法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมประชาสัมพันธ์ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2544

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมประชาสัมพันธ์

ระเบียบกรมประชาสัมพันธ์

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๔

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ และพระราชบัญญัติ

ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้บัญญัติเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ และรับรองสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของ

รัฐ และโดยที่มาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ กำหนดให้

หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ประกอบกับ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ของประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับ

การจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนตรวจดู ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑

กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ จะกำหนดระเบียบปฏิบัติในการให้ประชาชนเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร

เพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย หรือความปลอดภัยก็ได้ กรมประชาสัมพันธ์จึงออกระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรมประชาสัมพันธ์ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของ

ราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศและคำสั่งอื่นใดของกรมประชาสัมพันธ์ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการ และลูกจ้าของกรมประชาสัมพันธ์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

"คณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร" หมายความว่า คณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร

ของกรมประชาสัมพันธ์

"อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

"ข้อมูลข่าวสาร" หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราว ข้อเท็จจริง

ข้อมูลหรือสิ่งใด ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบของ

กรมประชาสัมพันธ์และมิใช่ข้อมูลข่าวสารที่ให้บริการเชิงธุรกิจ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้อธิบดีรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัย

ปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีที่ระเบียบนี้ไม่ได้กำหนดไว้ หรือไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้

ให้อธิบดีมีอำนาจวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควร

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของกรมประชาสัมพันธ์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของกรมประชาสัมพันธ์ขึ้นคณะหนึ่ง

ประกอบด้วยรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักการ

ประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนัก

พัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนางานเทคนิค

ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศ

ไทย ช่อง ๑๑ ผู้อำนวยการสำนักข่าว ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต ๑ - ๘ ผู้อำนวยการ

กองงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ ผู้อำนวยการกองคลัง

ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ ผู้อำนวยการกองกฎหมายและระเบียบ ผู้อำนวยการศูนย์

สารสนเทศการประชาสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเพื่อการศึกษา

หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน หัวหน้าศูนย์ประสานงานประชาสัมพันธ์จังหวัดและเลขานุการกรม

ประชาสัมพันธ์ เป็นกรรมการ

ให้ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ เป็นกรรมการและเลขานุการ

และจะให้มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดหลักเกณฑ์ หรือวางมาตรการเกี่ยวกับการบริหาร การจัด

ระบบการขออนุญาตและการบริการข้อมูลข่าวสาร

(๒) กำหนดหลักเกณฑ์ วางมาตรการและวินิจฉัยเกี่ยวกับการพิจารณา

ประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย หรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับ

(๓) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดพิมพ์และการ

เผยแพร่วิจัยข้อมูลข่าวสาร

(๔) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร

กับหน่วยงานภายนอก

(๕) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นในกรณีที่มีการหารือหรือมีปัญหา

และอุปสรรคเกี่ยวกับดำเนินการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

(๖) รวบรวมข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการให้เป็นไป

ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสรของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

(๗) ตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามอำนาจ

หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

(๘) ดำเนินงานอื่นใดตามที่อธิบดีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การประชุมของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารต้องมีกรรมการมาประชุม

ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมให้กรรมการที่มาประชุม

เลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียง

หนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียง

หนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้นำความในข้อ ๙ มาใช้บังคับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือ

คณะทำงานที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารแต่งตั้งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ มติของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดี

ก่อนจึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้

การจัดระบบข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้หน่วยงานในสังกัดจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความ

ครอบครองหรือควบคุมดูแล ดังนี้

(๑) ข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา ๗

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

(๒) ข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามมาตรา ๙

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

(๓) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูล

ข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ในการจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงลักษณะของ

ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวว่าเป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติ

ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือไม่ด้วย

ให้หน่วยงานในสังกัดจัดส่งข้อมูลข่าวสารตรา (๑) และ (๒) ไปยังคณะกรรมการ

ข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารจัดส่งข้อมูลข่าวสารตาม (๑) และ (๒) ไปยังสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารของกรมประชาสัมพันธ์

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้หน่วยงานให้บริการข้อมูลข่าวสารจัดทำดรรชนีข้อมูลข่าวสารตาม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ (๑) และ (๒) ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแล โดยให้มีรายละเอียดเพียงพอที่

ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการดำเนินงานตามข้อ ๑๒ ให้หน่วยงานของกรมประชาสัมพันธ์

จัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมดูแล ตรวจสอบ ติดตามและประสานงานในการดำเนินงานดังกล่าวให้

เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

การขอรับข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การเข้าตรวจดู ศึกษา ค้นคว้า หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารให้ทำ

หนังสือยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งแสดงเหตุผลและความจำเป็นต่ออธิบดีหรือผู้มี

อำนาจอนุญาต

ในกรณีที่ผู้ขอไม่ยื่นคำขอหรือไม่อายยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร ให้เจ้าหน้า

ที่จดแจ้งรายละเอียดลงในแบบคำขอและหมายเหตุถึงเหตุที่ไม่มีการยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร

สำหรับกรณีจำเป็นหรือเร่งด่วน อาจขอโดยทางโทรสารก็ได้ โดยให้แจ้งชื่อ

ตำแหน่งและที่อยู่ของผู้ขอด้วย

การพิจารณาอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในตารางกำหนดอายุเอกสาร

และแยกประเภทข้อมูลข่าวสารของกรมประชาสัมพันธ์

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่จะจ้องมีการวินิจฉัยเกี่ยวกับการให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้

ผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๖ ขึ้นไปเป็นผู้มีอำนาจอนุญาตเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ข้อมูลข่าวสารใด หากมีกฎหมาย ระเบียบอื่น หรือมติคณะรัฐมนตรี

กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารนั้นไว้เป็นพิเศษ การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

การบริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้หน่วยงานในกรมประชาสัมพันธ์รวบรวม จัดเตรียม และจัดให้มี

ข้อมูลข่าวสารที่ได้จัดแยกประเภทตามข้อ ๑๒ แล้ว อันเป็นข้อมูลข่าวสารซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ

ของตน เพื่อเผยแพร่ ขาย จำหน่าย จ่ายแจก ตรวจดู และค้นคว้า ตลอดจนจัดหาและจัดทำสำเนา

ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

การบริการข้อมูลข่าวสารนอกจากที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามคำแนะนำ

หรือความเห็นของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดแยกประเภทให้ดำเนิน

การพิจารณาว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใด เว้นแต่เป็นเรื่องลับตามระเบียบว่าด้วยการรักษา

ความลับของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๓ หรือเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูล

ข่าวสารของราชการ หรือผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๖ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ข้อมูลข่าวสารที่มีไว้เพื่อขายหรือจำหน่าย ให้คิดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การเรียกค่าธรรมเนียมการเข้าตรวจดู ขอสำเนา หรือขอสำเนาที่มี

คำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารให้เป็นไปตามคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของกรมประชา

สัมพันธ์กำหนด ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของ

ราชการได้กำหนดไว้

การรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบข้อมูล

ข่าวสารนั้นเป็นผู้รับรอง โดยลงลายมือชื่อพร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ตลอดจนวัน เดือน

ปี ให้ชัดเจน ทั้งนี้ ให้รับรองตามจำนวนที่ผู้ยื่นคำขอขอให้รับรอง

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การบริการส่งข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยทางโทรสาร ให้ดำเนินการได้

เฉพาะกรณีเร่งด่วน โดยคำนึงถึงความสิ้นเปลือง เช่น จำนวนข้อมูลข่าวสาร ระยะเวลาและ

ค่าใช้จ่ายในการส่ง ทั้งนี้ ให้ผู้มีตำแหน่งตั้งแต่หัวหน้าฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นผู้พิจารณา

อนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การบริการข้อมูลข่าวสารให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ ให้ถือ

ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติราชการพื่อประชาชนของหน่วยงาน

ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๒

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้หน่วยงานในกรมประชาสัมพันธ์ควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารที่อยู่ใน

ความรับผิดชอบให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของราชการ และจัดสถานที่บริการข้อมูล

ข่าวสารดังนี้

(๑) ส่วนกลาง ที่หอสมุดกลาง กรมประชาสัมพันธ์

(๒) ส่วนภูมิภาค ที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต และที่สำนักงาน

ประชาสัมพันธ์จังหวัด

ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๔

สุชาติ สุชาติเวชภูมิ

อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

[รก.๒๕๔๔/พ๑๐๖ง/๑๔/๒๒ ตุลาคม ๒๕๔๔]

ชไมพร/พิมพ์

๓ พฤษภาคม ๒๕๔๕

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมประชาสัมพันธ์ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2544 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_784a67db1078a508

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com