ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 55/2551
เรื่อง หลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับบริษัทเงินทุน
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
สถาบันการเงินจําเป็นต้องมีเงินกองทุนให้เพียงพอเพื่อรองรับความเสียหาย ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือชดเชยผลขาดทุนที่ไม่ได้คาดไว้ล่วงหน้า (Unexpected Loss) สถาบันการเงินที่ดํารงเงินกองทุนในอัตราส่วนที่สูงเพียงพอต่อความเสี่ยงของแต่ละสถาบันการเงิน จะสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ว่าสถาบันการเงินมีความสามารถที่จะปฏิบัติตาม ข้อตกลงที่ทําไว้ได้ และส่งผลให้เกิดความมั่นคงและเสถียรภาพแก่ระบบสถาบันการเงิน ธนาคาร แห่งประเทศไทย จึงกําหนดให้บริษัทเงินทุนดํารงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และภาระ ผูกพันที่มีความเสี่ยงทั้งหมดของบริษัทเงินทุน โดยยึดหลักการการดํารงเงินกองทุนตาม The 1998 Basel Capital Accord (Basel I) ซึ่งเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ Basel I จะใช้ในการรองรับความเสี่ยง เฉพาะความเสี่ยงด้านเครดิตและความเสี่ยงด้านตลาด เท่านั้น
ในครั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศที่เกี่ยวข้องกับการดํารงเงินกองทุน ของบริษัทเงินทุนตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 โดยสาระสําคัญของ องค์ประกอบของเงินกองทุน หลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุน และการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงไม่มี การเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รวบรวมประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและ หนังสือเวียนที่เกี่ยวข้องมาประมวลไว้ในคราวเดียวกัน โดยแยกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ออกเป็นฉบับหลัก ดังนี้
1. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยองค์ประกอบของเงินกองทุนและ หลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุนสําหรับบริษัทเงินทุน
2. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยง ด้านเครดิตสําหรับบริษัทเงินทุนโดยการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตจะเป็นการคํานวณมูลค่า สินทรัพย์เสี่ยงที่ปรากฏอยู่ในและนอกงบดุลที่เกิดจากลูกหนี้หรือคู่สัญญาของบริษัทเงินทุน ไม่สามารถปฏิบัติได้ตามสัญญา
3. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเสี่ยงด้าน ตลาดและการดํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน ซึ่งครอบคลุม วิธีการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดสําหรับสถาบันการเงินทุกประเภทที่ต้องดํารงเงินกองทุน เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด โดยการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดจะเป็นการคํานวณมูลค่า สินทรัพย์เสี่ยงที่ปรากฏอยู่ในและนอกงบดุลที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของราคาตลาดต่าง ๆ โดยความเสี่ยงด้านตลาดประกอบด้วย ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ราคาตราสารทุน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์
ในการแยกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาเป็นรายฉบับดังกล่าวก็เพื่อ อํานวยความสะดวกให้แก่บริษัทเงินทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง สําหรับบริษัทเงินทุนใดที่ได้รับอนุญาต จากธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดํารงเงินกองทุนตามที่กฎหมายฉบับเดิม กําหนด ให้บริษัทเงินทุนนั้นสามารถดํารงเงินกองทุนนั้นต่อไปได้ โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาตใหม่อีกครั้ง
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 29 มาตรา 30 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติ ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์ เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับรายการสินทรัพย์และภาระผูกพันรวมอนุพันธ์ทางการเงิน ให้บริษัทเงินทุน ถือปฏิบัติเพื่อนําไปใช้ในการคํานวณอัตราส่วนการดํารงเงินกองทุนของบริษัทเงินทุนตามที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยกําหนด
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบัน การเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
ตามรายการในเอกสารแนบ 1
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 วิธีการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต
ให้บริษัทเงินทุนคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตตามวิธีดังต่อไปนี้เพื่อนําไปใช้ ในการคํานวณอัตราส่วนการดํารงเงินกองทุนของบริษัทเงินทุนตามที่กําหนดในประกาศธนาคาร แห่งประเทศไทยว่าด้วยองค์ประกอบของเงินกองทุนและหลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุนสําหรับ บริษัทเงินทุน
(1) นํารายการในงบการเงินทางด้านสินทรัพย์ และภาระผูกพันทุกรายการ โดยใช้มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่รายงานมาคํานวณกับน้ําหนักความเสี่ยง ทั้งนี้ สินทรัพย์และภาระ ผูกพันที่เป็นเงินตรา ต่างประเทศให้แปลงค่าเป็นเงินบาทก่อน ณ วันสิ้นเดือนที่จัดทําแบบรายงาน โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยข้อกําหนดเกี่ยวกับ การบันทึกบัญชีของสถาบันการเงิน
(2) คูณสินทรัพย์แต่ละรายการด้วยน้ําหนักความเสี่ยงตามที่กําหนดไว้ใน 5.2
(3) คูณภาระผูกพันแต่ละรายการที่มิใช่กรณีตาม (4) และ (5) ด้วยค่าแปลงสภาพ(Credit Conversion Factor) ตามที่กําหนดไว้ใน 5.3 แล้วนําค่าที่ได้คูณกับน้ําหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภทตามที่กําหนดไว้ใน 5.2 อีกครั้งหนึ่ง
(4) สําหรับภาระผูกพันที่เป็นสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินตามเอกสารแนบ 2 ให้คํานวณมูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์ (Credit Equivalent Amount: CEA) โดยวิธี Current Exposure หรือ วิธี Original Exposure ก่อน แล้วนําค่าที่ได้คูณกับน้ําหนักความเสี่ยง ของสินทรัพย์แต่ละประเภทตามที่กําหนดไว้ใน 5.2 โดยรายละเอียดการคํานวณมูลค่าเทียบเท่า ที่จะนับเป็นสินทรัพย์ของภาระผูกพันที่เป็นสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินให้ถือปฏิบัติตามเอกสาร แนบ 3 และ 4
ทั้งนี้ ให้บริษัทเงินทุนที่ต้องดํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้าน ตลาด ใช้วิธี Current Exposure ในการคํานวณมูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์สําหรับภาระ ผูกพันที่เป็นสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินกับคู่สัญญาทุกราย หรือ
ให้บริษัทเงินทุนที่ไม่ต้องดํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด สามารถเลือกใช้วิธี Current Exposure หรือ วิธี Original Exposure ที่คํานวณตามอายุสัญญาได้ แต่หากมีการทําสัญญาอนุพันธ์ที่นอกเหนือจากอนุพันธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอนุพันธ์ด้านอัตรา ดอกเบี้ยกับคู่สัญญารายใด ให้ถือปฏิบัติตามวิธี Current Exposure กับทุกสัญญาที่ทํากับคู่สัญญา รายนั้นทันที
(5) สําหรับรายการสินทรัพย์และภาระผูกพันที่เกี่ยวข้องกับอนุพันธ์ด้านเครดิต (Credit Derivatives ให้คูณสินทรัพย์หรือภาระผูกพันแต่ละรายการดังกล่าวด้วยน้ําหนักความ เสี่ยง หรือค่าแปลงสภาพและน้ําหนักความเสี่ยง ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่ง ประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้บริษัทเงินทุนทําธุรกรรม Credit Default Swaps และ Credit Linked Notes และน้ําหนักความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องตามประกาศฉบับนี้
(6) สําหรับรายการสินทรัพย์และภาระผูกพันที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการแปลง สินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitisation) ให้คูณสินทรัพย์หรือภาระผูกพันแต่ละรายการดังกล่าว ด้วยน้ําหนักความเสี่ยง หรือค่าแปลงสภาพและน้ําหนักความเสี่ยง ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดใน ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้สถาบันการเงินประกอบธุรกิจการแปลง สินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ และน้ําหนักความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องตามประกาศฉบับนี้
(7) รวมผลคูณของสินทรัพย์ตาม (2) และภาระผูกพันตาม (3) (4) (5) และ(6) ทุกรายการเพื่อเป็นมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต
5.2 น้ําหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภท
เงินฝาก เงินให้สินเชื่อที่จะกล่าวดังต่อไปนี้ ให้หมายความรวมถึง ลูกหนี้ตาม ธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ เช่น ลูกหนี้เช่าซื้อ ลูกหนี้ให้เช่าแบบลิสซิ่ง เป็นต้น หรือ ลูกหนี้อื่น (สิทธิเรียกร้องในทางกฎหมาย) ที่เกิดจากธุรกรรมการซื้อขายสินทรัพย์ หรือธุรกรรม การซื้อหรือขายตราสารโดยมีสัญญาว่าจะขายหรือจะซื้อคืน และธุรกรรมการยืมและให้ยืม หลักทรัพย์ (Securities Borrowing and Lending) เช่น ลูกหนี้ตามสัญญาซื้อคืน ลูกหนี้ตามสัญญา ให้ยืมหลักทรัพย์ ถูกหนี้มาร์จิ้นที่โอน และลูกหนี้วางเงินสดเป็นประกัน เป็นต้น
5.2.1 น้ําหนักความเสี่ยง 0
(1) เงินสดที่เป็นเงินบาทและเงินตราต่างประเทศ
(2) เงินฝากหรือเงินให้สินเชื่อแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย รวมดอกเบี้ย ค้างรับ
(3) เงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลไทย หรือ หลักทรัพย์หรือตราสาร แสดงสิทธิในหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือ หลักทรัพย์หรือตราสาร แสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเงินให้สินเชื่อหรือลูกหนี้ที่มีหลักทรัพย์ หรือตราสารข้างต้นจํานําเป็นประกัน รวมดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่คุ้มหนี้
(4) เงินให้สินเชื่อที่กระทรวงการคลังค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเฉพาะ ส่วนที่คุ้มหนี้ หรือเงินให้สินเชื่อใดที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชําระหนี้ให้ รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(5) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือ เงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลหรือ ธนาคารกลางของประเทศในกลุ่มประเทศ OECD1 หรือ เงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่ รัฐบาลหรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ําประกันโดยปราศจากเงื่อนไข หรือตกลงรับประกันความเสี่ยง ด้านเครดิต หรือที่มีหลักทรัพย์รัฐบาลหรือธนาคารกลางดังกล่าวจํานําเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ย ค้างรับ ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่คุ้มหนี้
(6) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลหรือ ธนาคารกลางของประเทศนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ ที่รัฐบาลหรือธนาคารกลางดังกล่าวค้ําประกัน โดยปราศจากเงื่อนไขและเฉพาะส่วนที่คุ้มหนี้ หรือ ตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต หรือที่มีหลักทรัพย์รัฐบาลหรือธนาคารกลางดังกล่าวเป็น ประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ ต้องเป็นสกุลเงินของประเทศนั้น และไม่เกินกว่าหนี้สินที่ บริษัทเงินทุนมีอยู่ในเงินสกุลนั้น
(7) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารแสดง สิทธิในหนี้ที่ออกโดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินหรือสถาบันคุ้มครอง เงินฝาก หรือโดยนิติบุคคลที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินหรือสถาบัน คุ้มครองเงินฝากถือหุ้นเต็มจํานวน หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์หรือลูกหนี้ที่มี นิติบุคคลดังกล่าว รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต หรือเงินให้สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยนิติบุคคลดังกล่าวจํานํา เป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่คุ้มหนี้
(8) เงินให้สินเชื่อที่มีสิทธิซึ่งมีตราสารการฝากเงินหรือตั๋วเงินเพื่อกู้ยืม จากประชาชนซึ่งออกโดยบริษัทเงินทุนนั้น หรือมีเงินฝากที่บริษัทเงินทุนนั้น หรือมีเงินสดที่บริษัท เงินทุนนั้นยึดถือไว้ เป็นประกัน โดยไม่รวมถึงเงินฝากหรือตั๋วเงินที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินมูลค่าตามตราสาร หรือจํานวนเงินตามเงินฝากหรือเงินสด นั้น
(9) มูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์สําหรับสัญญาอนุพันธ์ทางการเงิน (Credit Equivalent Amount : CEA) ที่มีเงินสดที่บริษัทเงินทุนนั้นยึดถือไว้เป็นประกัน ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินกว่าจํานวนเงินสดนั้น
(10) ยอดเหลื่อมบัญชีระหว่างสํานักงานของบริษัทเงินทุนนั้น
(11) สินทรัพย์ประเภทภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
(12) สินทรัพย์เฉพาะส่วนซึ่งเท่ากับจํานวนที่ได้กันสํารองสําหรับ สินทรัพย์จัดชั้นตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการ กันสํารองของสถาบันการเงิน
(13) เงินให้สินเชื่อเฉพาะส่วนซึ่งเท่ากับจํานวนดอกผลเช่าซื้อรอการ ตัดบัญชีสําหรับลูกหนี้ให้เช่าซื้อและรายได้ทางการเงินรอการรับรู้สําหรับลูกหนี้ให้เช่าแบบลิสซิ่ง
(14) ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
(15) สิทธิเรียกร้องตามเอกสารการให้สินเชื่อหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัท เงินทุนอื่นหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เป็นผู้ออก ซึ่งรับโอนจากประชาชน ทั้งนี้เฉพาะตามโครงการ และจํานวนเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบ
(16) สินทรัพย์ที่เกิดจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาอนุพันธ์ทาง การเงิน (Mark to Market)
(17) มูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์ (Credit Equivalent Amount : CEA) สําหรับสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินที่ทําผ่านศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายถ่วงหน้าที่มีระบบ Mark to Market และมีการเรียกและชําระมาร์จิ้น (Margin Cal) เป็นรายวัน เช่น บริษัทตลาด อนุพันธ์ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) เป็นต้น
(18) รายการที่นําไปหักออกจากเงินกองทุนแล้ว เช่น ค่าความนิยม
5.2.2 น้ําหนักความเสี่ยง 0.2
(1) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิ ในหนี้ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิ ในหนี้ที่มีธนาคารพาณิชย์รับรอง รับอาวัล ประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต หรือที่มีหลักทรัพย์หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์จํานําเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่คุ้มหนี้
(2) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิ ในหนี้ที่ออกโดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงิน ลงทุนในหุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่มีธนาคารดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ําประกัน หรือ ตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต หรือที่มีหลักทรัพย์หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดย ธนาคารดังกล่าวจํานําเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่คุ้มหนี้
(3) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหุ้นกู้ หรือตราสารแสดงสิทธิ ในหนี้ ที่ออกโดยบริษัทเงินทุนอื่น หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุน ในหุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ ที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ประกัน หรือตกลง รับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต หรือที่มีหลักทรัพย์หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดย สถาบันดังกล่าวจํานําเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่คุ้มหนี้
(4) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหุ้นกู้หรือพันธบัตรหรือตราสารแสดง สิทธิในหนี้ ที่ออกโดยองค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหุ้นกู้ หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่สถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ําประกัน หรือตกลงรับประกัน ความเสี่ยงด้านเครดิต หรือที่มีหลักทรัพย์หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยสถาบันดังกล่าว จํานําเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่คุ้มหนี้
(5) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิ ในหนี้ ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือ เงินลงทุนในหุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ ที่มีธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว รับรอง รับอาวัล ค้ําประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต หรือที่มีหลักทรัพย์หรือตราสารแสดงสิทธิ ในหนี้ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจํานําเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้เฉพาะส่วน ที่คุ้มหนี้
(6) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหุ้นกู้หรือพันธบัตรหรือตราสารแสดง สิทธิในหนี้ ที่ออกโดยองค์การของรัฐในกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนใน หุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่มีสถาบันดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ําประกัน หรือตกลง รับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต หรือที่มีหลักทรัพย์หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยสถาบันดังกล่าวจํานําเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้เฉพาะส่วนที่คุ้มหนี้
(7) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ ออกโดยองค์กรระหว่างประเทศ2 หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ รวมดอกเบี้ยค้างรับที่มีองค์การดังกล่าว รับรอง รับอาวัล ค้ําประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต หรือที่มีหลักทรัพย์หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยองค์การดังกล่าวจํานําเป็นประกัน รวมดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้เฉพาะส่วนที่คุ้มหนี้
(8) เงินฝากเงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิ ในหนี้ ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงิน ทุนในหุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ ที่มีธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ําประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต หรือที่มีหลักทรัพย์ หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจํานําเป็นประกัน รวมดอกเบี้ยค้างรับ เฉพาะส่วนที่คุ้มหนี้ ทั้งนี้ ต้องมีระยะเวลาคงเหลือไม่เกิน 1 ปี
(9) เงินให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิต หรือเงินให้ สินเชื่อเพื่อการส่งออก ตามเอกสารประเภทอื่น ที่ธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศรับผิดชอบในการ ชําระค่าสินค้าแทนผู้ซื้อ แต่ในกรณีผู้ออกเล็ตเตอร์ออฟเครดิตหรือธนาคารพาณิชย์ที่รับผิดชอบใน การชําระค่าสินค้า เป็นธนาคารจดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศ OECD จะต้องมีระยะเวลาคงเหลือของเล็ตเตอร์ออฟเครคิต หรือระยะเวลาที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องชําระค่าสินค้าไม่เกิน 1 ปี
(10) เงินให้สินเชื่อรวมดอกเบี้ยค้างรับที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชําระหนี้ แต่สํานักงบประมาณมิได้จัดสรรเงินชําระหนี้ให้จนล่วงพ้นระยะเวลาที่ถึงกําหนดชําระเกินกว่า 2 ปีขึ้นไป
(11) เงินให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกที่มีธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยรับประกัน ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ได้มีการโอนสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ให้ บริษัทเงินทุนแล้ว
(12) เงินลงทุนในหลักทรัพย์ หรือหน่วยลงทุน รวมทั้งผลตอบแทน ค้างรับ ทั้งนี้ เฉพาะจํานวนเงินที่กระทรวงการคลังทําสัญญาให้ความคุ้มครองหรือตกลงเป็นผู้รับความเสี่ยง
5.2.3 น้ําหนักความเสี่ยง 0.5
(1) เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออก โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่มีองค์กรดังกล่าวรับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกันหรือที่มีตราสารดังกล่าวจํานําเป็นประกัน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่คุ้มหนี้
(2) เงินให้สินเชื่อเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยแก่บุคคลธรรมดา โดยบริษัทเงินทุนรับจํานองที่ดิน และ/หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นลําดับหนึ่งเป็นประกัน ทั้งนี้ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวต้องมีมูลค่าไม่ต่ํากว่ายอดเงินให้สินเชื่อคงค้าง รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(3) มูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์ (Credit Equivalent Amount : CEA) สําหรับภาระผูกพันที่เป็นสัญญาอนุพันธ์ทางการเงิน เว้นแต่กรณีที่มูลค่าเทียบเท่าของภาระผูกพันดังกล่าวถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่มีน้ําหนักความเสี่ยงต่ํากว่า 0.5
5.2.4 น้ําหนักความเสี่ยง 1.0
(1) เงินให้สินเชื่อแก่ภาคเอกชน หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ของ ภาคเอกชน รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับ
(2) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหุ้น หุ้นกู้ หรือตราสารแสดง สิทธิในหนี้ที่ ออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหุ้น หุ้นกู้ หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ ที่มีธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวรับรอง รับอาวัล ค้ําประกัน หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต หรือมีหลักทรัพย์หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจํานําเป็นประกัน รวมดอกเบี้ยค้างรับ ทั้งนี้ ต้องมีระยะเวลาคงเหลือเกิน 1 ปี
(3) เงินฝาก เงินให้สินเชื่อ หรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์รัฐบาลหรือ ธนาคารกลางนอกกลุ่มประเทศ OECD หรือเงินให้สินเชื่อหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่รัฐบาลหรือ ธนาคารกลางดังกล่าวค้ําประกันโดยปราศจากเงื่อนไข หรือตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต รวมดอกเบี้ยค้างรับ ซึ่งมิใช่เงินสกุลของประเทศนั้น หรือมีจํานวนเกินกว่าหนี้สินที่บริษัทเงินทุนมี อยู่ในเงินสกุลนั้น
(4) เงินลงทุนในหน่วยลงทุน
ในกรณีที่บริษัทเงินทุนสามารถคํานวณมูลค่าสุทธิของหน่วยลงทุนใดตามมูลค่าสุทธิของสินทรัพย์ที่กองทุนผู้ออกหน่วยลงทุนนั้นถืออยู่ในแต่ละวันได้ ให้บริษัทเงินทุน สามารถเลือกใช้น้ําหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์ดังกล่าวตามสัดส่วน ประเภทและจํานวนที่กองทุน นั้นลงทุนจริงตามแต่กรณีตามประกาศนี้ แทนน้ําหนักความเสี่ยงใน 5.24 ได้
(5) ลูกหนี้เช่าซื้อที่ได้หักรายได้รอตัดบัญชีแล้ว
(6) ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ สินทรัพย์ประจําอื่น ๆ และทรัพย์สินรอการขาย
(7) สินทรัพย์และภาระผูกพันอื่น ๆ ที่มิได้ระบุอัตราความเสี่ยงไว้ใน 5.2 นี้
การตีราคาหลักประกันในข้อนี้ ถ้ามิได้กําหนดไว้เป็นการเฉพาะให้ถือปฏิบัติดังนี้
(1) กรณีหุ้นกู้ พันธบัตร หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ประเภทระบุอัตราดอกเบี้ยจะต้องไม่เกินจํานวนเงินที่ตราไว้
(2) กรณีหุ้นกู้ พันธบัตร หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ประเภทไม่ระบุ อัตราดอกเบี้ยจะต้องไม่เกินร้อยละ 60 ของจํานวนเงินที่ตราไว้
(3) กรณีหุ้นหรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะต้องไม่เกินร้อยละ 70 ของราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
(4) กรณีหุ้นที่ชําระเต็มมูลค่าแล้วและไม่ได้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะต้องไม่เกินจํานวนเงินที่ตราไว้
5.3 ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) สําหรับภาระผูกพันตาม 5.1 (3)
5.3.1 ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) 1.0
(1) การรับอาวัล รับรอง และสอดเข้าแก้หน้าตั๋วเงิน ค้ําประกันการกู้ยืมเงิน และการค้ําประกันการขาย ขายลด หรือขายช่วงลดตั๋วเงิน
(2) การสลักหลังตั๋วเงินแบบผู้รับสลักหลังมีสิทธิไล่เบี้ย (With Recourse)
(3) สัญญาการซื้อสินทรัพย์ ซึ่งบริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติตาม โดยปราศจากเงื่อนไข
(4) การค้ําประกัน การรับประกัน หรือการก่อภาระผูกพันในรูปแบบใด ๆของบริษัทเงินทุน อันเนื่องมาจากการขายสินทรัพย์
(5) ภาระผูกพันตามสัญญาขายตราสาร โดยมีสัญญาจะซื้อคืนตามวิธีการคํานวณที่กําหนดในเอกสารแนบ 5
(6) ภาระผูกพันตามสัญญายืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Borrowing and Lending) ตามวิธีการคํานวณที่กําหนดในเอกสารแนบ 5
(7) การค้ําประกันการเพิ่มทุน หรือการค้ําประกันในลักษณะอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการกู้ยืมเงินของบุคคลหนึ่งบุคคลใด
5.3.2 ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) 0.5
(1) ภาระผูกพันซึ่งขึ้นอยู่กับผลการดําเนินงานของลูกค้า เช่น การค้ําประกันการรับเหมาก่อสร้าง การค้ําประกันการยื่นซองประกวดราคา (Bid Bond) การค้ําประกัน การปฏิบัติงานตามสัญญาซื้อขาย/ว่าจ้าง (Performance Bond) เป็นต้น
(2) การประกันการจําหน่ายตราสารหรือหลักทรัพย์แบบ FirmUnderwriting
(3) การค้ําประกันการชําระเงินค่าสินค้า
(4) การค้ําประกันการชําระเงินค่าภาษี เช่น ค่าภาษีของชาวต่างประเทศที่ทํางานในประเทศไทย และจะเดินทางออกนอกประเทศ ภาษีกรมสรรพสามิต การชําระภาษีสินค้าขาเข้า หรือการขอคืนภาษี เป็นต้น
(5) การค้ําประกันต่อศาล เช่น การค้ําประกันเพื่อการดําเนินคดี หรือเพื่อรอคําตัดสินของศาล
(6) การค้ําประกันการชําระเงินค่าน้ําหรือมิเตอร์น้ํา ค่าไฟฟ้าหรือมิเตอร์ไฟฟ้า
(7) การค้ําประกันเพื่อการเบิกเงินถ่วงหน้า (Advance Payment Guarantee)
(8) การค้ําประกันการปฏิบัติตามสัญญาอื่น เช่น การค้ําประกันบุคคลต่างด้าวเข้าเมือง การค้ําประกันการใช้จ่ายผ่านบัตร Synergy card หรือ Star card ในการเดิมน้ํามัน เป็นต้น
(9) การค้ําประกันผลงาน/ค้ําประกันคุณภาพสินค้า (Retention/Warranty Bond)
5.3.3 ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) 0.2
ภาระผูกพันเพื่อการนําสินค้าเข้ามาตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิต ทั้งที่มีเอกสารประกอบและยังไม่มีเอกสารประกอบ รวมถึงภาระการรับรองตามตั๋วเงินค่าสินค้านําเข้าที่ยังไม่ครบกําหนด (Acceptance on Trade Bills)
5.3.4 ค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) 0
(1) ตั๋วเงินเพื่อเรียกเก็บ
(2) วงเงินให้กู้ยืมที่ลูกค้ายังมิได้ใช้
(3) ค้ําประกันการออกของ (Shipping Guarantee)
(4) ภาระผูกพันที่บริษัทเงินทุนสามารถบอกยกเลิกเมื่อใดก็ได้
(5) ภาระผูกพันอื่น ๆ ที่มิได้ระบุค่าแปลงสภาพ (Credit Conversion Factor) ไว้ใน 5.3 นี้
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย