法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูป ระบบสถาบันการเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภท เรือของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน 56 ราย

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูป

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูป

ระบบสถาบันการเงิน

เรื่อง หลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภท เรือ

ของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะ

หรือการดำเนินงานได้จำนวน

๕๖ ราย[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ (๓)

แห่งพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๐

คณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข

และวิธีการขายทรัพย์สินประเภทเรือของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน

๕๖ ราย

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ คำนิยามในประกาศนี้

เว้นแต่ข้อความจะแสดงเป็นอย่างอื่น

“ปรส.” หมายความว่า องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า สถาบันการเงินที่คณะกรรมการ

ปรส. พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้

และได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการแทนสถาบันดังกล่าว

“พรก.” หมายความว่า พระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

พ.ศ. ๒๕๔๐ และพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑

“คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐” หมายความว่า

คณะกรรมการที่คณะกรรมการ ปรส. ได้ตั้งขึ้นตามมาตรา ๓๐ แห่ง พรก.

เพื่อดำเนินการแทนสถาบันการเงินได้ทุกประการและทำการชำระบัญชีของสถาบันการเงิน

“ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐” หมายความว่า

ประธานของคณะกรรมการตามมาตรา ๓๐

“เรือ” หมายถึง ยานพาหนะทางน้ำทุกชนิด

ซึ่งสถาบันการเงินเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์และมีสิทธิในการขาย

“ประมูล” หมายความว่า จัดให้มีการประมูลโดยวิธีขายทอดตลาดหรือแข่งขันราคา

“ขาย” หมายความว่า การขายตามวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศนี้

“ผู้ทำการ” หมายความว่า ผู้ดำเนินการจัดประมูลตามหลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการในประกาศนี้

“ผู้ประมูล” หมายความว่า ผู้เข้าร่วมการประมูล

“ผู้ซื้อ” หมายความว่า ผู้ที่ประมูลได้หรือแข่งขันราคาได้

“ราคาขาย” หมายความว่า ราคาที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อ

“ราคากลาง” หมายความว่า ราคาที่กำหนดโดย ปรส.

โดยคำนึงถึงราคาตามบัญชี ราคาทุน ราคาตลาด ราคาประเมินของทางราชการ

ราคาประเมินของผู้ประเมินอิสระ และมูลค่าในเชิงธุรกิจของทรัพย์สินนั้น ๆ

เป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณา และราคาดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐ ก่อนทำการประมูล หรือเป็นราคาที่กำหนดขึ้นตามข้อ ๔.๑.๔, ๔.๒.๔ หรือ ๔.๓.๔

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ หลักเกณฑ์การขาย

การขายทรัพย์สินประเภทเรือ

ของสถาบันการเงินจะกระทำได้โดยวิธีเปิดประมูลโดยเปิดเผย

หรือแข่งขันราคาแบบยื่นซองประกวดราคา และให้ ปรส. ได้รับค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละหนึ่งของราคาที่ขายได้

สถาบันการเงินที่จะขายทรัพย์สิน ต้องประกาศเกี่ยวกับการขาย

เพื่อแจ้งวัน เวลา สถานที่ วิธีประมูล

และรายละเอียดตามสมควรก่อนวันประมูลภายในระยะเวลาตามที่ พรก. กำหนด

ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

จะพิจารณาให้ความเห็นชอบรายการทรัพย์สินและราคากลางของทรัพย์สินที่จะทำการประมูลหรือแข่งขันราคาก่อนทำการประมูล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เงื่อนไขการขาย

เว้นแต่ ปรส./สถาบันการเงิน จะเห็นสมควรเป็นอย่างอื่น

๓.๑ ผู้ทำการ

๓.๑.๑ ผู้ทำการจะต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพการขายทอดตลาดและค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า

และได้วางหลักประกันการประมูลตามเกณฑ์ที่ ปรส. กำหนด

(๒) เป็นสถาบันการเงินเจ้าของทรัพย์สินโดยประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐ มีสิทธิจะมอบหมายให้บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นผู้ทำการแทนสถาบันการเงินนั้น ทั้งนี้ เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย

๓.๑.๒ ผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑ (๑) จะมีสิทธิได้รับค่าจ้าง

ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า

หรือค่าตอบแทนจากการทำการประมูลเรือให้กับสถาบันการเงินตามที่ระบุในประกาศนี้ หรือตามที่

ปรส./ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐ จะได้กำหนดโดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเท่านั้น

๓.๑.๓

การขายทรัพย์สินตามประกาศนี้ให้สถาบันการเงินเป็นผู้ว่าจ้างผู้ทำการโดยประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐ เป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้างหรือเป็นผู้มอบหมายผู้ทำการแทน

๓.๒ ผู้ประมูลและผู้ซื้อ

๓.๒.๑ ผู้ประมูลจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้

แต่ต้องมิใช่บุคคลดังต่อไปนี้

(๑) เป็นกรรมการ อนุกรรมการ ที่ปรึกษา พนักงานของ ปรส.

รวมถึงผู้ปฏิบัติงานให้แก่ ปรส.

(๒) เป็นกรรมการตามมาตรา ๓๐ ของสถาบันการเงินนั้น

(๓) เป็นผู้จัดการเฉพาะกิจหรือที่ปรึกษาเฉพาะกิจของสถาบันการเงินนั้น

(๔) ผู้ทำการหรือตัวแทนของผู้ทำการในการขายทรัพย์สินนั้น

(๕) บุคคลอื่นตามที่ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐ จะกำหนด

๓.๒.๒ ผู้ประมูลมีสิทธิตรวจสอบเรือได้ตามที่

ปรส./ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐ เห็นสมควร และการตรวจสอบดังกล่าวต้องไม่ทำให้เรือนั้นเสียหายหรือเสื่อมค่าลง

๓.๒.๓

ผู้ประมูลมีสิทธิได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรือก่อนการประมูล การประมูลจะเป็นไปตามสภาพของเรือไม่ว่าจะเห็นประจักษ์หรือไม่

โดยสถาบันการเงินและผู้ทำการไม่รับรองและไม่รับผิดชอบต่อการรอนสิทธิ สภาพของเรือ

และข้อมูลที่ได้แสดงไว้

๓.๒.๔ ผู้ประมูลมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์

ข้อบังคับ วิธีการ ข้อจำกัด และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเรือที่ทำการประมูล

และผู้ประมูลจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบว่าในกรณีประมูลได้ซึ่งจะต้องมีการรับโอนเรือแล้ว

ผู้ประมูลมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดในฐานะผู้มีสิทธิเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือไม่

๓.๒.๕

ผู้ซื้อต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียวซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าธรรมเนียม อากร

และค่าใช้จ่ายอื่นใด ที่เกี่ยวข้องกับการโอนและการรับโอนกรรมสิทธิ์เรือ

๓.๒.๖

ผู้ซื้อต้องชำระราคาส่วนที่เหลือให้เสร็จสิ้นภายในเวลา ๕ (ห้า) วันนับจากวันที่ประมูลได้

หากเกินกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ผู้ทำการหรือสถาบันการเงิน แล้วแต่กรณี มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการผิดนัด

ในอัตราร้อยละ ๒๕ (ยี่สิบห้า) ต่อปี ในราคาส่วนที่เหลือ นับจากวันครบกำหนด ๕ (ห้า)

วันนับจากวันที่ประมูลได้ จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ผู้ซื้อต้องดำเนินการทำนิติกรรมรับโอนเรือและนำเรือออกจากสถานที่จอดเรือภายในเวลา

๑๕ (สิบห้า) วันนับจากวันที่ประมูล

โดยผู้ทำการหรือสถาบันการเงินนั้นจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย ความบกพร่อง หรือการรอนสิทธิใด

ๆ ที่เกี่ยวกับเรือดังกล่าว

๓.๒.๗ กรณีมีเหตุอันควรที่ผู้ซื้อไม่สามารถดำเนินการตามข้อ

๓.๒.๖ ได้ภายในระยะเวลาตามที่กำหนด ให้ผู้ซื้อทำหนังสือขอผ่อนผันต่อ ปรส. ทั้งนี้ สถาบันการเงินคงไว้ซึ่งสิทธิในการเรียกค่าเสียหายจากการผิดนัดและค่าจอดเรือตามข้อ

๓.๒.๖ แม้ว่า ปรส. พิจารณาเห็นสมควรให้ผ่อนผันก็ตาม

๓.๒.๘ ผู้ซื้อต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการชำระค่าจอดเรือ

(หากมี) ให้แก่เจ้าของสถานที่จอดเรือในช่วงระยะเวลาที่ผิดนัดนับจากวันที่ประมูลได้

ในกรณีที่สถาบันการเงินต้องชำระค่าจอดเรือไปก่อน

ผู้ซื้อต้องชดใช้เงินค่าจอดเรือดังกล่าวให้แก่สถาบันการเงินรวมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ

๒๕ (ยี่สิบห้า) ต่อปี ในจำนวนเงินที่สถาบันการเงินได้ชำระไป โดยไม่ชักช้า

หากผู้ซื้อไม่ดำเนินการรับโอนเรือ ไม่ว่าเหตุใด ๆ

รวมทั้งเหตุสุดวิสัย โดยไม่ได้รับการผ่อนผันจาก ปรส. ภายในกำหนด ๑๕ (สิบห้า) วัน

นับจากวันที่ประมูลได้ให้ถือว่าผู้ซื้อได้สละสิทธิการซื้อในเรือนั้น

และไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาคืนซึ่งเงินที่ชำระแล้วทั้งหมด รวมทั้งตกลงให้สถาบันการเงินมีสิทธินำเรือนั้นออกประมูลใหม่

๓.๓ ราคาที่ประมูลขายจะต้องไม่ต่ำกว่าราคากลาง

๓.๔ ค่าจ้าง ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า หรือ ค่าตอบแทน

๓.๔.๑ ปรส. มีสิทธิได้รับค่าธรรมเนียมจากการขาย

โดยสถาบันการเงินเจ้าของเรือจะต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ ๑ (หนึ่ง)

ของราคาที่ขายได้เข้าบัญชีธนาคารของ ปรส. ภายใน ๗ (เจ็ด) วัน

นับแต่วันที่สถาบันการเงินได้รับเงินจากผู้ซื้อครบถ้วน

๓.๔.๒ สถาบันการเงินเจ้าของเรือต้องชำระค่าจ้าง ค่าธรรมเนียม

ค่านายหน้า หรือค่าตอบแทนการดำเนินการประมูลเรือ ให้แก่ผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑ (๑)

ตามอัตราที่ได้รับความเห็นชอบของ ปรส./ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐ ทั้งนี้ ปรส./ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

มีสิทธิจะกำหนดให้ผู้ทำการได้รับค่าจ้าง ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า หรือ ค่าตอบแทนโดยวิธีการอื่นซึ่งจะประกาศวิธีการดังกล่าวก่อนวันประมูล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ วิธีการขาย

เว้นแต่ ปรส./สถาบันการเงิน จะเห็นสมควรเป็นอย่างอื่น

๔.๑ วิธีการขายโดยขายทอดตลาด

๔.๑.๑

ผู้ทำการจะเปิดทำการประมูลตามวันและเวลาประมูลของผู้ทำการ และ/หรือ

ตามวันและเวลาประมูลที่ ปรส. กำหนด แล้วแต่กรณี โดยผู้ทำการจะประกาศหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการประมูลเรือของสถาบันการเงินในที่เปิดเผย

ณ สถานที่ทำการประมูลให้ผู้ประมูลทุกรายทราบก่อนเริ่มการประมูลและให้ถือว่าผู้ประมูลทุกรายรับทราบและตกลงยินยอมกับหลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการประมูลที่กำหนดในประกาศนี้ทุกประการ

๔.๑.๒ การประมูลจะเริ่มจากราคากลาง โดยที่ ปรส.

มีสิทธิจะกำหนดให้ผู้เข้าร่วมการประมูลวางหลักประกันการประมูลได้ตามที่เห็นสมควร

๔.๑.๓ กรณีที่มีผู้ประมูลเสนอราคามากกว่า ๑ ราย

ผู้ทำการจะปรับราคาขึ้นในอัตราครั้งละไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาท)

หรือตามอัตราที่ได้รับความเห็นชอบของ ปรส./ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

จนกว่าจะมีผู้ประมูลเสนอราคาสูงสุดรายสุดท้าย และเมื่อผู้ทำการแสดงความตกลงด้วยการเคาะขายหรือให้สัญญาณหรือด้วยกิริยาอื่นอย่างหนึ่งอย่างใดตามจารีตประเพณีในการประมูลให้ถือว่าผู้ประมูลที่เสนอราคาสูงสุดรายสุดท้ายเป็นผู้ซื้อ

๔.๑.๔ กรณีที่ไม่มีผู้ประมูลเสนอราคา

หรือไม่มีผู้ประมูลเสนอราคาในการขายเรือซ้ำตามข้อ ๔.๓.๔

เป็นเหตุให้ผู้ทำการไม่สามารถแสดงความตกลงด้วยการเคาะ ขายหรือให้สัญญาณหรือด้วยกิริยาอื่นอย่างหนึ่งอย่างใดตามจารีตประเพณีในการประมูล

ให้ผู้ทำการนำเรือนั้นเสนอต่อ ปรส.

เพื่อพิจารณากำหนดราคากลางขึ้นใหม่โดยความเห็นชอบของประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

และให้ผู้ทำการนำเรือนั้นออกประมูลใหม่ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในประกาศนี้

๔.๒ วิธีการขายโดยยื่นซองประกวดราคา

๔.๒.๑ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถรับซองประมูลและรับทราบหลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการประมูลได้ตาม วัน เวลา และสถานที่ที่สถาบันการเงิน/ปรส

จะประกาศให้ทราบตาม พรก. ทั้งนี้

ปรส. สถาบันการเงินอาจกำหนดให้มีราคาซองและ/หรือหลักประกันการประมูลสำหรับซองประมูลตามที่เห็นสมควร

๔.๒.๒ ผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑ (๒) จะเป็นผู้เปิดซองประมูล

และเปรียบเทียบราคาที่ผู้ประมูลเสนอมาทั้งหมด

ผู้ประมูลที่ได้เสนอราคาสูงสุดจะเป็นผู้ที่ประมูลได้ ทั้งนี้ ราคาที่เสนอต้องไม่ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้

๔.๒.๓

กรณีที่มีผู้ประมูลมากกว่าหนึ่งรายเสนอราคาสูงสุดเท่ากัน ให้ผู้ทำการเรียกให้ผู้ประมูลรายดังกล่าวมาเสนอราคาใหม่

โดยราคาที่เสนอใหม่นี้ต้องไม่ต่ำกว่าราคาที่เสนอในครั้งก่อน

ผู้ที่เสนอราคาสูงสุดในครั้งใหม่นี้จะเป็นผู้ที่ประมูลได้

๔.๒.๔

กรณีที่ไม่มีผู้ประมูลเสนอราคาสูงกว่าหรือเท่ากับราคากลาง ให้ผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑

(๒) นำเรือนั้นเสนอต่อ ปรส. เพื่อพิจารณากำหนดราคากลางขึ้นใหม่โดยความเห็นชอบของประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐ และให้ผู้ทำการนำเรือนั้นออกประมูลใหม่ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข

และวิธีการในการประกาศนี้

๔.๓ วิธีการชำระราคา

เว้นแต่ ปรส./ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐ จะเห็นสมควรเป็นอย่างอื่น

๔.๓.๑

ผู้ซื้อจะต้องทำสัญญาจะซื้อจะขายในวันประมูลและวางเงินมัดจำเป็นเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คหรือคำสั่งจ่ายเงินของธนาคารพาณิชย์

(ดราฟท์) หรือวิธีการอื่นตามที่ ปรส./ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

จะอนุญาตเป็นรายกรณีไป ซึ่งมีมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๕ (สิบห้า) ของราคากลาง

แต่ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาท) ภายในวันที่ประมูลได้

ในกรณีนี้ให้ถือว่าหลักประกันการประมูลที่ได้วางไว้ (หากมี)

เป็นส่วนหนึ่งของเงินมัดจำนี้ และผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑ (๑)

จะต้องนำเงินดังกล่าวทั้งจำนวนเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินพร้อมนำส่งหลักฐานการโอนเงินแก่สถาบันการเงินโดยไม่ชักช้า

๔.๓.๒ ภายใน ๕ (ห้า)

วันนับจากวันที่ประมูลได้ผู้ซื้อต้องชำระเงินส่วนที่เหลือทั้งหมด

โดยชำระเป็นเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คหรือคำสั่งจ่ายเงินของธนาคารพาณิยช์ ณ

สถานที่ที่ผู้ทำการได้แจ้งไว้หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของเรือที่ผู้ทำการได้แจ้งไว้พร้อมนำส่งต้นฉบับหลักฐานการโอนเงินแก่สถาบันการเงินโดยไม่ชักช้า

๔.๓.๓ กรณีที่ผู้ซื้อมิได้ปฏิบัติตามข้อ ๔.๓.๑ หรือ ข้อ

๔.๓.๒ และมิได้แจ้งเหตุขัดข้องอันเป็นกรณีสุดวิสัยแก่สถาบันการเงินและผู้ทำการภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อ

๔.๓.๒ ให้สถาบันการเงินมีสิทธิเรียกค่าปรับจากการผิดนัดในอัตราร้อยละ ๒๕

(ยี่สิบห้า) ต่อปี ในเงินที่ต้องชำระ นับจากวันครบกำหนดตามข้อ ๔.๓.๑ หรือ ๔.๓.๒

แล้วแต่กรณี จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น

หากผู้ซื้อมิได้ชำระเงินตามข้อ ๔.๓.๒ และมิได้แจ้งเหตุขัดข้องพร้อมเหตุผลอันสมควรเป็นหนังสือแก่สถาบันการเงินและผู้ทำการภายในระยะเวลาดังกล่าว

สถาบันการเงินมีสิทธิริบเงินมัดจำได้โดยชำระค่าจ้าง ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า

หรือค่าตอบแทนในการประมูล ตามที่ระบุไว้ในข้อ ๓.๔.๒ แก่ผู้ทำการ

๔.๓.๔ ในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ปฏิบัติตามข้อ ๔.๓.๑ หรือ ๔.๓.๒

ให้ถือว่าผู้ซื้อได้สละสิทธิในการซื้อเรือนั้นและตกลงให้ผู้ทำการนำเรือนั้นออกขายซ้ำอีก

รวมทั้งตกลงให้สถาบันการเงินมีสิทธิริบหลักประกันการประมูลด้วย (หากมี)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การอื่นใดที่มิได้ระบุไว้ในประกาศนี้

ให้สถาบันการเงินเสนอต่อ คณะกรรมการ ปรส. เพื่อพิจารณา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๑

อมเรศ ศิลาอ่อน

ประธานกรรมการ

องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

พัสสน/จัดทำ

๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕/ตอนพิเศษ ๑๐๗

ง/หน้า ๑๖/๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๑

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูป ระบบสถาบันการเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภท เรือของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน 56 ราย (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7d24feda3f7572ad

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com