ข้อ ๒ ผู้ที่เป็นหรือเคยประกอบวิชาชีพทนายความที่ประสงค์จะขอรับการคัดเลือก
เป็นตุลาการศาลปกครอง จะต้องมีประสบการณ์ในคดีปกครอง ดังต่อไปนี้
(๑) เคยดําเนินคดีปกครองในศาลปกครองไม่ว่าในฐานะคู่กรณีหรือในฐานะผู้รับมอบอํานาจ
จากคู่กรณีโดยเป็นผู้ทําคําฟ้อง คําให้การ คําคัดค้านคําให้การ คําให้การเพิ่มเติม คําอุทธรณ์
หรือคําแก้อุทธรณ์ในคดีดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒๕ คดี สําหรับผู้ขอรับการคัดเลือก
เป็นตุลาการศาลปกครองชั้นต้นและไม่น้อยกว่า ๓๐ คดี สําหรับผู้ขอรับการคัดเลือกเป็นตุลาการศาลปกครอง
สูงสุด โดยจะต้องส่งหนังสือรับรองการดําเนินคดีปกครอง หนังสือรับรองการเป็นทนายความ
และสําเนารายงานกระบวนพิจารณาที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ไปพร้อมกับการขอรับการคัดเลือก หรือ
(๒) เคยว่าความในศาลยุติธรรม โดยทําหน้าที่หรือมีส่วนร่วมทําหน้าที่ทนายความในการที่ศาล
ออกนั่งพิจารณาในคดีแพ่งที่มีลักษณะเป็นคดีปกครองตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง
และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก่อนวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ หรือคดีปกครอง
ที่กฎหมายกําหนดให้อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมไม่น้อยกว่า ๓๐ คดี สําหรับผู้ขอรับ
การคัดเลือกเป็นตุลาการศาลปกครองชั้นต้น และไม่น้อยกว่า ๓๕ คดี สําหรับผู้ขอรับการคัดเลือก
เป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุด โดยจะต้องส่งหนังสือรับรองการว่าความในคดีแพ่งหรือคดีปกครอง
หนังสือรับรองการเป็นทนายความ สําเนาคําฟ้อง สําเนาคําพิพากษา และสําเนารายงานกระบวนพิจารณา
ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ไปพร้อมกับการขอรับการคัดเลือก หรือ
(๓) มีประสบการณ์ในการดําเนินคดีปกครองตาม (๑) และว่าความในคดีแพ่งหรือคดีปกครอง
ตาม (๒) รวมกันไม่น้อยกว่า ๓๐ คดี สําหรับผู้ขอรับการคัดเลือกเป็นตุลาการศาลปกครองชั้นต้น
และไม่น้อยกว่า ๓๕ คดี สําหรับผู้ขอรับการคัดเลือกเป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุด โดยจะต้องส่ง
เอกสารหลักฐานตามที่กําหนดใน (๑) และ (๒) ไปพร้อมกับการขอรับการคัดเลือก