/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๐๒
[๙] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๙๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๖/๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๔
[๑๐] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๐/ตอนที่ ๙๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๒/๔ ตุลาคม ๒๕๐๖
[๑๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๕/ตอนที่ ๖๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๘๐ /๔ กรกฎาคม ๒๕๑๑
[๑๒] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๗/ตอนที่ ๔๔/หน้า ๒๖๓/๑๙ พฤษภาคม ๒๕๑๓
[๑๓] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๘/ตอนที่ ๑๘๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๔