ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
๑. กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔
โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า พันธบัตรออมทรัพย์
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๒ อายุ ๓ ปี จำนวน ๘๓,๖๓๐,๐๐๐ บาท (แปดสิบสามล้านหกแสนสามหมื่นบาทถ้วน)
๒. พันธบัตรนี้เป็นพันธบัตรชนิดออกในนามผู้ทรงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร
และจดทะเบียนตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งหมื่นบาท โดยวงเงินซื้อขั้นต่ำ
๑๐,๐๐๐ บาท และจำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ ๑๐,๐๐๐ บาท
โดยมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายและการถือครอง ดังนี้
๒.๑ ผู้มีสิทธิ์ซื้อประกอบด้วย
บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยสภากาชาดไทย มูลนิธิ
สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ
และนิติบุคคลอื่นใดที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร
โดยต้องเป็นผู้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ซื้อพันธบัตรที่ลงทะเบียนในงานมหกรรมการเงิน
หาดใหญ่ ครั้งที่ ๑ Money Expo Hatyai 2011 ณ
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ ๑๑ - ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ (ผู้ไม่มีสิทธิ์ซื้อ ประกอบด้วย
ธนาคาร บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
บริษัทประกัน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนส่วนบุคคลที่บริหารโดยสถาบันการเงิน
กองทุนรวม คณะบุคคล บรรษัท สำนักงานประกันสังคม รัฐวิสาหกิจ บริษัท ห้างร้าน นิติบุคคลที่แสวงหากำไร
นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โรงพยาบาลเอกชน และสถานศึกษาเอกชน)
๒.๒
ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ต้องการโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรรัฐบาลก่อนกำหนดสามารถกระทำได้โดยไม่จำกัดประเภทบุคคล
ตั้งแต่วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป ยกเว้นการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อเป็นหลักประกัน
หรือโอนทางมรดก หรือการแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า
หรือล้มละลายหรือการชำระบัญชี ให้กระทำได้หลังจากได้รับใบพันธบัตรแล้ว
แต่กระทำในระหว่างระยะเวลา ๓๐ วัน ก่อนวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินมิได้
๒.๓ ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐ
เช่น การประกันทางศาล หรือการประกันไฟฟ้า
และสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินหรือบุคคลอื่นได้
การโอนกรรมสิทธิ์ให้ปฏิบัติตามระเบียบและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเป็นนายทะเบียนของธนาคารแห่งประเทศไทย
การโอนกรรมสิทธิ์จะสมบูรณ์
เมื่อพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายได้แต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่นายทะเบียนโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรนั้นแล้ว
๓. วันชำระเงินค่าพันธบัตรสำหรับผู้มีสิทธิ์ซื้อที่ได้จองพันธบัตรออมทรัพย์ในงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่
ครั้งที่ ๑ Money Expo Hatyai 2011 ณ
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
จังหวัดสงขลา ในวันที่ ๑๑ - ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ โดยมีผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดา
๑๔๙ ราย จำนวน ๘๓,๖๓๐,๐๐๐ บาท
๔. พันธบัตรรุ่นนี้
ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดราชการ หรือวันหยุดทำการของธนาคารแห่งประเทศไทย
ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำการถัดไป
๕. พันธบัตรรุ่นนี้
มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๓.๓๕ ต่อปี
การชำระดอกเบี้ยให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรออมทรัพย์ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๒ ที่ได้จดทะเบียนไว้
หรือตามคำร้องขอของผู้มีนามในพันธบัตรฉบับนั้น ให้แบ่งชำระเงินเป็นสองงวด คือในวันที่
๑๔ กุมภาพันธ์ และ ๑๔ สิงหาคม ของทุกปี เป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ
กันตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่
ยกเว้นงวดแรกและงวดที่สองจะคำนวณดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่ถือครองพันธบัตร
สำหรับดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระพร้อมกับต้นเงินของพันธบัตรในวันที่ไถ่ถอนหากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดราชการ
หรือวันหยุดทำการของธนาคารแห่งประเทศไทยก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำการถัดไป
และให้ถือว่าหนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวัน ทั้งนี้
การคำนวณดอกเบี้ยหากมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
การจ่ายดอกเบี้ยของพันธบัตรในแต่ละงวด
จะจ่ายให้แก่ผู้มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรในทะเบียน ณ เวลาที่เริ่มต้นทำการในวันแรกแห่งระยะเวลา
๓๐ วัน ก่อนถึงกำหนดชำระดอกเบี้ย
๖. กระทรวงการคลังจะรับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรนี้ไว้ก็ได้
โดยพันธบัตรที่กระทรวงการคลังรับโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อนี้ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้คืนแล้ว
ตั้งแต่วันรับโอนกรรมสิทธิ์
๗. การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรประเภทนี้
จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตรในกรณีที่มีการออกใบตราสาร
หรือได้รับแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับคืนต้นเงินกู้จากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด ในกรณีที่ไร้ใบตราสาร
๘. ธนาคารกรุงไทย จำกัด
(มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรประเภทนี้ และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
๙. กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้แก่
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ดังนี้
๙.๑ ค่าธรรมเนียมในการจัดจำหน่ายพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๐๐
ของมูลค่าพันธบัตรที่จำหน่ายได้ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
๙.๒
ค่าใช้จ่ายในการจัดส่งพันธบัตรให้กับผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามที่จ่ายจริง
๙.๓ ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ตามที่จ่ายจริง
ไม่เกินวงเงินที่กระทรวงการคลังกำหนด
๑๐. ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียน
และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรประเภทนี้และจัดการอื่น ๆ
ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
๑๑. กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยดังนี้
๑๑.๑
ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๑ ของดอกเบี้ยที่ชำระและต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
๑๑.๒ ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
สุภา ปิยะจิตติ
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงการคลัง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๕ เมษายน ๒๕๕๔
ณัฐวดี/ตรวจ
๒๕ เมษายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๔๑ ง/หน้า ๑๗/๗ เมษายน ๒๕๕๔