法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมศุลกากร ที่ 190/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยกเว้นอากรของตามประเภท 11 ของภาค 4 แห่งพระราชกาหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมศุลกากร

ที่ ๑๙๐/๒๕๖๑

เรื่อง

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยกเว้นอากรของตามประเภท ๑๑ ของภาค ๔

แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร

พ.ศ. ๒๕๓๐

เพื่อให้การยกเว้นอากรสำหรับของที่นำเข้ามาหรือส่งออกไปเพื่อบริจาคเป็นการสาธารณกุศลแก่ประชาชนโดยผ่านส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล

หรือของที่นำเข้ามาเพื่อให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล ตามประเภท ๑๑

ของภาค ๔ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นไปด้วยความเหมาะสมรัดกุม

และสอดคล้องกับประกาศกรมศุลกากร ที่ ๘๑/๒๕๕๑ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขสำหรับของตามภาค

๔ ประเภท ๑๑ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙ ลงวันที่ ๒๑

พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐

ประกอบกับประเภท ๑๑ ของภาค ๔ ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร

พ.ศ. ๒๕๓๐ อธิบดีกรมศุลกากรด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกรมศุลกากร

ที่ ๑/๒๕๕๘ เรื่อง ระเบียบปฏิบัติสำหรับการขอยกเว้นอากรของตามภาค ๔ ประเภท ๑๑ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร

พ.ศ. ๒๕๓๐ ลงวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การขอยกเว้นอากร

ให้ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล เป็นผู้ยื่นขอยกเว้นอากรต่อกรมศุลกากร ก่อนนำของออกจากอารักขาของศุลกากร

๒.๑ กรณีส่วนราชการเป็นผู้ขอยกเว้นอากร กำหนดให้ผู้ยื่นขอยกเว้นอากรและผู้ลงนามในหนังสือขอยกเว้นอากร เป็นดังนี้

๒.๑.๑ ราชการส่วนกลาง

ผู้ยื่นขอยกเว้นอากรต้องเป็นส่วนราชการตั้งแต่ระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป

และผู้ลงนามในหนังสือขอยกเว้นอากรต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการตั้งแต่ระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

๒.๑.๒ ราชการส่วนภูมิภาค ผู้ยื่นขอยกเว้นอากรต้องเป็นส่วนราชการระดับจังหวัด

และผู้ลงนามในหนังสือขอยกเว้นอากรต้องเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

๒.๑.๓ ราชการส่วนท้องถิ่น

(๑) กรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัด

เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ยื่นขอยกเว้นอากรต้องเป็นส่วนราชการระดับจังหวัด

และผู้ลงนามในหนังสือขอยกเว้นอากรต้องเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กรณีกรุงเทพมหานคร

ผู้ยื่นขอยกเว้นอากรต้องเป็นสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

และผู้ลงนามในหนังสือขอยกเว้นอากรต้องเป็นปลัดกรุงเทพมหานครหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กรณีเมืองพัทยา ผู้ยื่นขอยกเว้นอากรต้องเป็นสำนักปลัดเมืองพัทยา

และผู้ลงนามในหนังสือขอยกเว้นอากรต้องเป็นปลัดเมืองพัทยาหรือที่ระดับสูงกว่าขึ้นไปหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

๒.๑.๔ หน่วยงานอื่นของรัฐ

(๑) กรณีมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ให้มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐนั้นเป็นผู้ยื่นขอยกเว้นอากร

และผู้ลงนามในหนังสือขอยกเว้นอากรต้องเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กรณีหน่วยงานอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เช่น

องค์การมหาชนองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ให้หน่วยงานของรัฐนั้นเป็นผู้ยื่นขอยกเว้นอากร

และผู้ลงนามในหนังสือขอยกเว้นอากรต้องเป็นข้อใดข้อหนึ่งดังนี้

ก. ผู้บังคับบัญชาสูงสุด

หรือผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานของรัฐหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

ข. หัวหน้าส่วนราชการตั้งแต่ระดับกรม หรือเทียบเท่าขึ้นไปที่กำกับดูแล

รักษาการ หน่วยงานของรัฐหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

๒.๒ กรณีองค์การสาธารณกุศลเป็นผู้ขอยกเว้นอากร กำหนดให้ผู้ยื่นขอยกเว้นอากรต้องเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล

ตามที่กำหนดใน ข้อ ๒ หรือ ข้อ ๓ ของ

ประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๑๒

ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เรื่อง กำหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาลและสถานศึกษา

ตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา ๓ (๔) (ข)

แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

(ฉบับที่ ๒๓๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

(ฉบับที่ ๒๕๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยผู้ลงนามในหนังสือขอยกเว้นอากร ต้องเป็นผู้มีอำนาจลงนามตามตราสารการจัดตั้งองค์การหรือสถานสาธารณกุศลนั้น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล ตามข้อ ๒

ต้องยื่นหนังสือขอยกเว้นอากรพร้อมเอกสารและหลักฐานประกอบการขอยกเว้นอากร ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

๓.๑ หนังสือขอยกเว้นอากร อย่างน้อยต้องแสดงรายละเอียด

ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อหน่วยงาน

ที่ขอยกเว้นอากร

(๒) บุคคล หรือ หน่วยงาน

ที่เป็นผู้บริจาคหรือมอบให้

(๓) วัตถุประสงค์ในการนำของไปใช้ประโยชน์

(๔) ท่า ที่ หรือ สนามบิน

ที่ใช้สำหรับการนำของเข้า

(๕) ประมาณการช่วงเวลาที่นำของเข้า

(๖) ชื่อของ รายละเอียดของ จำนวนของ

มูลค่าและสกุลเงินของของ

(๗) ลายมือชื่อ ชื่อ-นามสกุล และ

ตำแหน่ง ของผู้ลงนามตามที่กำหนดในข้อ ๒.๑ หรือ ข้อ ๒.๒

๓.๒ เอกสารและหลักฐานที่ให้ยื่นประกอบการขอยกเว้นอากร

ดังต่อไปนี้

(๑) หลักฐานแสดงความจำนงบริจาคหรือมอบให้

เป็นลายลักษณ์อักษรที่เป็นต้นฉบับ

ซึ่งแสดงว่าเป็นการบริจาคหรือการให้โดยไม่มีเงื่อนไขและข้อผูกพันใด ๆ พร้อมคำแปลเป็นภาษาไทย

(๒) หนังสือตอบรับการบริจาคหรือการให้

(๓) เอกสารสำแดงมูลค่าของของ

เช่น Invoice หรือ Proforma Invoice เป็นต้น

(๔) เอกสารใบตราส่งสินค้า

ในกรณีที่มี เช่น Bill of Lading หรือ Air Waybill เป็นต้น

(๕) เอกสารอื่น ๆ

อันเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณายกเว้นอากร ในกรณีที่มี เช่น ภาพถ่ายของของ คุณลักษณะเฉพาะของของ ตราสารมอบอำนาจหรือมอบหมายให้ลงนาม

เป็นต้น

(๖) ตราสารการจัดตั้งองค์การหรือสถานสาธารณกุศล

และที่แก้ไขเปลี่ยนแปลง (เฉพาะกรณีผู้ยื่นขอยกเว้นอากรเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล)

กรณีเอกสารหรือหลักฐานเป็นสำเนาจะต้องลงลายมือชื่อ

ชื่อ - นามสกุล ตำแหน่งเพื่อรับรองสำเนาด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ รถพยาบาล หมายถึง

รถที่มีลักษณะเป็นรถยนต์ที่ใช้ในการรับ - ส่งผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ

ที่ได้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน

โดยพื้นที่ภายในรถจะต้องมีความกว้าง ยาว และสูงเพียงพอสำหรับผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บนอน

และให้การช่วยเหลือได้สะดวก ซึ่งในขณะนำเข้าอย่างน้อยจะต้องมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

๔.๑ เปลนอนพร้อมเบาะและสายยึดตรึงผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ

ชนิดปรับระดับนั่ง-นอนและเคลื่อนย้ายได้

พร้อมที่ยึดตรึงเปลป้องกันมิให้เปลเลื่อนไป - มา

๔.๒ ท่อบรรจุออกซิเจนและอุปกรณ์ให้ออกซิเจน

๔.๓ เครื่องดูดเสมหะและอุปกรณ์

๔.๔ อุปกรณ์แขวนขวดน้ำเกลือหรือเลือด

๔.๕ ตู้หรือที่สำหรับเก็บรักษา

หรือจัดวางเครื่องอุปกรณ์ ยา และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นในการช่วยชีวิตฉุกเฉิน

๔.๖ ที่นั่งสำหรับแพทย์และพยาบาลดูแลผู้ป่วยหรือบาดเจ็บ

๔.๗ ไฟสัญญาณฉุกเฉินประจำรถติดตั้งให้เห็นชัดเจน

๔.๘ สัญญาณไซเรน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่ข้อมูลหรือเอกสารและหลักฐาน

มีรายละเอียดไม่เพียงพอที่จะพิจารณาให้ของได้รับยกเว้นอากร

ให้มีหนังสือแจ้งแก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล

เพื่อสอบถามหรือขอข้อมูลเพิ่มเติม

โดยให้ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลมีหนังสือเพื่อยืนยันหรือชี้แจงข้อมูลพร้อมยื่นเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งนี้หากกรมศุลกากรไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมภายใน

๓๐ วันทำการนับแต่วันที่ผู้ยื่นขอยกเว้นอากรได้รับแจ้ง

หรือหากข้อมูลที่ได้รับเพิ่มเติมยังมีรายละเอียดไม่เพียงพอที่จะพิจารณาได้

ให้มีหนังสือเพื่อสอบถามหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง

ซึ่งหากยังไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมภายใน ๑๕ วันทำการนับแต่วันที่ผู้ยื่นขอยกเว้นอากรได้รับแจ้งอีก

ให้ยุติการพิจารณายกเว้นอากรและมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นขอยกเว้นอากรทราบ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อกรมศุลกากรอนุมัติให้ของได้รับยกเว้นอากรแล้ว

ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลจึงจะนำของออกจากอารักขาของศุลกากรได้

เว้นแต่ในกรณีที่มีการร้องขอ และอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย

เห็นว่าของใดมีความจำเป็นต้องนำออกไปจากอารักขาของศุลกากรโดยรีบด่วนก็ให้วางเงินสดหรือหนังสือค้ำประกันของธนาคาร

หรือหนังสือของส่วนราชการ เพื่อเป็นประกันค่าภาษีอากรพร้อมแนบสำเนาหนังสือขอยกเว้นอากร

ทั้งนี้ ก่อนนำของออกจากอารักขาของศุลกากร

ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล ต้องปฏิบัติตามกฎหมายศุลกากร

และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าซึ่งหน่วยงานอื่นกำหนดไว้ให้ครบถ้วน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ของที่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลได้รับยกเว้นอากรแล้ว

ให้ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลจัดเก็บเอกสารที่กรมศุลกากรอนุมัติให้ของได้รับยกเว้นอากรไว้

เป็นเวลาอย่างน้อย ๕ ปี และจัดทำบัญชีพัสดุของดังกล่าวให้ถูกต้อง ชัดเจน

เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบต่อไป

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ของที่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลได้รับยกเว้นอากรแล้ว

หากโอนไปเป็นของบุคคลที่ไม่มีสิทธิได้รับยกเว้นอากร หรือได้นำไปใช้ในการอื่นนอกจากที่กำหนดไว้

หรือสิทธิที่ได้รับยกเว้นอากรสิ้นสุดลง ของนั้นจะต้องเสียอากร

โดยเป็นไปตามความในมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

กุลิศ สมบัติศิริ

อธิบดีกรมศุลกากร

พัชรภรณ์/จัดทำ

๑๗

ธันวาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ

๑๙๘ ง/หน้า ๑๘/๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๑

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมศุลกากร ที่ 190/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยกเว้นอากรของตามประเภท 11 ของภาค 4 แห่งพระราชกาหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7a1b2b9c797cfcf2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com